ผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ 44 พรรค 310 ราย ลงนามในสัญญาประชาคม เลือกตั้งสมานฉันท์ ผอ.กต.แนะต่อสู้ด้วยนโยบาย ไม่ใส่ร้ายป้ายสี ไม่ ทุจริตเลือกตั้ง

มีคนเห็นข่าวนี้แล้ว240ครั้ง

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 ที่โรงแรมดวงตะวัน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นายเกรียงไกร พานดอกไม้ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (ผอ.กต.) ประจำจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดกิจกรรมการเลือกตั้งเชิงสมานฉันท์ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร แบบแบ่งเขตจ.เชียงใหม่ พร้อมให้ผู้สมัคร ส.ส. 9 เขต จาก 44 พรรค จำนวน 310 คนลงนามในสัญญาประชาคม โดยขอสัญญาว่า จะดำเนินการหาเสียงเลือกตั้ง ให้เป็นไปตามระเบียบและกฏหมาย มีนายไพโรจน์ แสงภู่วงษ์ อดีตประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงใหม่ รวม 7 คน สังเกตการณ์กิจกรรมดังกล่าว โดยมีผู้สมัคร และผู้ติดตามเข้าร่วมกว่า 600 คน โดยใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง

ระหว่างทำกิจกรรมดังกล่าว นายชำนาญ จันทร์เรือง รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ดูแลพื้นที่เลือกตั้งภาคเหนือ ได้มาร่วมสังเกตการณ์ ส่วนผู้สมัครพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ซึ่งส่งผู้สมัคร ส.ส. เชียงใหม่ เพียง 2 เขต เป็นที่น่าสังเกตว่า นายสาธิต เกษสกุล ผู้สมัคร ส.ส. เชียงใหม่ เขต 2 ทษช อ.สารภี อ.หางดง ได้ลงนามในสัญญาประชาคม ส่วนนายก้อง กันจินะ ผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่่ เขต 3 ทษช. อ.สันกำแพง อ.แม่ออน อ.ดอยสะเก็ด ซึ่งเป็นบ้านเกิดของ นายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ได้มาร่วมกิจกรรมและไม่ได้ลงนามในสัญญาประชาคมอย่างใด

นอกจากนี้ น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ อดีต ส.ส.เชียงใหม่ และผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ เขต 1 เพื่อไทย (พท.) หมายเลข 6 ซึ่งเป็นหลานสาวนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงใหม่ กับ
นายพจนารถ ศรียารัณย อดีต ส.อบจ.เชียงใหม่ เขต 3 ผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ เขต 1 พลังประชารัฐ (พปชร.) หมายเลข 16 คนใกล้ชิดและเพื่อนสนิทนายบุญเลิศ ซึ่งผู้สมัครทั้ง 2 ราย ได้จับมือกันหลังได้ลงนามในสัญญาประชาคมแล้ว โดยนายพจนารถ ระบุว่า ส่ว่นตัวเป็นพี่น้องกัน กินข้าวหม้อเดียวกัน เป็นเหมือนญาติพี่น้อง ส่ว่นการลงสมัคร ก็แข่งขันไปตามระบอบประชาธิปไตย ไม่มีการฮั้วหรือสมยอมกันเด็ดขาด ให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินดีที่สุด

ด้านนายเกรียงไกร กล่าวว่า ขอให้ผู้สมัคร 9 เขต ทั้ง 44 พรรค จำนวน310 คน หาเสียงอย่างสร้างสรรค์ ต่อสู้กันด้วยนโยบาย ไม่ใส่ป้ายป้ายสีและไม่ทุจริตเลือกตั้ง เพื่อเดินเข้าสู่สภาผู้แทนราษฏร หรือ ส.ส. ด้วยฉันทามติประชาชนอย่างภาคภูมิใจ เป็นที่ยอมรับของสังคม เพื่อขับเคลื่อนพัฒนาประเทศไปข้างหน้า ซึ่ง กกต.จะประกาศผู้สมัครที่ผ่านคุณสมบัติ วันที่ 15 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อเป็นผู้สมัครที่สมบูรณ์ตามลำดับ

“ส่วนข้อเป็นห่วงหรือห่วงใย คือการหาเสียงผ่านระบบอิเลคทรอนิคส์หรือโซเซียลมีเดีย ด้วยถ้อยคำที่สุภาพ อย่ากลั่นแกล้งใส่ร้ายป้ายสี หรือใช้ถ้อยคำที่ไม่สุภาพ ก้าวร้าวหรือหยาบคาย รวมทั้งการปลุกระดม ซึ่งเสี่ยงต่อการทำผิดกฏหมาย ทั้งนี้ผู้สมัครทุกรายได้แจ้งช่องทางหาเสียงทางสื่ออิเล็คทรอนิคส์ทั้งหมดแล้ว” นายเกรียงไกร กล่าว


///////////////////ทีมข่าว Talknews online รายงาน/////////////////////////

มีคนเห็นข่าวนี้แล้ว240ครั้ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *