โฉนดล่องหนช็อคอีก !! ปลอมเอกสารหลอกขายนายทุนมุกดาหาร ที่ดินเตือนเช็คเอกสารให้แม่น

มีคนเห็นข่าวนี้แล้ว 255 ครั้ง

วันที่ 14 มี.ค.62 จากกรณีผู้สื่อข่าวได้รับการร้องทุกข์จากชาวบ้านดอนมะจ่าง หมู่ 2 ต.ท่าบ่อสงคราม อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม จำนวน 17 คน ว่า โฉนดที่ดินที่พวกตนนำไปวางค้ำประกัน เพื่อกู้เงินจากกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนมะจ่าง โดยไม่มีการจดจำนอง ได้หายไปจากที่เก็บรักษาภายในบ้านของนางอรอุมา พรหมเนตร เลขานุการกลุ่มออมทรัพย์ฯ เบื้องต้นนางอรอุมาอ้างไม่ทราบว่าหายไปตอนไหน และได้แจ้งความที่ สภ.ศรีสงคราม ไว้เป็นหลักฐาน แต่ปรากฎว่าก็มีโฉนดที่ดินที่หายไป บางฉบับนั้น ตกไปอยู่ในมือของนายทุนต่างจังหวัด โดยมีการกู้ยืมเงินถึง 500,000 บาท และผู้เสียหายได้ฟ้องร้อง
หลังเป็นข่าวทางจังหวัดนครพนม ได้ให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เช่น ปกครองอำเภอศรีสงคราม พัฒนาชุมชน ฯลฯ เดินทางไปพบกับกลุ่มชาวบ้าน เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงดังกล่าว เบื้องต้นของการเจรจาทราบว่าเป็นจริงตามที่เป็นข่าว จึงแนะนำให้คณะกรรมการกลุ่มออมทรัพย์ฯ พูดคุยกับผู้เสียหายทั้ง 17 ราย และจะเร่งสำนักงานที่ดินจังหวัดนครพนม สาขาศรีสงคราม ออกโฉนดฉบับใหม่ให้
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวไปพบกับชาวบ้านผู้เสียหายอีกครั้ง บริเวณศาลากลางบ้าน และยังเป็นศูนย์ประสานงานองค์การชุมชน ต.ท่าบ่อสงคราม ของสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนครพนม มีประธานคือนายทำนอง เกษมสินธุ์ กำนันตำบลท่าบ่อสงคราม และเป็นผู้ใหญ่บ้านดอนมะจ่าง หมู่ 2 อีกตำแหน่ง พร้อมนายพลชัย บุพศิริ ประธานกลุ่มออมทรัพย์ฯ นางอรอุมา พรหมเนตร เลขาฯ น.ส.ตะวัน คะพันธุ์ เหรัญริก และนายชัยวัฒน์ เกษมสินธุ์ นายยุทธนา คะปัญญา น.ส.รุ่งนภา เกษมสินธุ์ กรรมการ โดยมีชาวบ้านผู้เสียหายร่วมประชุม
หลังเปิดการประชุม นายศรีศักดิ์ บัวสาย อายุ 42 ปี บ้านเลขที่ 23 หมู่ 2 บ้านดอนมะจ่าง ผู้เสียหายกรณีมีนายทุนอ้างชื่อ น.ส.ปรียาภรณ์(สงวนนามสกุล) เป็นชาวอำเภอวาริชภูมิ จ.สกลนคร คัดค้านการขอออกโฉนดฉบับใหม่ของตน เพราะมีคนอ้างชื่อป้าอนงค์และนางรัตนาภรณ์ นำโฉนดดังกล่าวไปขอกู้เงินสูงถึง 500,000 บาท ซึ่ง น.ส.ปรียาภรณ์นำโฉนดฉบับจริงมายืนยัน ทำให้สำนักงานที่ดินฯศรีสงคราม สามารถดำเนินการตามคำขอของตนได้ ตนจึงต้องตั้งทนายฟ้องแพ่ง เพื่อให้ศาลมีคำสั่งนายทุนผู้ครอบครองโฉนดใบนี้คืนให้ตน
นายศรีศักดิ์ฯกล่าวต่อว่า การที่จังหวัดให้พวกตนไกล่เกลี่ยกันนั้น ขอถามว่าไกล่เกลี่ยเรื่องอะไร เพราะพวกตนในหมู่บ้านไม่ได้ทะเลาะกัน ปัญหาที่เกิดขึ้นตนต้องการให้ติดตามตัวผู้กระทำผิด ที่ขโมยใบที่ดินไปให้นายทุนต่างหาก และไม่ต้องไกล่เกลี่ยคนในหมู่บ้านไม่ได้มีปัญหากัน สิ่งที่พวกตนต้องการคืออยากให้ผู้เกี่ยวข้องต้องล่าตัวหัวขโมยมาดำเนินคดี
ด้านนางอรอุมา พรหมเนตร เลขาฯ ผู้เก็บรักษาโฉนดเปิดเผยว่า ใบที่เหล่านั้นตนเก็บรักษาไว้ในห้องใส่กุญแจอย่างดี มีพ่อและแม่อยู่เฝ้าบ้านทั้งวัน แต่มีสมาชิกมาขอนำใบโฉนดไปถ่ายเอกสาร เพื่อนำไปขึ้นทะเบียนเกษตรกร ตนก็จะยกออกมาทั้งแฟ้ม อาจจะเผอเรอวางทิ้งไว้ด้านนอก จึงมีผู้ไม่หวังดีหยิบไป และอยากให้ น.ส.ปรียาภรณ์ฯนายทุนที่รับใบโฉนดของนายศรีศักดิ์ ออกมาเปิดเผยที่อยู่ของบุคคลที่อ้างชื่อป้าอนงค์และนางรัตนาภรณ์ ว่ามีภูมิลำเนาอยู่ที่ไหน เบื้องต้นทราบว่านางรัตนาภรณ์อ้างเป็นครู มีปัญหาด้านการเงินจึงนำใบที่ของนายศรีศักดิ์มาค้ำเพื่อขอกู้เงิน ตนอยากรู้เหมือนกันใครคือไอ้โม่งขโมยใบที่ทั้ง 17 ฉบับ เพราะตอนนี้ตกเป็นจำเลยของสังคมแล้ว
ขณะเดียวกันมีนางวรรณภา เตโช อายุ 52 ปี บ้านเลขที่ 49 หมู่ 2 บ้านดอนมะจ่าง ถือใบถ่ายเอกสารโฉนดที่ดิน เนื้อที่ 27 ไร่ 3 งาน 60 ตารางวา ระบุชื่อผู้ครอบครองนายวิรัช เตโช อายุ 67 ปี ซึ่งเป็นสามีของนางวรรณภามาแสดง พร้อมกับเผยว่าสามีของตนเป็นผู้ป่วยติดเตียงมานานกว่า 4 ปีแล้ว หลังโฉนดหายทั้งหมู่บ้าน ก็ไปแจ้งความที่ สภ.ศรีสงคราม เพื่อนำใบแจ้งความไปให้สำนักงานที่ดินฯศรีสงคราม ดำเนินการออกฉบับใหม่ ปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่ที่ดินมาบอกว่า มีนายทุนเป็นชาวจังหวัดมุกดาหาร นำโฉนดของสามีตนมาขอประเมินราคา ด้านหลังสลักชื่อการซื้อขาย ระบุว่านายวิรัชขายให้กับนายทุนดังกล่าว ในราคา 100,000 บาท แต่เมื่อนำฉบับสำนักงานที่ดิน(ฉบับหลวง)มาเทียบเคียง ปรากฏว่าในฉบับหลวงไม่ได้มีการระบุการทำนิติกรรมใดๆ แต่สอบถามนายทุนผู้ถือโฉนดก็ตอบคำถามเจ้าหน้าที่ไม่ได้ จึงยึดโฉนดฉบับดังกล่าวไว้ เพราะมีการปลอมเอกสารในการซื้อขาย
ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปสำนักงานที่ดินจังหวัดนครพนม สาขาศรีสงคราม เพื่อขอดูโฉนดที่มีการปลอมแปลง ทราบว่าวันนี้หัวหน้าแผนกต่างๆเข้าจังหวัด เพื่ออบรม เกี่ยวกับระบบภายในสำนักงาน มีเพียง น.ส.ลักขณา ภูเนาว์นิล หัวหน้าฝ่ายอำนวยการ รักษาการแทน พร้อมกับเปิดเผยว่าพอจะทราบเรื่องที่เกิดขึ้นบ้าง เพราะบังเอิญตนเป็นผู้รับเรื่องการขอออกใบแทน และเริ่มสงสัยที่ชาวบ้านดอนมะจ่าง ทยอยนำใบแจ้งความใบที่หายมาขอออกฉบับใหม่หลายราย และเป็นคนหมู่บ้านเดียวกันหมด จึงเค้นสอบหาความจริง กระทั่งทราบว่ามีคนในกลุ่มออมทรัพย์ฯ ทำโฉนดหายถึง 17 แปลง ส่วนผู้มาแจ้งไม่ใช่ผู้ทำหาย จึงแนะนำให้กลุ่มออมทรัพย์เป็นผู้เสียหายแจ้งความ แล้วนำใบแจ้งความนั้นมาขอออกโฉนด ขณะนี้อยู่ในกระบวนการออกใบแทนแล้ว 10 กว่าราย
ส่วนโฉนดของนายวิรัชมีการปลอมแปลงเอกสารนั้น ตนยังไม่เห็นหลักฐานเพราะอยู่กับหัวหน้าผู้รับผิดชอบอีกท่านหนึ่ง ซึ่งมีราชการไปอบรมในจังหวัด ประกอบกับทางจังหวัดให้ความสนใจเรื่องดังกล่าวมาก เอกสารหลักฐานต่างที่เกี่ยวข้องๆต้องเก็บไว้อย่างดี แต่ยอมรับว่าการปลอมแปลงโฉนดนั้นมีมานานแล้ว ผู้ที่ต้องการจะซื้อต้องตรวจสอบเอกสารหลักฐานให้ชัดเจน

 

/////////////////ทีมข่าวทอร์คนิวส์ออนไลน์ /// ภาพ-ข่าว//////////////////

มีคนเห็นข่าวนี้แล้ว 255 ครั้ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *