โจรใต้ถล่มฐานทหารที่ตากใบเสียหายยับ

มีคนเห็นข่าวนี้แล้ว148ครั้ง

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 14 มี.ค.62 พล.ต.ต.ดุษฏี ชูสังกิจ ผบก.ภ.จว.นราธิวาส พ.ต.ท.ประจวบ นิ่มเรือง หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด หน่วยปฏิบัติการพิเศษ กองกำกับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และ ร.ต.ท.วัฒนา ธุรารัตน์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.ตากใบ และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบ ฐานปฏิบัติการกองร้อยป้องกันชายแดนที่ 2 ซึ่งตั้งอยู่ ม.3 บ้านศรีพะงัน ต.เกาะสะท้อน หลังถูกคนร้ายวางระเบิดและยิงถล่มฐาน เหตุเกิดในช่วงเวลา 22.38 น.ของคืนวันที่ 13 มี.ค.62 ที่ผ่านมา

เมื่อถึงที่เกิดเหตุพบว่าที่บริเวณถนนตัดผ่านหน้าฐาน ซึ่งเป็นจุดคนร้ายลอบวางระเบิด ทำให้ถนนคอนกรีตแตกเสียหายเป็นวงกว้าง 1 เมตร และที่บริเวณอาคารสำหรับไว้เป็นที่จอดเรือยนต์ของหน่วย ซึ่งมีขนาด 8 คูณ 8 เมตร ที่อยู่ริมตลิ่งของแม่น้ำสุไหงโก-ลก อยู่ในสภาพถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหายทั้งหลังเหลือเพียงแต่โครงไม้ให้เห็น นอกจากนี้จากการตรวจสอบภายในฐาน ซึ่งอยู่ตรงประตูทางเข้า พบอาคารน็อคดาวที่ใช้สำหรับเป็นบก.ร้อย ได้รับความเสียหาย 1 หลัง โดยโครงของอาคารน็อคดาวได้พังลงมาทับรถยนต์กระบะและรถยนต์เก๋ง จำนวน 4 คัน ได้รับความเสียหายจากเพลิงไหม้ ประกอบด้วย 1.รถยนต์กระบะยี่ห้อฟอร์ด สีเทาดำ ทะเบียน ขต 5820 สงขลา 2. รถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีดำ ทะเบียน ฒย 2446 กทม. 3. รถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนส์ ทะเบียน บจ 3669 นครศรีธรรมราช และ 4 รถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า สีน้ำเงิน ทะเบียน กค 4523 กระบี่ ซึ่งในที่เกิดเหตุมีซากเศษชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่อง ที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิกนิค หนัก 25 ก.ก. จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร ตกกระจายเกลื่อนทั่วบริเวณ และส่วนหนึ่งได้ตกลงในแม่น้ำสุไหงโก-ลก เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐาน

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบที่บริเวณถนนหลังฐาน ซึ่งห่างไปประมาณ 100 เมตร พบปลอกกระสุนปืน เอ็ม.16 และ อา.ก้า. จำนวนกว่า 50 ปลอก ตกอยู่ริมไหลถนน พร้อมด้วยซากเศษชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องชนิดไปป์บอมบ์ ตกอยู่ จำนวน 2 จุด ซึ่งห่างกัน ประมาณ 5 เมตร เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุคนร้าย จำนวน 5 ถึง 6 คน พร้อมอาวุธปืนครบมือ ได้แฝงตัวมากลับความมืด ใช้ถนนหลังฐานเป็นบังเกอร์แล้วใช้อาวุธปืน เอ็ม.16 และ อา.ก้า.ยิงถล่มใส่ฐาน จากนั้นเจ้าหน้าที่ทหารที่อยู่ในฐาน ได้แยกย้ายกำลังไปที่บริเวณด้านหลังของฐาน เพื่อยิงตอบโต้ใส่กลุ่มคนร้าย นานประมาณ 5 นาที เมื่อกลุ่มคนร้ายเห็นว่าเจ้าหน้าที่ทหารทั้งหมดได้แยกย้ายกันไปตอบโต้ที่บริเวณหลังฐาน คนร้ายอีกชุดหนึ่ง ได้แอบขี่รถ จยย.3 ล้อพ่วงข้าง ที่บรรทุกระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในถังแก็สปิกนิก หนัก 25 ก.ก.จุดชนวนระเบิดด้วยวิทยุสื่อสาร ที่คนร้ายได้ใช้ถังพลาสติกที่ใช้สำหรับบรรจุน้ำดื่มสีขาว ตัดก้นถังแล้วนำมาครอบระเบิดไว้ เพื่อใช้อำพรางในขณะขนย้ายระเบิดมาวางที่บริเวณริมถนนหน้าฐาน แล้วคนร้ายได้หลบหนีพร้อมทั้งได้ทำการจุดชนวนระเบิดขึ้น ส่งผลทำให้เสียงดังสนั่นหวั่นไหว สะเก็ดระเบิดได้กระเด็นไปถูกอาคารสำหรับใช้เป็นที่จอดเรือได้รับความเสียหายทั้งหลัง และสะเก็ดระเบิดได้กระเด็นไปถูกอาคารน็อคดาว ที่ใช้เป็น บก.ร้อย พร้อมเกิดเพลิงลุกไหม้ได้รับความเสียหาย ขณะเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทหาร ซึ่งตั้งฐานอยู่ในละแวกจุดเกิดเหตุ ได้นำกำลังมาสนับสนุน คนร้ายเห็นจวนตัวจึงได้นำกำลังล่าถอยไป โดยได้ใช้ระเบิดแสวงเครื่องแบบไปป์บอมบ์ ขว้างจำนวน 2 ลูก เพื่อสกัดกั้นการติดตามของเจ้าหน้าที่ และเมื่อคนร้ายได้พากับหลบหนีไปแล้ว เจ้าหน้าที่ได้วิ่งมาช่วยกันดับไฟ แต่ด้วยกระแสลมแรงทำให้เปลวไฟได้ลุกลามอย่างรวดเร็ว จนเจ้าหน้าที่ไม่สามารถควบคุมต้นเพลิงเอาไว้ได้

ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย ประกอบด้วย 1. จ.ส.อ. ชนะ จันทวงศ์ อายุ 42 ปี ซึ่งมีบาดแผลถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณหน้าท้อง 2. พลทหารอุเทน จันทร์มณี อายุ 23 ปี ซึ่งมีบาดแผลถูกสะเก็ดระเบิดที่ข้อเท้า และ 3. นายอาฟิ เจ๊ะสือแม อายุ 24 ปี ซึ่งเป็นชาวบ้านกำลังรับจ้างแบกลูกมะพร้าวลงเรือส่งมาเลเซีย ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 40 เมตร มีบาดแผลถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณศรีษะ เจ้าหน้าที่ทหารได้ส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลตากใบในช่วงคืนที่ผ่านมา ซึ่งล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว

ต่อมาเจ้าหน้าที่ทหารได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเป็นชาวบ้านจำนวนหนึ่ง ที่กำลังรับจ้างแบกมะพร้าวอยู่ที่บริเวณท่าเทียบเรือใกล้กับจุดเกิดเหตุ เพื่อทำการสอบสวนปากคำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือพัวพันหรือไม่ หากไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเจ้าหน้าที่จะทำการบันทึกประวัติไว้แล้วปล่อยตัวกลับ

ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเชื่อว่า เป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อลอบดักสังหารเจ้าหน้าที่

/////////////////แวดาโอ๊ะ หะไร/// ภาพ-ข่าว//////////////////

มีคนเห็นข่าวนี้แล้ว148ครั้ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *