ชาวบ้านโวย จนท.อ้างลิขสิทธิ์ จับรีดเงินรายละ 2.5 หมื่นบาทไร้ใบเสร็จ ร้องสื่อช่วยเสียงอ่อยแห่คืนเงิน

มีคนเห็นข่าวนี้แล้ว 338 ครั้ง


จากกรณีที่ มีกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าในตลาดประชารัฐต้องชม บ้านไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ รวมจำนวน 6 คน ได้รวมตัวกันเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.ท.อรรณพ มณีวงษ์ สว.(สอบสวน) สภ.ภูสิงห์ ว่าถูกกลุ่มบุคคลอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ปราบปรามสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ จำนวน 10 คน เป็นชาย 7 คน หญิง 3 คน โดย 1 ในนั้น อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยศ ร.ต.อ. สังกัด ภ.จว.ศรีสะเกษ เป็นหัวหน้าชุด ทำทีมาซื้อสินค้า แล้วอ้างว่าเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์สินค้า พร้อมบังคับให้ขึ้นรถยนต์ไปที่ สภ.ภูสิงห์ จากนั้นบังคับให้กลุ่มแม่ค้าจ่ายเงินค่าปรับ รายละ 50,000 บาท แลกกับการไม่จับเข้าห้องขังดำเนินคดี แต่กลุ่มแม่ค้าไม่มีเงินจึงยินยอมจับจับกุมดำเนินคดีฟ้องร้องต่อศาล แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าว ไม่ยอมจึงลดราคาค่าปรับลงเหลือรายละ 25,000 บาท โดยไม่มีใบเสร็จรับเงินค่าปรับดังกล่าวแต่อย่างใด ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น


ล่าสุด เมื่อวันที่ 22 ส.ค. พ.ต.อ.พฤทธิ์ บุญปก ผกก.สภ.ภูสิงห์ ได้เชิญตัวผู้ที่ถูกกล่าวหาที่ได้รับมอบอำนาจจากเจ้าของลิขสิทธิ์ดังกล่าว พร้อมกับกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า ทั้ง 2 ฝ่าย มาเจรจาไกล่เกลี่ยกันที่ สภ.ภูสิงห์ โดยทางตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์ได้นำเงินที่ได้เรียกเก็บไปในวันเกิดเหตุมาคืนกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า รายละ 15,000 บาท โดยอ้างว่า อีก 10,000 บาทที่เหลือ เป็นเงินค่าปรับพร้อมที่จะออกใบเสร็จให้ และขอให้กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าเซ็นเอกสารตกลงยินยอมและไม่ติดใจเอาความกับกลุ่มบุคคลที่มาจับกุมตัวดังกล่าว ส่งผลทำให้กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าไม่พอใจเป็นอย่างมาก


น.ส.อชอรญา มลิพันธ์ อายุ 43 ปี ชาว จ.ศรีสะเกษ แม่ค้าในตลาดประชารัฐต้องชม กล่าวว่า พวกตนติดใจว่า ทำไมเงินที่เรียกรับจากตนไปนั้นไม่ออกใบเสร็จรับเงินให้ถูกต้องตั้งแต่วันที่เข้ามาจับกุม อีกทั้งในเมื่อเงินจำนวนดังกล่าวเป็นค่าปรับทั้งหมดจริง เหตุใดต้องนำมาคืน และถ้าปรับแค่ 10,000 บาท เหตุใดเรียกรับจากพวกตนไป 25,000 บาท แล้วกรณีที่กลุ่มบุคคลดังกล่าวบังคับข่มขู่ให้ชาวบ้านหวาดกลัวเพื่อให้นำเงินมาจ่ายให้นั้น เป็นการกระทำความผิดกฎหมายอาญา ข้อหากรรโชกทรัพย์หรือไม่ แล้วเหตุใดไม่มีการดำเนินการสอบสวนกับกลุ่มบุคคลดังกล่าวทั้งที่ได้แจ้งความร้องทุกข์ไว้แล้ว แต่ทางตำรวจได้พยายามให้พวกตนเซ็นเอกสารยินยอมอย่างเดียว ซึ่งหากไม่เซ็นจะขอเงินกลับคืน จึงอยากวอนขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบและให้ความเป็นธรรมให้กับชาวบ้านที่หาเช้ากินค่ำด้วย.

ทีมข่าว จ.ศรีสะเกษ // รายงาน

มีคนเห็นข่าวนี้แล้ว 338 ครั้ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *