เด็กหายไปหลายปีหลังมีพยานชี้จุดเกิดเหตุว่าจมอยู่ใต้บ่อสระวงษ์

มีคนเห็นข่าวนี้แล้ว -- ครั้ง

จากกรณี ที่ครอบครัวของเด็กชาย ธนวรรชน์ แก้วตา หรือน้องอั้ม เด็กนักเรียนชั้นอนุบาลฯ รร.แห่งหนึ่ง อายุตอนนั้น เพียง 5 ปี พักอยู่บ้านเลขที่ 52 บ้านหัวขัว หมู่ 7 ต.เปือยน้อย อ.เปือยน้อย จ.ขอนแก่น ได้หายไปจากบ้านไป ตั้งแต่เมื่อเดือน กพ.2559 ทำให้พ่อแม่ครอบครัวต่างเสียใจเฝ้าติดตามได้ออกติดตามค้นหามาโดยตลอด แต่ก็ไม่พบสักที จนขึ้นป้ายประกาศคนหาย ร้องผ่านหลายองค์กร มูลนิธิกระจกเงาอาทิ สื่อโซเชียล ฯเป็นต้น ช่วยสืบหาติดตามเรื่องนี้จนมีเพื่อนเด็กด้วยกันบอกเล่าว่าฝังอยู่ใต้บ่อน้ำสาธารณะ คุ้มสระวงษ์พัฒนา
ล่าสุด พ.ต.อ.ณัฐวุฒิ พูลเจริญ ผู้กำกับการ อำเภอเปือยน้อย จ.ขอนแก่น ชี้แจงว่าสื่อ ได้สอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง มีเบาะแสคืบหน้าไปมาก ไม่นิ่งนอนใจ พร้อมบันทึก รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับต่อเนื่อง ฝ่ายเจ้าหน้าที่ ตร พร้อมออก สืบสวนสอบสวนตามที่พยานรู้เห็นหรือ อ้างถึงย้อนวันเวลาเกิดเหตุรวมทั้งศูนย์บริหารจัดการคนหายและศพนิรนาม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ติดตามมาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งทางสหวิชาชีพได้สอบปากคำพยานปากสำคัญ ดช.ก เพื่อนนักเรียนอนุบาลร่วมชั้น
หลายฝ่ายทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และผู้นำชาวบ้านหัวขัว หมู่ 7 ตำบลเปือยน้อย อำเภอเปือยน้อย ได้มีการสูบน้ำ ออกจาก สระวงษ์ บนเนื้อที่กว่า 60ไร่ โดยมีเครื่องสูบน้ำของ อบจ.ขอนแก่น ช่วยสูบซึ่งต้องใช้งบในการนี้ ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงในการทำงาน ซึ่งเข้าใจว่า เป็นพื้นที่บอกเล่าว่าอาจพบร่างน้องอั้ม ที่หายไป ญาติๆ ต่างบ่งชี้ว่า เห็น หรือน้องอั้ม อาจจมกลบหายไปพร้อมกับอ้างว่า อาจถูกฝั่งกลบ ในจุดที่สงสัยดังกล่าว
เจ้าหน้าที่จึงได้ตัดสินสูบน้ำออกเพื่อจะขุดดินในจุดที่พยานชี้อีกครั้ง ให้ลึกลงไปกว่าเดิม เพื่อหาร่างของ น้องอั้ม ที่หายไปเป็นเวลานานกว่า 3 ปีกว่า
โดยทางครอบครัวต่างช่วยกันติดตามค้นหามานานหลังทราบจากปากพยาน แต่จากคำบอกเล่าของพยาน ก บอกว่าน้องอั้มถูกรถแม็กโฮใช้มือตักเหวียงถูกที่ศีรษะกระแทกตกลงบ่อในสระวงษ์ ตอนนั้นค่ำแล้ว ถูกฝังร่างในบ่อสระดังกล่าว แต่สำรวจไปก่อนนั้นไม่พบ
ซึ่งพื้นที่สระน้ำมีขนาดพื้นที่ ความยาวและกว้าง40คูณ40เมตร เนื้อที่รวมพื้นที่น้ำขังเต็ม ขณะรายงานข่าว เครื่องสูบน้ำได้หยุดการสูบแล้ว สาเหตุเพราะมีฝนตกมาเติม น้ำไม่ลดลง
ด้าน นายเชิดศักดิ์ โชควิริยะ ผู้ใหญ่บ้านหัวขัว หมู่7 ต.เปือยน้อย ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพฑ์กับเดลินิวส์ ว่าทางครอบครัวของน้องอั้ม แม่ชื่อนางขนิษฐา ปะระกัง มีบุตร4 คน น้องอั้ม คนสุดท้อง บิดา ชื่อ นายอิธ แก้วตาครอบครัวหลังลูกหายไปไม่กลับบ้านก็ ได้เข้าแจ้งความกับตำรวจและฝ่ายอำเภอฯ เพื่อให้มีการติดตามหาน้องอั้มอีกครั้ง พยาน ดช. ก เป็นเด็กอนุบาล อายุ ช่วงนั้น 4-5 ขวบยังให้การไม่ได้ ปัจจุบันก็อายุเพิ่ม 7 ขวบ ที่อยู่กับน้องอั้มเป็นคนสุดท้ายมาให้ปากคำ โดยมีเจ้าหน้าที่ทางสหวิชาชีพร่วมสอบปากคำด้วย พยานโตขึ้น ยังเล่าว่าน้องอั้มหายไปเพราะถูกรถแบ็กโฮชน มือตักเหวี่ยงเข้าศีรษะ ร่างตกลงในบ่อแล้วดินทับกลบอยู่ในดินที่ขุดลอกหนองน้ำสระวงษ์เมื่อหลายปีโน่น
ต่อมาชาวบ้านได้ประชาคมให้มีการสูบน้ำ เพื่อปฎิบัติการ ค้นหาร่างน้องอั้มอีกครั้ง หลังล้มเลิกการค้นหาไประยะหนึ่งขณะนี้สูบน้ำออกแล้วแต่ด้วยปริมาณน้ำมากงอีกหลายสัปดาห์จะแห้งฝ่านไปประมาณ สัปดาห์ น้ำลดลงโดยได้มีการนำธงแดงไปปักจุด ที่คาดว่าเป็นจุดที่น้องอั้มถูกรถแบ็กโฮมือตักชน
ทางสํานักงานทรัพยากรธรณีวิทยา เขต 2 (ขอนแก่น)เป็นหน่วยงานจะช่วยเชิงเทคนิค ในการนำเทคโนโลยีลงมาใช้ในการค้นหาร่างของน้องอั้มในครั้งนี้ ได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การค้นสำรวจหาร่างน้องอั้มในเชิงเทคนิคใช้อุปกรณ์ “เครื่องสำรวจหยั่งลึกด้วยเครื่องมือนวัตรกรรม ฯ ซึ่งเป็นเครื่องที่ส่งวัดสัญญาณความถี่สูง ที่สามารถค้นหาวัตถุใต้ผิวดินแต่ก็มีข้อจำกัด การหาวัตถุที่เล็กมากเช่นกระดูกมนุษย์นั้นอาจทำได้ลำบาก เนื่องจากเครื่อง ดังกล่าวมีขีดจำกัดในการค้นหาวัสดุเล็กจนเกินไปต้องให้ผู้ชำนาญการด้านการตรวจพิสูจน์เพื่อค้นหาอีกครั้งถ้าจำเป็นอย่างยิ่ง

 

/////////////////ทีมข่าวทอร์คนิวส์ออนไลน์ /// ภาพ-ข่าว//////////////////

มีคนเห็นข่าวนี้แล้ว -- ครั้ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *