สำนักอนุรักษ์ที่ 15 เชียงราย แจงกรณี “ยงยุทธ” ร้องเรียนไมาพัฒนาถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน เผยมีแผนพัฒนาจัดระเบียบแล้ว รองบดำเนินการ บอกรายงาน “ธัญญา” อธิบดีและผู้ว่าฯ พิจารณาสั่งการแล้ว

มีคนเห็นข่าวนี้แล้ว 118 ครั้ง

วันที่ 8 กันยายน 2562 ผู้สื่อข่าวรายงาน กรณีการจัดการพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน (เตรียมการ) ซึ่งนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภาและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ไปเยี่ยมชมพื้นที่ดังกล่าว หลัง รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าไปช่วยเหลือกรณีโค้ช และเด็กนักฟุตบอลติดถ้หลวง 13 ชีวิต จนประสบความสำเร็จ แต่ไม่มีการพัฒ
นาเป็นแหล่งท่องเที่ยว ทำให้ชาวเชียงรายเสีย
โอกาสนั้น

ทั้งนี้นายกมลไชย คชชา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 (เชียงราย)ได้ชี้แจงกรณีดังกล่าวว่า ซึ่งได้รับการรายงานจาก นายกวี ประสมพล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน (เตรียมการ) ชี้แจงเรื่องดังกล่าวดังนี้

  1. อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน (เตรียมการ) ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเป็นจำนวนเงินพันล้านบาทตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด ในช่วงภายหลังจากเกิดเหตุการณ์กู้ภัย 13 หมูป่า ได้รับงบประมาณในการพัฒนา ดังนี้

1.1 อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน (เตรียมการ) ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากจังหวัดเชียงราย เพื่อช่วยเหลือภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน(อุทกภัย) โดยซ่อมแซมและฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวบริเวณขุนน้ำนางนอน ซึ่งเสียหายจากการกู้ภัยเกือบทั้งหมด โดยฟื้นฟูและพัฒนาสถานที่ จัดทำป้ายและจัดทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติใหม่ ในส่วนของบริเวณถ้ำหลวง ได้รับงบประมาณในการซ่อมแซมสำนักงาน ซ่อมแซมอาคารนิทรรศการ และระบบน้ำภายในอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน (เตรียมการ) ปีงบประมาณ พ.ศ.2561 รวมจำนวนเงินทั้งสิ้น 2,028,000 บาท

1.2 อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน (เตรียมการ) ได้รับงบประมาณจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในการจัดทำโครงการจัดทำป้ายชื่ออุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน (เตรียมการ) และจัดทำนิทรรศการ “23 มิถุนายน 2561 บันทึกเหตุการณ์รวมใจเป็นหนึ่งเดียว 23 June 2018 United as One Story” ณ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว บริเวณขุนน้ำนางนอน จำนวน 790,000 บาท ปีงบประมาณ พ.ศ.2562 ขณะนี้อยู่ในระหว่างดำเนินการ

1.3 สำหรับมาตรการในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในระยะยาว รัฐบาลได้มีมติให้ศึกษาความเป็นไปได้ ในการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกบริเวณอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน (เตรียมการ) และเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ โดยรอบแบบบูรณาการ ขณะนี้อยู่ระหว่างกรมอุทยานแห่ชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เสนอแผนในการศึกษาที่จะดำเนินการต่อไปในอนาคต

  1. อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน (เตรียมการ) ได้ดำเนินการประสานงานกับ กรมทางหลวงชนบท เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณซ่อมแซมถนนโดยรอบบริเวณอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน (เตรียมการ) อยู่ในระหว่างการพิจารณาดำเนินการขอรับการอนุญาตจากกรมป่าไม้ เพื่อให้กรมทางหลวงชนบทเข้าดำเนินการซ่อมแซมพื้นที่ถนนโดยรอบ เนื่องจากอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน (เตรียมการ) อยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าดอยนางนอน
  2. ในกรณีการนำม้ามารับจ้างขี่โดยสารในพื้นที่อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน (เตรียมการ) นั้น เป็นกลุ่มอนุรักษ์ม้า 10 ชาติพันธุ์ ในพื้นที่ที่มีวัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่เกี่ยวข้องกับม้าซึ่งทางอำเภอแม่สายมีแนวความคิดในการเพิ่มรายได้ให้แก่ชุมชนและถ่ายทอดวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ให้เป็นที่รู้จักแก่นักท่องเที่ยว
  3. ในกรณีรถรางรับส่งนักท่องเที่ยว จากบริษัท อมรอนันตวิชญ์ ทางบริษัทไม่ได้คิดค่าเช่าแต่อย่างใด แต่ทางบริษัทต้องการประชาสัมพันธ์ เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ของบริษัทให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบ และจะมีค่าใช้จ่ายในกรณี ที่มีช่างจากบริษัทเข้ามาดำเนินการบำรุงรักษา ซ่อมแซม และเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ตามระยะเวลาที่กำหนดเป็นครั้งคราว
  4. ในกรณีที่มีการกล่าวว่า มีห้องน้ำที่สร้างเสร็จแล้วแต่ใช้งานไม่ได้นั้น ขอชี้แจงว่า ห้องน้ำนักท่องเที่ยวบริเวณถ้ำหลวง เป็นห้องน้ำที่มีอายุการใช้งานมา 28 ปี ระบบสุขาภิบาลเป็นลักษณะส้วมซึม ซึ่งจากการสำรวจล่าสุดของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลและกรมทรัพยากรธรณี พบว่า บริเวณภายใต้ห้องน้ำมีโพรงถ้ำ ซึ่งเหมาะสมแก่การท่องเที่ยว ดังนั้น อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน (เตรียมการ) จึงเสนอกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พิจารณารื้อถอน ปัจจุบันอยู่ระหว่างการจัดตั้งคณะกรรมการรื้อถอนห้องน้ำ อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน (เตรียมการ) จึงดำเนินการปิดห้องน้ำไว้ เพื่อรอการรื้อถอนต่อไป สำหรับห้องน้ำที่สร้างใหม่ เพื่อใช้ในการบริการนักท่องเที่ยวนั้น ได้รับการสนับสนุนจาก ศาสตรเมธี ดร.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ และปัจจุบันดำเนินการก่อสร้างเรียบร้อยแล้ว และเพียงพอที่จะให้บริการนักท่องเที่ยวซึ่งรองรับได้ทั้งผู้พิการและประชาชนทั่วไป

อนึ่ง หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจกู้ภัย 13 หมูป่า ได้มีหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน และจิตอาสาต่างๆ ได้ระดมทรัพยากร เพื่อช่วยเหลือและฟื้นฟูให้อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน (เตรียมการ) เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง ทั้งในระดับประเทศและระดับโลกให้ได้ ตามข่าวที่ได้รับทราบโดยทั่วไป

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากว่าพื้นที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดอยนางนอน ซึ่งมีระเบียบข้อกฎหมายเกี่ยวกับการดำเนินการพัฒนาจะต้องมีการตรวจสอบพิจารณาและได้รับอนุญาตให้ดำเนินการถูกต้องตามระเบียบกฎหมายเสียก่อน จึงทำให้กระบวนการในการพัฒนายังไม่สามารถขับเคลื่อนได้อย่างรวดเร็ว โดยในพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดอยนางนอนได้แบ่งภารกิจรับผิดชอบ 2 ส่วน คือ ส่วนที่หนึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน (เตรียมการ) ที่เตรียมประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ (เขตป่าอนุรักษ์ตามกฎหมาย) อยู่ในบริเวณขอบเขตวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เดิม และส่วนที่สองเป็นพื้นที่นอกเหนือความรับผิดชอบของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้รับผิดชอบในการประสานงานพัฒนา เช่น ถนน ร้านค้า ลานจอดรถ เป็นต้น ทั้งนี้ ข้าราชการที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ได้ปฏิบัติงานอย่างเต็มความสามารถและจะเร่งรัดกระบวนการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้เร็วที่สุด เพื่อจะได้บริการนักท่องเที่ยวได้อย่างทั่วถึงต่อไป

ทั้งนี้นายกมลไชย ได้ทำหนังสือชี้แจงต่อนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่ง
ชาติ สัตว์ป่าและพันธ์พืช นายประจญ ปรัชญสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ทราบและ
พิจารณาสั่งการและดำเนินการต่อไป
//////////////////////
ทีมข่าว Talknews online รายงาน

มีคนเห็นข่าวนี้แล้ว 118 ครั้ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *