เขื่อนลำปาวกาฬสินธุ์ประกาศปรับลดการส่งน้ำ วอนใช้อย่างประหยัด!!

มีคนเห็นข่าวนี้แล้ว 76 ครั้ง

โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว หรือเขื่อนลำปาวกาฬสินธุ์ประกาศปรับลดส่งน้ำสำหรับการปลูกพืชฤดูฝน 2562 หลังฝนตกน้อยและทิ้งช่วง ทำให้ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างน้อยกว่าค่าเฉลี่ย โดยเฉพาะในช่วงเดือน ก.ค.ที่ผ่านมามีน้ำไหลเข้าอ่างเพียง 21 ล้าน ลบ.ม.พร้อมขอให้เกษตรกรใช้น้ำอย่างประหยัด คุ้มค่า และแบ่งปัน

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2562 จากการติดตามสถานการณ์น้ำในแหล่งเก็บน้ำต่างๆในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ โดยเฉพาะเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่ส่งน้ำอุปโภค บริโภค และหล่อเลี้ยงพืชผลการเกษตรในหลายพื้นที่พบว่าจากสภาวะฝนทิ้งช่วงทำให้น้ำในเขื่อนลำปาวมีปริมาณน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง


ล่าสุดนายพงศ์ศักดิ์ ณ ศร ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว หรือเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาวได้ออกประกาศเรื่องสถานการณ์น้ำและการปรับลดส่งน้ำสำหรับการปลูกพืชฤดูฝน 2562 โดยได้แจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้นำชุมชน และกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งตามที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาวได้ทำการส่งน้ำให้พื้นที่การเกษตรในเขตชลประทาน สำหรับการปลูกพืชฤดูฝน 2562 ตามมติการประชุมคณะกรรมการจัดการชลประทาน (JMC) ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 เป็นต้นมา เฉลี่ยวันละประมาณ 3 ล้าน ลบ.ม.โดยเน้นในเรื่องการส่งน้ำเสริมฝนและใช้น้ำอย่างประหยัด คุ้มค่า และแบ่งปัน
นายพงศ์ศักดิ์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำลำปาวมีปริมาณน้ำในอ่างอยู่ที่ 410 ล้าน ลบ.ม.หรือประมาณ 21 เปอร์เซ็นต์ จากความจุกักเก็บ 1,890 ล้าน ลบ.ม.โดยมีน้ำใช้การได้เพียง 310 ล้าน ลบ.ม. หรือประมาณ 16 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งอยู่ในเกณฑ์น้อย ทั้งนี้สาเหตุเกิดจากฝนตกน้อยและทิ้งช่วงนานทำให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างน้อยกว่าค่าเฉลี่ยค่อนข้างมาก โดยเฉพาะในช่วงเดือนกรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมามีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างรวม 21.48 ล้าน ลบ.ม.จากค่าเฉลี่ยของทุกๆปีอยู่ที่ 277.30 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น 7.75 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ซึ่งหากสถานการณ์ยังไม่มีฝนตกลงมาในพื้นที่หรือไม่มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำเพิ่มขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน 2562 อาจจะทำให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำลำปาวมีปริมาณน้ำไม่เพียงพอต่อการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้ง 2562/2563ได้

นายพงศ์ศักดิ์ กล่าวอีกว่า ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้งที่จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมาก ทางโครงการฯมีความจำเป็นต้องปรับลดการส่งน้ำเข้าระบบส่งน้ำตามลำดับ ตามปริมาณน้ำต้นทุนที่มี และหากปริมาณน้ำในอ่างเหลือประมาณ 400 ล้าน ลบ.ม.ทางโครงการฯจะหยุดส่งน้ำเข้าระบบส่งน้ำทางการเกษตร จะมีเพียงการระบายน้ำเพื่อการประปา อุปโภค บริโภค และรักษาระบบนิเวศเท่านั้น อย่างไรก็ตามในช่วงนี้จึงขอให้ประชาชนและเกษตรกรร่วมกันใช้น้ำอย่างประหยัด คุ้มค่า และแบ่งปันตามปริมาณน้ำที่ส่งเข้าระบบต่อไป

/////////////////ทีมข่าวทอร์คนิวส์ออนไลน์ /// ภาพ-ข่าว//////////////////

มีคนเห็นข่าวนี้แล้ว 76 ครั้ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *