รวบแล้วอดีต ส.อบต.ผู้ต้องหาลักของหลวง ราวรั้วเหล็กริมเขื่อน เทศบาลศรีมหาโพธิ ในโรงงานคัดแยก และกำจัดขยะของเทศบาลฯ

มีคนเห็นข่าวนี้แล้ว -- ครั้ง


เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ 15 สิงหาคม 2562 พ.ต.อ.นาวิน สินธุรัตน์ ผกก.สภ.ศรีมหาโพธิ มอบหมายให้ พ.ต.ท. โสภณ พรามณี รอง.ผกก.สส.พร้อมกำลังชุดสืบสวน ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ร่วมกับ ร.ต.อ.กิตติศักดิ์ สาทร รอง.สารวัตรสอบสวน สภ.ศรีมหาโพธิ เจ้าของคดี นายธนชัย พิมพามา รอง.ปลัดเทศบาลตำบลศรีมหาโพธิ ผู้ได้รับมอบหมายจาก นาวิรัตน์ แนวจันทร์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลศรีมหาโพธิ เพื่อดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ ต่อมาได้ดำเนินการสอบสวนปากคำ นายสามารถ บุญเกิด อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26 ม.2 ต.ศรีมหาโพธิ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี โดย นายสามารถ ยอมให้การรับสารภาพว่า ตนได้ลักตัดเหล็กราวรั้วสะพานริมเขื่อนไปขายจริง แต่จำนวนที่ตนเอาไปนั้นเพียงแค่ 9 ราว โดยตัดออกไป ราวรั้วละ 3 ชิ้น รวม 27 ชิ้น โดยใช้รถจักรยานยนต์พ่วงข้างบรรทุกออกไปขาย จำนวน 3 เที่ยวภายในวันเดียวกัน นายสามารถ กล่าวต่อว่า ในช่วงที่ตนตัดสินใจนำเหล็กไปขายนั้น โดยก่อนหน้าตนได้มีปากเสียงกับภรรยา ขณะนั้นตนไม่มีตังเลยจึงนำเหล็กราวรั้วไปขาย แต่มิได้ขโมยไปทั้งหมดตามที่มีการแจ้งความไว้แต่อย่างใด


/////
ด้าน สิบตรีศุภกร​ กิตติโทวงษ์ ประธานสภาเทศบาลตำบลศรีมหาโพธิ ผู้ติดตามเรื่องนี้ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ตนคาดว่าผู้ต้องหาที่รับสารภาพว่านำเหล็กชุดดังกล่าวนี้ออกไปขายจริง แต่แค่จำนวนเพียง 9 ราวรั้วนั้น สรุปว่ามันก็ยังไม่ตอบโจทย์ที่ชัดเจนเสียทีเดียว และในส่วนที่ทรัพย์สินของทางราชการที่หายไปอีกเป็นจำนวนมาก เช่นเหล็กบีมในโรงงาน เหล็กซึ่งเป็นตู้คอนเทรนเนอร์ มอเตอร์และอุปกรณ์อื่นๆที่หายไปยังมีอีกจำนวนมาก ซึ่งของทั้งหมดที่สูญหายไป เป็นทรัพย์สินของทางราชการทั้งสิ้นอีกทั้งจำนวนเหล็กราวรั้วที่สูญหายไปนั้น หากทางผู้บังคับบัญชาไม่ได้สั่งย้ายออกไปจากโรงฆ่าสัตว์ไป เหล็กเหล่านี้อาจจะไม่หายก็อาจเป็นได้ เพราะไว้ที่โรงฆ่าสัตว์ เป็นสถานที่โล่ง ซึ่งมองเห็นจำนวนได้ชัดเจน และที่แจ้งว่าทาง จนท.ปศุสัตว์อำเภอได้สั่งให้เคลื่อนย้ายออกไปนั้นตนก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่าทำไมเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ถึงได้สั่งย้ายเฉพาะเหล็กที่หายดังกล่าว และทำไมไม่สั่งให้ย้ายถังน้ำขนาด 5,000 ลิตร ที่เป็นสนิม และรถเก็บขยะอีกจำนวน 3 คัน อิกไปจอดไว้ที่เดียวกัน เพราะรถขยะนั้นบรรทุกสิ่งเน่าเหม็นกว่าเหล็กราวรั้ว ที่เคลือด้วย กัมไนท์ ไม่มีสนิม

เรื่องนี้ตนคาดว่า อาจจะมีอะไรที่มากไปกว่านี้ก็อาจเป็นได้ ในส่วนของทรัพย์สินราวรั้วเหล็กที่สูญหายไปอีกส่วนหนึ่งนั้น ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อไป หรือจะปล่อยไปว่า หายแล้วก็หายไปเพราะจับคนร้ายได้แล้วหรืออย่างไรและตนตั้งข้อสงสัยว่า​ ผู้ต้องหารับสารภาพว่าได้นำเหล็กดังกล่าวออกไปแค่​ 9 ชิ้นนั้น​ แล้วในส่วนที่หายไปมากกว่านั้นตนขอให้เทศบาลฯตรวจสอบต่อไป หากพบทรัพย์สินที่เหลืออยู่ และที่ผู้ต้องหารับสารภาพมาแล้ว ไม่เป็นไปตามบัญชีคุมพัสดุ​ ตนขอให้เทศบาลสอบสวน เพื่อหาผู้กระทำความผิด และขอให้ตรวจสอบเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าวนี้ต่อไปด้วย สิบตรีศุภกร​ กิตติโทวงษ์ กล่าว

/////////////////ทีมข่าวทอร์คนิวส์ออนไลน์ /// ภาพ-ข่าว//////////////////

มีคนเห็นข่าวนี้แล้ว -- ครั้ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *