ผวจ.นครพนม เปิดงานประเพณีออกิพรรษาไหลเรือไฟ และงานกาชาดจังหวัดนครพนม ปี 2562

มีคนเห็นข่าวนี้แล้ว 425 ครั้ง


วันที่ 6 ต.ค. 61 ที่บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดนครพนม นายสยาม ศิริมงคล ผวจ.นครพนม เป็นประธานในการเปิดงานประเพณีออกพรรษาไหลเรือไฟ และงานกาชาดจังหวัดนครพนม ปี 2562 โดยกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6 ต.ค. – 14 ต.ค. 2562 9 วัน 9 คืน โดยมีนายรังสรรค์ คัมภิรานนท์ รอง ผวจ.นครพนม เป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ในการจัดงานฯ เพื่อเป็นการสืบสาน อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม ในการสร้างประทีปเป็นพุทธบูชาในช่วงวันออกพรรษา และเป็นการส่งเสริม เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ภายในจังหวัด ให้เป็นที่รู้จักกับประชาชนทั่วไปมากยิ่งขึ้น

นายสยาม ศิริมงคล ผวจ.นครพนม เปิดเผยว่า งานไหลเรือไฟและงานกาชาดในปีนี้ จังหวัดนครพนมได้มีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ จัดสร้างเรือไฟขนาดใหญ่ขึ้น จำนวน 13 ลำ มีมูลค่าการก่อสร้างลำละประมาณ 1 ล้านบาท โดยแต่ละลำจะมีการนำไม้ไผ่มากกว่า 5,000 ลำ มาทำเป็นโครงสร้างของเรือไฟ ซึ่งขนาดความยาวแบ่งออกเป็นขนาด 40 เมตรขึ้นไป ส่วนความสูงของเรือไฟขึ้นอยู่กับลวดลายที่ออกแบบ โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 20 – 40 เมตร มีการประดับตกแต่งด้วยตะเกียงไฟที่เกิดจากภูมิปัญญาชาวบ้าน ประมาณ 30,000-50,000 ดวง ต่อหนึ่งลำเรือ โดยตะเกียงไฟจะนำไปแขวนบนเส้นลวดในตำแหน่งต่าง ๆ ที่มีการออกแบบให้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และศิลปวัฒนธรรม ประเพณีท้องถิ่น เอกลักษณ์ท้องถิ่น หรือความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่ขัดกับวัฒนธรรมประเพณีและศีลธรรม ที่เมื่อจุดไฟที่ตะเกียงแล้ว จะเกิดแสงสว่างไสวเป็นลวดลายที่สวยงาม นอกจากนี้เรือไฟบางลำจะมีการออกแบบให้มีความพิเศษ เช่น มีบางส่วนเคลื่อนไหวได้ หรือสามารถพ่นไฟได้ เป็นต้น มีการไหลเรือไฟโชว์ คืนละ 1 ลำ พร้อมกับกระทงสาย (ไข่พญานาค) 6,000 ดวง ขณะที่ไฮไลท์ทั้งหมดจะอยู่ในวันที่ 13 ตุลาคม ที่จะเป็นการไหลเรือไฟทั้ง 13 ลำ เป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีว่าเรือไฟของอำเภอใดจะคว้าถ้วยรางวัลพระราชทานไปครอง


นอกจากนี้ก็ยังมีกิจกรรมการไหลเรือไฟโบราณ ที่เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่มาร่วมงาน สามารถนำเรือไฟขนาดเล็กที่ประดิษฐ์จากกาบกล้วยมาวางบนเรือไฟโบราณเพื่ออธิษฐานขอพร ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะนำไปปล่อยกลางลำน้ำโขงให้ โดยความพิเศษจะอยู่ที่มีการสร้างเป็นปีนักษัตรให้ผู้ที่เกิดแต่ละปีได้ร่วมกันลอยความทุกข์ ความเศร้าออกไปจากชีวิตตามความเชื่อที่มีมาแต่โบราณ
สำหรับการจัดงานประเพณีไหลเรือไฟ มีหลายหน่วยงานแบ่งโซนแจกความบันเทิงอย่างหลากหลาย อาทิ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) จัดงานโขงนทีประเพณีไทย กลางลำแม่น้ำโขง เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวงรัชกาลที่ 9 มีการแสดงม่านน้ำประกอบบทเพลงพระราชนิพนธ์โดยวงออร์เคสตรา และนกน้อย อุไรพร ขณะที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม
นายนิวัต เจียวิริยบุญญา นายกเทศมนตรีเมืองนครพนม จัดการแข่งขันเรือยาวประเพณีสัมพันธ์ไทยลาว ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ระเบิดวันชิงจ้าวแห่งลำน้ำโขง วันที่ 9-12 ตุลาคม

นอกจากนี้มีการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครพนม ร่วมจัดนิทรรศการวิถีชีวิตคนทำเรือไฟ ชมขบวนพิธีอัญเชิญไฟพระฤกษ์และขบวนแห่ปราสาทผึ้ง พิธีรำบูชาพระธาตุพนม การแสดงศิลปวัฒนธรรม และวิถีชีวิต 8 ชนเผ่า 2 เชื้อชาติ การแสดงหมอลำพื้นบ้านอีสาน การเดินแบบผ้าลายมุก การประกวด B-BOY And Cover Dance Contest 2019 การประกวด To Be Number One Idol /Dancercise การประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง/วงดนตรีลูกทุ่ง การออกร้านจำหน่ายสินค้า OTOP และสินค้าขึ้นชื่อของจังหวัดนครพนม ขณะที่นักเรียน นักศึกษา ก็ถืออีกหนึ่งโอกาสที่นอกจากจะได้เที่ยวงาน ได้เรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมที่ดีงามแล้ว ยังสามารถผลิตคลิปสั้นเพื่อส่งเข้าประกวดชิงเงินรางวัล

สิ่งที่น่าสนใจนอกจากการชมประเพณีไหลเรือไฟอันยิ่งใหญ่แล้ว กิจกรรมออกร้านกาชาดปีนี้รางวัลใหญ่เป็นรถยนต์กระบะ Double CAB 4 ประตู ราคาสลากกาชาด ใบละ 50 บาท อยู่หน้าศาลากลางจังหวัดนครพนม(หลังเก่า) จนถึงวันที่ 14 ซึ่งตลอดทั้งงานจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม บูรณาการร่วมกับ มณฑลทหารบกที่ 210 กองอาสารักษาดินแดน อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน ตำรวจท่องเที่ยว,ทางหลวง,ตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจอาสา ฯลฯ คอยอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยให้กับผู้ที่มาร่วมงานตลอดเวลา ส่วนหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง ตำรวจน้ำ และกรมเจ้าท่า ดูแลความปลอดภัยทางน้ำ

มีคนเห็นข่าวนี้แล้ว 425 ครั้ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *