ท้องฟ้าสลัวทั้งจังหวัดหนองบัวลำภู ภูเขาทั้งลูก(วนอุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำ)โดนคนจุดไฟป่าลุกลามตลอดคืนส่งมลพิษในพื้นที่

มีคนเห็นข่าวนี้แล้ว1079ครั้ง

วันนี้(11 กพ.62) เมื่อเวลา 09.00 น.ที่บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำ จุดสกัดกุดดู่(บ้านภูเก้า) หมู่ 3 ต.นิคมพัฒนา อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู นายพิทักษ์ พิศสิริวัฒนสุทธิ์ นายอำเภอโนนสัง พร้อมด้วยนายอริชัย วรรณศิริ หน.อุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำ และ หัวหน้าสถานีดับไฟป่าภูเก้า-ภูพานคำ รุดเข้าอำนวยการดับไฟป่าพร้อมด้วยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเครือข่ายอาสาสมัครดับไฟป่า ร่วม 50 นาย บริเวณ ม.1,3,8,9 และ 11 ต.นิคมพัฒนา อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู
หลังเกิดไฟได้ไหม้ป่ารุนแรงและทำความเสียหายแก่ป่าไม้ เมื่อคืนที่ผ่านมา(10 กพ.62) ต่อเนื่องมาจนสว่าง ส่งผลให้ป่าไม้และสัตว์ป่าได้รับความเสียหายเป็นบริเวณกว้างกว่าทุกปีที่ผ่านมาตั้งแต่หมู่บ้านดงบากลงมาการดับไฟป่าเป็นไปตามแผนเผชิญเหตุและยากลำบาก ขณะนี้ไฟป่ายังไม่ยุติแต่สามารถรวบคุมได้บางหมู่บ้านโดยต้องระดมสรรพกำลังไปทำการดับร่วมกับหมู่บ้านตำบลและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ส่วนความเสียหายพื้นที่ไฟไหม้ป่าบริเวณนี้เบื้องต้นประมาณ 1,500 กว่าไร่
นายพิทักษ์ พิศสิริวัฒนสุทธิ์ นายอำเภอโนนสัง บอกว่าจากเหตุการณ์ไฟไหม้ป่าเป็นบริเวณกว้างเทือกเขาภูพานคำ เขตท้องที่รอยต่อระหว่างอำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น กับ ตำบลบ้านค้อ อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งอยู่ใกล้ที่ทำการวนอุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำ บริเวณหมู่บ้านท่าศิลาและบ้านค้อ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 9 ก.พ.62 เวลา 02.00 น.เป็นต้นมา ทำให้ท้องฟ้าทั่วจังหวัดสลัวไปทุกที่ และคงไม่ใช่เฉพาะการเผาป่าบนเทือกเขาภูเก้า-ภูพานคำ อย่างเดียวการเผาอ้อยตัดส่งโรงงานน้ำตาลในพื้นที่ก็ส่งผลต่อมลพิษในครั้งนี้เช่นเดียวกัน
ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์เผชิญเหตุไฟไหม้ป่าอ.โนนสัง ได้รับแจ้งจากกำนันและประชาชนบ้านท่าศิลา ม.6 ต.บ้านค้อ ว่าได้เกิดไฟไหม้ป่าเทือกเขาภูพานคำท้องที่บ้านค้อเป็นเนื้อที่บริเวณกว้างกว่า30ไร่โดยไฟได้ไหม้มาจากบ.ทรัพย์ภูพาน ต.นาคำ อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น และมีลมกระโชกแรงทำให้ไฟลุกลามมายังฝั่งท้องที่ ต.บ้านค้อ อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภูจึงได้ประสานหัวหน้าสถานีดับไฟป่าภูเก้า-ภูพานคำ สนธิกำลังหัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำ เทศบาลตำบลบ้านค้อและเครือข่ายอาสาสมัครดับไฟป่าบ้านท่าศิลาทำการดับไฟป่าตามแผนเผชิญเหตุแต่ปรากฏว่ามีลมกระโชกแรงเป็นระยะๆและสภาพป่าบนภูเขามีความแห้งแล้งมีเศษใบไหม้ทับถมเป็นจำนวนมากเป็นแหล่งเชื้อเพลิงอย่างดี(ขั้นสูง)
ทำให้ไฟไหม้กระจายเป็นพื้นที่กว้างมาถึงวัด บ้านและริมถนนทางหลวงแผ่นดินสาย 2146 จึงต้องไปอำนวยการดับไฟป่าสั่งระดมสรรพกำลังจาก ทต.โนนสัง นำรถน้ำและะรถดับเพลิงมาช่วยฉีดน้ำสะกัดไฟไม่ให้ไหม้วัดและบ้านเรือนร้านค้าริมถนนจนกระทั่งถึงเวลา 21.00น ของวันรุ่งขึ้น.จึงสามารถควบคุมไฟไหม้ไว้ได้จำนวน 3 จุด

และเมื่อเวลา 21.30น.ได้เเกิดเหตุไฟไหม้ป่าเพิ่มอีกจุดที่หน้าบริเวณอุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำซึ่งยู่ห่างออกไปออกไป500กว่าเมตร(ช่องเขาขาด)ไฟไหม้รุนแรงมากแผ่กระจายมายังถนนจึงได้ไปบัญชาการที่หน้าอุทยานฯและระดมรถน้ำ/รถดับเพลิงและทุกฝ่ายมาเสริมกำลังทำการดับไฟไหม้ป่าอีกครั้ง จนถึงเวลา 04.00น.จึงควบคุมไฟไหม้ป่าให้อยู่ในวงจำกัดได้รวมเนื้อที่เบื้องต้นประมาณดว่า 500ไร่ ถือได้ว่ามากกว่าทุกปี
นายอำเภอโนนสัง กล่าวความรู้เสียใจที่เกิดเหตุและเป็นวันหยุดทำให้การดับไฟเกิดความล่าช้าและต้องใช้เวลาในการดับไฟหรือควบคุมไฟเป็นเวลานานทำให้ป่าบนภูพานคำเสียหายเป็นจำนวนมากพรรณไม้นานาพันธ์รวมทั้งชีวิตสัตว์ป่าเสียหายเป็นจำนวนมากคาดว่าสาเหตุการเกิดไฟไหม้ป่าครั้งนี้เกิดมาจากฝีมือมนุษย์จึงให้สถานีดีบไฟฟ้าแจ้งเจ้าหน้าทีตำรวจ สภ.โนนสัง เข้าดำเนินการสืบสวนหาสาเหตุ เพื่อบังคับใช้กฏหมายอย่างจริงจังหาคนกระทำความผิดมาลงโทษต่อไปด้วย
นายอำเภอโนนสัง บอกว่าที่ผ่านมาต้องระดมจนท.นำกำลังดับไฟไหม้ป่าเทือกเขาภูพานคำมาแล้ว 2วันกับ 1 คืนรู้สึกเสียใจป่าไม้บนภูที่สวยงามถูกไฟไหม้เสียหายกว่า 1,500ไร่ และเสียใจที่เกิดไฟไหม้ป่ารุนแรงกว่าทุกปีคาดว่าเป็นฝีมือคน และได้รายงานให้ นายชัยธวัช เนียมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู ได้รับทราบเป็นการเบื้องต้นแล้ว

//////////////ทีมข่าวทอร์คนิวส์ออนไลน์ /// ภาพ-ข่าว//////////////////

มีคนเห็นข่าวนี้แล้ว1079ครั้ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *