กาฬสินธุ์ตื่นพายุไต้ฝุ่นนากรีถล่มเร่งเก็บเกี่ยวข้าวหนีฝน(คลิป)

มีคนเห็นข่าวนี้แล้ว 229 ครั้ง

ชาวนาที่จังหวัดกาฬสินธุ์ หวั่นนาข้าวได้รับความเสียหายจากพายุไต้ฝุ่น “นากรี” หลังกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนจ่อขึ้นชายฝั่งประเทศเวียดนามและเข้าประเทศไทย โดยเฉพาะภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างวันที่ 11-13 พฤศจิกายน ต่างเร่งจ้างรถเกี่ยวลงแปลงนาเพื่อเก็บเกี่ยวข้าว ก่อนจมน้ำเน่าได้รับความเสียหาย
เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการติดตามบรรยากาศการเก็บเกี่ยวข้าวของชาวนา จ.กาฬสินธุ์ พบว่าในเขตใช้น้ำชลประทานเขื่อนลำปาว พื้นที่ อ.เมืองกาฬสินธุ์ อ.ยางตลาด อ.กมลาไสย และ อ.ฆ้องชัย ที่เพาะปลูกพันธุ์ข้าวเบาหรือข้าวไวแสงอายุ 3 เดือน ที่ใช้สำหรับทำนาปรังในฤดูแล้งที่จะถึง ได้เริ่มลงมือเก็บเกี่ยวกันแล้ว ขณะที่

ข้าวนาปีจะถึงอายุเก็บเกี่ยวในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป ซึ่งเรียกว่าระยะพลับพลึง ที่เมล็ดข้าวเปลือกจะเต็มและเหลืองแก่พอดี แต่กลับพบว่ามีชาวนาหลายราย ได้จ้างรถเกี่ยวข้าวทำการเก็บเกี่ยวก่อนกำหนด ทั้งๆที่เมล็ดข้าวยังไม่สุกแก่เต็มที่
นายนาคินทร์ ภูจ่าพลผู้ใหญ่บ้านบ้านดอนยานาง หมู่ 9 ต.ดอนสมบูรณ์ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องเกี่ยวข้าวก่อนกำหนด เนื่องจากเมื่อวันที่ 9 พ.ย.62 ที่ผ่านมา ได้มีประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา โดยระบุว่า เกิดพายุระดับ 5 (ไต้ฝุ่น) “นากรี” ที่บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง คาดว่าจะเคลื่อนตัวเข้าใกล้ชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางในช่วงวันที่ 10-11 พ.ย. 62 ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อลักษณะอากาศของประเทศไทยในช่วงวันที่ 11-13 พ.ย. 62 โดยจะมีฝนในภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นอกจากนี้ต่อเนื่องถึงวันที่ 13-15 พ.ย. 2562 ความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีน จะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ซึ่งจะทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนอง หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลงกับมีลมแรงอีกด้วย

นายนาคินทร์กล่าวอีกว่า จากประกาศดังกล่าว ทำให้ชาวนาหลายคนที่แปลงนาเป็นที่ลุ่ม เกรงว่าข้าวในนาจะได้รับผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่นนากรี ที่อาจจะพัดผ่านเข้ามาตกในพื้นที่จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งจะทำให้เกิดภาวะน้ำขังในแปลงนา และทำให้เมล็ดข้าวเปลือกจมน้ำเน่าเสียหาย และหากมีลมแรงด้วยก็จะทำให้ต้นข้าวถูกลมพัดล้ม รวงข้าวหักเสียหายก่อนสุกแก่ ซึ่งจะทำให้การเก็บเกี่ยวด้วยมือประสบความยากลำบาก จึงได้หาจ้างรถเกี่ยวข้าวมาเกี่ยวข้าวออกจากแปลงนา ซึ่งเรียกว่าการเกี่ยวสด ถือว่าเป็นการตัดไฟแต่ต้นลม จากนั้นจึงนำข้าวเปลือกที่ผ่านการเกี่ยวสดมาผึ่งแดดเพื่อให้เมล็ดข้าวแห้ง ซึ่งดูแลง่ายกว่าและจัดเก็บสะดวกกว่าที่จะให้ตากฝนหรือจมน้ำในแปลงนา ที่จะทำให้เมล็ดข้าวเน่า หรือเป็นสีดำ ไม่มีคุณภาพ จำหน่ายได้ราคาต่ำ ขณะที่ในส่วนของค่าจ้างรถเกี่ยวข้าว ก็เพิ่มราคาจากปกติไร่ละ 500 บาท เป็นไร่ละ 650-700บาทแล้ว
ด้านนายธนาพล ธรรมโนขจิต ผู้จัดการตลาดกลางข้าวและพืชไร่กาฬสินธุ์ กล่าวว่าสำหรับราคารับซื้อข้าวเปลือกนาปีปีนี้ ตามท้องตลาดให้ราคาดีกว่าหลายปีที่ผ่าน โดยข้าวเปลือกหอมมะลิสดตันละ 12,000 บาท แห้งตันละ 12,500-13,000 บาท ขณะที่ข้าวเปลือกเหนียวสดตันละ 15,000-15,500 บาท และแห้งตันละ 17,000-17,500 บาท ตามคุณภาพข้าว ทั้งนี้ สิ่งที่อยากจะฝากไปถึงชาวนาที่จะนำข้าวเปลือกมาขาย ควรเก็บเกี่ยวในระยะพลับพลึงและตากเมล็ดให้แห้งที่สุดก่อนนำมาขาย เพื่อที่จะขายข้าวได้ราคาสูง โดยไม่ถูกหักค่าความชื้น

มีคนเห็นข่าวนี้แล้ว 229 ครั้ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *