เสริมรายได้นักศึกษา อบรมการชัก ชา ก่อนส่งไปประจำร้านขาย ในแต่ละอำเภอ เพื่อเสริมรายได้ให้กับนักศึกษา ในห้วงวันว่างจากการเรียน

มีคนเห็นข่าวนี้แล้ว -- ครั้ง

“Teh Tarik” หรือ “เตฮ์ ตาเระ”สำเนียงเสียงถิ่นมลายูที่เรียกขาน หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “ชาชัก” เป็นกระบวนการชงชานมให้เกิดฟองโดยไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยี แต่มาจากสองแขนที่แข็งขัน สลับรับ-ส่งส่วนผสมในกระบอกชงให้ตรงจังหวะ ตามแรงโน้มถ่วงของโลกให้กลายเป็น “ชา” (เตฮ์) ที่ถูก “ชักกะเย่อ” (ตาเระ) ที่มีรสละมุนของฟองนมตามแบบฉบับการชงชาที่พบในคาบสมุทรมลายู ไม่ปรากฏว่าประเทศใดเป็นต้นแบบในการชง “ชาชัก” แต่พบว่ามีร้านชาชักอยู่ทั่วไปทั้งในมาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์และภาคใต้ของไทย และปัจจุบัน เป็นที่นิยมชื่นชอบของ ประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในทุกระดับ ตั้งแต่ข้าราชการ ไปจนถึง ประชาชนคนธรรมดาๆ ทั่วไป โดยเฉพาะในงานเทศกาลต่างๆ ในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แม้แต่การจัดงานในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานคร จะมีหนุ่มสาว จากจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไปเปิดบูธ ขายชาชักกันเกือบทุกงาน นั่นแสดงว่า ชาชัก ยังเป็นอาชีพเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ทั้งในพื้นที่และต่างจังหวัด

วิทยาลัยชุมชนยะลา ได้รับ นักศึกษา ระดับอนุปริญญา สาขาวิชาเทคโนโลยีทางการเกษตร ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส ในพื้นที่จังหวัดยะลาและจังหวัดใกล้เคียง จากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ประจำปี 2562 จำนวน 24 คน ซึ่งเด็กเหล่านี้ จะมีเวลาเรียน ในวันเสาร์และ วันอาทิตย์ อาทิตย์ละ 2 วัน ทำให้ในวันปกติ จันทร์ ถึง วันศุกร์ จะมีเวลาว่าง เว้นจากการเรียน ดังนั้น วิทยาลัยชุมชนยะลา ได้คิดหาแนวทางให้นักศึกษาเหล่านี้ ได้ใช้เวลาว่าง ให้เกิดประโยชน์และมีรายได้เสริม เพื่อช่วยเหลือครอบครัวที่มีฐานะด้อยกว่า ครอบครัวอื่นๆ จึงได้ จัดอบรม การทำชาชัก ขายในพื้นที่ใกล้บ้าน ควบคู่กับการทำการเกษตร ตามที่ได้เรียนมา ในห้วงระยะเวลา 2 ปี กว่า ที่ต้องทำหน้าที่นักศึกษา จนจบระดับอนุปริญญา และเป็นต้นทุนเก็บสำรองไว้ ในการที่จะต้องไปศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี เป็นการต่อยอดอีก 1 ปี กับ 1 ซัมเมอร์ ซึ่งต้องใช้เงินทุนในการศึกษาประมาณรายละ 25,000 บาทด้วย สำหรับการทำชาชัก ขาย นั้น ทาง วิทยาลัยชุมชนยะลา จะหาทำเล ที่เหมาะสม พร้อมทั้ง จะไม่ต้องมีค่าเช่าเป็นภาระให้กับนักศึกษาอีกด้วย อาทิ จำหน่าย ณ ที่ว่าการอำเภอ โรงพยาบาล หรือชุมชนหนาแน่น ที่อยู่ใกล้บ้านของตนเอง ตลอดจนเปิดบูธขายในงานเทศกาลต่างๆ ของทางราชการจัดอีกด้วย

นางคอลีเยาะ แยนา วิทยากรสอนการทำชาชัก กล่าวว่า ชาชักมาจากถิ่นกำเนิด 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่คิดค้นขึ้นมา โครงการแรกเกิดจากผู้ว่าธีระ มินทราศักดิ์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ที่สร้างแฟรนไชส์ขึ้นมา แรกๆจากชาเย็นพอทานแล้วรู้สึกแข็งๆจะทำอย่างไรที่จะทำให้ดึงดูดลูกค้าเข้ามา ทำชาเย็นธรรมดาก็จะเหมือนกับทั่วไป เริ่มเทไปเทมาก็รู้สึกเพิ่มรสชาติเกิดความนุ่ม กลมกล่อมขึ้นมา ก็เลยต้องชักแล้วก็เลยได้ตั้งชื่อว่าชาชักทันที พอมีตรงนี้ขึ้นมาชาชักเริ่มมีรายได้จากแก้ว 20 บาท พอเป็นชาชักขึ้นมาได้โชว์ลีลาเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองโดยตรง เป็นเอกลักษณ์ของชายแดนใต้ เริ่มออกข้างนอกก็มีการโชว์ลีลาแล้ว ดึงดูดลูกค้าขึ้นมา กลายเป็นชาชักลีลาจนทุกวันนี้ ความอร่อยของชาชักตั้งแต่คัดตัวชา ชาทั่วไปไม่ได้ต้องเลือกตัวชา จะไปเอาชาโน้นมา เอาชานี้มาผสมกันไม่ได้ วิธีการชงชาชาชักต้องเปะๆสูตรผสม ตัอง ตรงเปะจริงๆ ความหวานจะพอดีในการตวง ทุกอย่างจะต้องตวง ถ้าไม่ตวงรอบนี้จะหวานพอรอบหน้าจะจืด แก้วหนึ่งจะตวงเป็นออนซ์ ชาก็ต้องตวงแก้วหนึ่งใช้ชาเท่าไร นมใช้เท่าไรต้องตวงหมด เพราะถ้าไม่ตวงฝีมือคงไม่คงที่

ด้านนายวิชาพร ชินประพัทธ์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชนยะลา กล่าวว่า วิทยาชุมชนยะลาได้จัดอบรมการทำชาชัก ซึ่งเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมของจังหวัดชายแดนภาคใต้ จะอบรมด้วยกัน 5 วันซึ่งขณะนี้นักศึกษาทำเป็นแล้ว โดยเมื่อทำเป็นแล้วจะหาแหล่งจำหน่ายให้ ช่วงแรกจะมาจำหน่ายที่วิทยาลัยชุมชนยะลาซึ่งจะเปิดร้านสหกรณ์จะขายแก้วละ 25 บาท หลังจากนั้นเมื่อนักศึกษามีฝีมือดีแล้ว คงที่แล้ว สามารถชักชาไม่หกพื้นแล้ว จะไปตั้งจุดขายตามอำเภอต่างๆเช่นที่ว่าการอำเภอต่างๆหรือตลาดนัดต่างๆแหล่งชุมชนที่มีคนมากของยะลา โดยวิทยาลัยชุมชนจะประสานงานเรื่องสถานที่ให้นักศึกษาไปขายโดยไม่ต้องเช่า นักศึกษาจะแบ่งกลุ่มขายกันจะมีรายได้ระหว่างเรียนและสามารถประกอบอาชีพในเวลาว่างที่จากการเรียนได้อีก

อับดุลการิม/อะหมัด/ยะลา/ข่าว

.

มีคนเห็นข่าวนี้แล้ว -- ครั้ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *