ผู้การสุพรรณฯ ฟันธงพบกัญชามูลนิธิข้าวขวัญ ผิดกฎหมาย

มีคนเห็นข่าวนี้แล้ว 369 ครั้ง

 

พล.ต.ต.คมศักดิ์ สุมังเกษตร ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี ออกมาฟันธงพบกัญชาในมูลนิธิข้าวขวัญ ผิดกฎหมาย ด้าน นพ.สาโรจน์ มะรุมดี สาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี ยันไม่มีการขออนุญาต
จากกรณีเมื่อวันที่ 3 เม.ย. พล.ต.ต.คมศักดิ์ สุมังเกษตร ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี พ.ต.อ. มาโนชญ์ จิตรภักดี รอง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี พ.ต.ท.ปกรณ์ จุ่นเขียว สว.(สอบสวน) ปรก.ศอ.ปส.ภ.จว.สุพรรณบุรี ร.อ.ชูชาติ กลิ่นพุดตาล ผบ.ร้อย รส.กกล.รส.จว.สุพรรณบุรี และเจ้าหน้าที่ ปปส.ภาค7 พร้อมกำลังทหารจากมณฑลทหารบกที่ 17 ได้รับการประสานข้อมูลจาก ปปส.ภาค 6 ว่า นายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ เลขที่ 13/1 หมู่ 3 ถ.เทศบาลท่าเสด็จ 1 ซอย 6 ต.สระแก้ว อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี กับพวกได้มีการลักลอบนำน้ำมันกัญชาบรรจุแคปซูลไปให้กับ วัดป่าชิรโพธิญาณ หมู่ 1 ต.ท้ายน้ำ อ.โพทะเล จ.พิจิตร เพื่อนำไปแจกจ่ายชาวบ้านเพื่อรักษาโรค
ต่อมาชุดปฎิบัติการปราบปรามยาเสพติดชุดที่ 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี เจ้าหน้าที่ทหารมณฑลทหารบกที่ 17 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สระแก้ว ได้เข้าตรวจค้นที่มูลนิธิข้าวขวัญ พบของกลางเป็น ต้นกัญชาสด จำนวน 205 ต้น น้ำต้มกัญชา จำนวน 3 แกลลอน 25 ลิตร กัญชาผงบด 500 กรัม เมล็ดกัญชา จำนวน 5 ถุง น้ำหนัก 1,000 กรัม เมล็ดกัญชา จำนวน 15 ถุง น้ำหนัก 3,206 กรัม กัญชาแห้ง จำนวน 1 ถุง กัญชาแห้งอัดเม็ด บรรจุแคปซูล จำนวน 57 เม็ด กัญชาแห้งบรรจุกระปุกพลาสติกใส น้ำหนักรวม 80.52 กรัม และเครื่องบดกัญชาจำนวน 1 เครื่อง


เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน และได้ดำเนินคดีกับ นายพรชัย หรือซ้ง ชูเลิศ อายุ 29 ปี ซึ่งเป็นผู้ช่วย นายเดชา ซึ่งยังเป็นแอดมินเพจเฟสบุ๊ค ชื่อเพจปฎิวัติกัญชา และยังเป็นวิทยากรให้แก่ผู้เขารับการอบรม ในข้อหาผลิต และครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 กัญชา โดยทาง นายพรชัย อ้างว่าของทั้งหมดเป็นของ นายเดชา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 8 เม.ย. พล.ต.ต.คมศักดิ์ สุมังเกษตร ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี เปิดเผยว่า การตรวจค้นมูลนิธิข้าวขวัญ สืบเนื่องจาก สำนักงาน ปปส.ภาค 6 ได้รับแจ้งว่ามีคนเอาน้ำมันกัญชาไปให้พระที่ จ.พิจิตร เพื่อแจกชาวบ้าน เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าเป็น นายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ ต่อมา ปปส.ฯ ได้ร่วมกับตำรวจเข้าตรวจสอบพบของกลางเป็น ต้นกัญชากว่า 200 ต้น รวมทั้งน้ำต้มกัญชา กัญชาผงบด เมล็ดกัญชา กัญชาแห้งอัดเม็ด น้ำมันกัญชา เครื่องบดกัญชาเป็นจำนวนมาก โดยทาง นายพรชัย ชูเลิศ อ้างว่าเป็นของ นายเดชา เอาไว้บดเป็นยารักษาคนไข้ นอกจากนี้ยังได้อบรมคนที่สนใจทำนำมันกัญชาไปแล้วทั้งหมด 20 รุ่นๆละ 40 คน โดยเสียค่าอบรมคนละ 2,000 บาท
ส่วนกรณีที่มีปัญหาว่า ผ่อนผันให้ 90 วัน และจะครบในวันที่ 19 พ.ค.นี้ ถ้าจะทำการศึกษาวิจัย หรือมีกัญชาไว้รักษาโรค จะต้องแจ้ง สาธารณสุขจังหวัดฯ(สสจ.) หรือ อย. กรณีเจ้าหน้าที่ชุดที่เข้าไปจับนั้นถือว่ารอบครอบ ได้ตรวจสอบกับทางสาธารณสุขจังหวัด แล้วพบว่าไม่มีการแจ้งแต่อย่างใด เมื่อไม่มีการแจ้ง การเจอกัญชา จึงเป็นความผิดตามกฎหมาย และขนาดไม่มีการแจ้ง สาธารณสุขจังหวัด ทาง นายเดชา ยังทำถึงขนาดว่าได้ทำแจกชาวบ้านแล้ว และกัญชาที่พบนั้นตนสูงประมาณ 2-3 ฟุต การใช้เวลาปลูกไม่ใช่วันเดียว และกัญชาห่ออีกมากมาย
ถ้าไปแจ้งขออนุญาตก็จบ แต่นี้ไม่มีการแจ้งดังนั้นก็ต้องมีความผิดตามกฎหมายแน่นอน เพราะกฎหมาย พรบ.ยาเสพติด ยังไม่ได้แก้ไข เพียงแต่แค่ผ่อนผันเท่านั้นในช่วงที่ศึกษาวิจัยเอาไปรักษาโรค แต่ผู้ครอบครองต้องแจ้ง สาธาราณสุข จังหวัด หรือ อย.ให้ถูกต้อง อย่างไรก็ตามพนักงานสอบสวนยังไม่แจ้งข้อกล่าวหากับ นายเดชา แต่อย่างใด อยู่ในระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน แต่ถ้า นายเดชา มาให้ถ้อยคำกับพนักงานสอบสวนก็ยินดี เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ กรณีนี้เป็นความผิดซึ่งหน้าเจอแล้วต้องจับ เพราะไม่ได้มีแค่ครอบครองเฉยๆ แต่ถึงขั้นขนาดผลิตน้ำมันกัญชาออกแจกแล้ว ถึงจะเป็นความหวังดีก็ตาม แต่กฎหมายก็ต้องดำเนินการ
ทางด้าน นพ.สาโรจน์ มะรุมดี สาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า ทาง อย.ได้โทรศัพท์มาสอบถามเกี่ยวกับกรณีของ นายเดชา ว่ามีการขออนุญาต หรือไม่ จากการตรวจสอบพบว่า ยังไม่มีการขออนุญาตแต่อย่างใด จึงถือว่าผิดกฎหมาย เพราะกัญชาถือว่าเป็นยาเสพติดประเภท 5

/////////////////ทีมข่าวทอล์คนิวส์ออนไลน์ /// ภาพ-ข่าว//////////////////

มีคนเห็นข่าวนี้แล้ว 369 ครั้ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *