รองผบช.น ประชุมเร่งรัดคดีลักลอบขนดินอุโมงค์รัชโยธิน หลังเข้่าไปเก็บหลักฐานดินในหมู่บ้านหรูเมื่อวานนี้

มีคนเห็นข่าวนี้แล้ว255ครั้ง

พลตํารวจตรีสมพงษ์ ชิงดวง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ประชุมติดตามความคืบหน้าในคดีนำดินจากการก่อสร้างอุโมงค์ลอดแยกรัชโยธินไปถมไว้ในพื้นที่เอกชนแทนที่จะเป็นพื้นที่ของทางราชการตามที่ระบุในสัญญา หลังเมื่อวานนี้ทางเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานพร้อมด้วยพนักงานสอบสวนสามารถเข้าเก็บตัวอย่างดินในบริเวณพื้นที่เอกชนตามคำให้การของคนขับรถบรรทุกได้ 1 แห่ง ในซอยนวมินทร์ 42 โดยขออำนาจศาลออกหมายค้น ส่วนอีก 1 จุด ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายค้นอีกหนึ่งหมาย คาดว่าในวันพรุ่งนี้น่าจะสามารถดำเนินการได้ ส่วนตัวอย่างดินที่สามารถเก็บได้จากในจุดเกิดเหตุขณะนี้ทราบว่ากองพิสูจน์หลักฐานอยู่ระหว่างการตรวจสอบแยกสารประกอบในดินเพื่อหาแร่ธาตุในดินที่เก็บได้ก่อนนำไปเปรียบเทียบกับดินที่อุโมงค์ลอดแยกรัชโยธิน แต่ยังไม่ทราบว่าผลจะออกมาเมื่อไร

-ส่วนเรื่องการตรวจสอบเส้นทางการเงินของกลุ่มผู้รับเหมาและบริษัทรถบรรทุกที่รับดินจากจุดดังกล่าวออกไป ขณะนี้ยังไม่สามารถตรวจสอบเส้นทางการเงินได้เนื่องจากต้องรอการคำนวณปริมาตรของดินในอุโมงค์ กับปริมาตรของดินที่นำไปถมไว้ในพื้นที่เอกชนและพื้นที่ราชการซึ่งต้องรอให้คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ เข้ามาตรวจสอบแบบและคำนวณปริมาตรดินให้ชัดเจน ซึ่งจะสามารถคำนวณมูลค่าของดินออกมาได้ จึงจะตรวจสอบเส้นทางการเงินได้ จากการตรวจสอบกับหน่วยงานราชการที่มีการติดต่อขอดินไปใช้พบว่ามีการนำดินไปถมไว้ 2 ที่จาก 10 ที่

-ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายกังวลว่าจะมีการทำลายหลักฐานเอกสารและดินที่เกี่ยวข้องนั้นเบื้องต้นจากการตรวจสอบยังไม่พบการทำลายพยานหลักฐานทั้งในรูปของเอกสารและดิน และยังไม่มีการโยกย้ายดินจากในส่วนก่อสร้างอื่นๆไปมอบให้กับหน่วยงานราชการ

 

-การตรวจสอบกล้องวงจรปิดในเส้นทางขณะนี้พบว่ายังไม่สมบูรณ์เนื่องจากข้อมูลในกล้องวงจรปิดหลายพื้นที่ถูกลบทิ้งหรืออัดทับทำให้ไม่มีภาพข้อมูลต่อเนื่องแต่ได้ประสานกับ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ JISDA ขอภาพถ่ายดาวเทียมในช่วงก่อนและหลังขุดอุโมงค์ลอดแยกรัชโยธินและภาพถ่ายดาวเทียมตามจุดที่มีการนำดินไปผมทิ้งไว้ทั้งในพื้นที่ราชการและเอกชน ซึ่งจะใช้ในการคำนวณปริมาตรของดินและยืนยันคำให้การของพยานแต่ละคนได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

-ทั้งนี้คาดว่าในช่วงสัปดาห์หน้าจะสามารถออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องได้แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะมีบุคคลที่เข้าข่ายจะถูกออกหมายจับกี่คน

 

/////////////////ทีมข่าวทอร์คนิวส์ออนไลน์ /// ภาพ-ข่าว//////////////////

มีคนเห็นข่าวนี้แล้ว255ครั้ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *