อดีตวิศวกรชาวดัตช์ร้องเอาผิด 2 อดีต ผอ.รพ.หัวหิน หลังโดนเรียกเก็บค่ารักษาเกินยืดเยื้อนาน 4 ปี

มีคนเห็นข่าวนี้แล้ว -- ครั้ง


วันที่ 21 กรกฎาคม 62 นายสมหมาย แดงโชติ หรือ สจ.หมาย ผู้ประสานงานพรรคภูมิใจไทย เขต 1 จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้ทีมงานประสานกับ นายเออร์วิน บรูท อายุ 50 ปี อดีตวิศวกรรถไฟชาวเนเธอแลนด์ อาชีพเกษตรกรอาศัยอยู่กับภรรยาชาวไทยที่ ต.คลองวาฬ อ.เมืองประจวบฯกรณีเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ 2 อดีตผู้อำนวยการ รพ.หัวหิน ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 จากนั้นจะนำเรื่องร้องเรียนเสนอถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เนื่องจากที่ผ่านมา 4 ปีไม่มีความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาจากหน่วยงานระดับเขตหรือระดับจังหวัด หลังจากนายเออร์วินป่วยเป็นโรคมะเร็งลำไส้เข้ารักษาตัวที่ รพ.หัวหิน จำนวน 14 ครั้ง ตั้งแต่เดือนมกราคม 2558 ถึงเดือนกันยายน 2559 โดยเจ้าหน้าที่การเงินอ้างว่าผู้ป่วยเป็นชาวต่างชาติจะต้องจ่ายค่าบริการทั่วไปผู้ป่วยนอกต่างชาติครั้งละ 300 บาทหรือในอัตรา 15% ของค่ารักษาพยาบาลรวมค่าเวชภัณฑ์ แต่ไม่มีระเบียบหลักเกณฑ์รองรับการเรียกเก็บเงินค่ารักษาพยาบาลในลักษณะดังกล่าว


พญ.ดารารัตน์ รัตนรักษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหัวหิน กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดหลักเกณฑ์เพื่อเก็บค่าบริการชาวต่างชาติในคลินิกพิเศษแล้วเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นแต่อยู่ระหว่างรอการประกาศใช้ เช่นเดียวกับโรงพยาบาลทุกแห่งในเมืองท่องเที่ยวทั่วประเทศ ซึ่งในอนาคตการักษาจะต้องพิจารณาจากสิทธิที่ติดตัวนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติหรือชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศ เช่น การทำประกันสุขภาพ สำหรับนายเออร์วินยืนยันว่าโรงพยาบาลรักษาให้ตามหลักมนุษยธรรม หากไปรับการรักษาที่ รพ.เอกชนจะต้องใช้เงินเพิ่มหลายแสนบาท ขณะนี้ปัญหาจากเรื่องร้องเรียนอยู่ระหว่างการดำเนินการแก้ไขของหน่วยงานสาธารณสุขเขต 5 ส่วนกรณีที่ ป.ป.ช.ชี้มูล 2 อดีตผู้อำนวยการที่ทำหน้าที่ในระหว่างปี 2558-2559 เป็นเรื่องที่ผู้เกี่ยวข้องจะต้องเตรียมเอกสารหลักฐานชี้แจงข้อเท็จจริงและต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม
ด้านนายเออร์วิน กล่าวว่า ก่อนหน้านี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเชิญตนไปหารือเพื่อรับเงินเยียวยาหลายครั้ง แต่ได้ปฏิเสธรับเงิน 12,746 บาท เนื่องจากเจ้าหน้าที่ที่เป็นลูกจ้างได้แจ้งให้ลงลายมือเป็นหลักฐานในกระดาษเปล่าโดยไม่สามารถชี้แจงได้ว่านำงบประมาณจากส่วนใดมาจ่ายคืน นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ไม่สามารถชี้แจงหลักเกณฑ์การเก็บเงินส่วนเกินจากชาวต่างชาติที่กำหนดไว้อย่างชัดเจนและอ้างว่าที่ผ่านมาเรียกเก็บในลักษณะเดียวกันกับผู้ป่วยชาวต่างชาติทุกราย ซึ่งปัญหานี้ผู้บริหารในระดับเขตและระดับกระทรวงยังไม่ได้รับรายงานข้อเท็จจริง.

/////////////////ทีมข่าวทอร์คนิวส์ออนไลน์ /// ภาพ-ข่าว//////////////////

มีคนเห็นข่าวนี้แล้ว -- ครั้ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *