ดาวกระจาย 5 จุดบุกตัดตอนแหล่งผลิต ขาย สารชีวภัณฑ์ปลอมเสียหายกว่า 25 ล้านบาท

มีคนเห็นข่าวนี้แล้ว 672 ครั้ง

กรมวิชาการเกษตร  ผนึกกำลัง ดีเอสไอ ดาวกระจายลงพื้นที่ 5 จุดบุกสถานที่ผลิตและจำหน่ายสารชีวภัณฑ์อวดอ้างสรรพคุณกำจัดวัชพืชได้ผล เบื้องต้นพบผสม 2 สารเคมีชื่อดังพาราควอทและไกลโฟเซต  ปิดฉากค่าเสียหายรวมกว่า 25 ล้านบาท เตรียมลากผู้กระทำผิดรับโทษตามกฎหมาย

นางสาวเสริมสุข  สลักเพ็ชร์  อธิบดีกรมวิชาการเกษตรเปิดเผยว่า  ตามที่กรมวิชาการเกษตรได้รับเรื่องร้องเรียนจากเกษตรกรว่ามีการขายสารชีวภัณฑ์สำหรับกำจัดวัชพืช  และศัตรูพืช ขายทางสื่อออนไลน์ต่างๆ เป็นจำนวนมาก  จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทำการล่อซื้อสินค้าดังกล่าวเพื่อนำมาตรวจวิเคราะห์   เบื้องต้นพบฉลากที่ระบุเป็นสารชีวภัณฑ์กำจัดวัชพืชไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตร   และยังพบหลายยี่ห้อมีส่วนผสมของสารเคมีกำจัดวัชพืชพาราควอทและไกลโฟเซต จึงได้สั่งการให้สารวัตรเกษตร  กรมวิชาการเกษตรทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคร่วมปฏิบัติงานกับเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เข้าตรวจค้นแหล่งผลิตและจำหน่ายปุ๋ยและวัตถุอันตรายทางการเกษตรจำนวน 5 จุด ตามที่สืบทราบ   โดยแบ่งกำลังเจ้าหน้าที่ออกตรวจค้นกระจายไปตามจุดต่างๆ ได้แก่ อ.สามโคก  จ.ปทุมธานี  อ.จอหอ จ.นครราชสีมา  อ.พิมาย จ.นครราชสีมา  และ อ.บางบัวทอง  จ.นนทบุรี จำนวน 2 จุด  จากการตรวจค้นพบของกลางที่กระทำผิดกฎหมายพบเป็นวัตถุอันตรายจำนวน 18 รายการ  และปุ๋ยจำนวน 36 รายการ  ปริมาณรวมทั้งสิ้น 58.5 ตัน  คิดเป็นมูลค่าความเสียหายในครั้งนี้จำนวนกว่า 25 ล้านบาท


ประเด็นความผิดในครั้งนี้ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535  คือ ผลิตและจำหน่ายวัตถุอันตรายไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับผลิตและจำหน่ายวัตถุอันตรายไม่ขึ้นทะเบียน มีโทษจำคุกไม่เกิน3 ปี ปรับไม่เกิน 3 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ   ผลิตและจำหน่ายปุ๋ยไม่ได้รับอนุญาตมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี  ปรับไม่เกิน 2 แสนบาท   หรือทั้งจำทั้งปรับ ผลิตและจำหน่ายปุ๋ยไม่ขึ้นทะเบียนโทษมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-5 ปี   และปรับตั้งแต่ 4 หมื่น–2 แสนบาท   โดยเจ้าหน้าที่ได้อายัดของกลางไว้ทั้งหมดและรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดต่อไป 


สารชีวภัณฑ์กำจัดศัตรูพืช  จะต้องขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตรโดยต้องผ่านการประเมินข้อมูลพิษวิทยา การขอนำเข้าหรือผลิตตัวอย่างเพื่อวิเคราะห์คุณภาพของผลิตภัณฑ์  และทำการทดลองประสิทธิภาพ  ซึ่งการกำหนดหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนดังกล่าวเพื่อให้เกษตรกรได้ใช้สารที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการกำจัดศัตรูพืช ป้องกันไม่ให้ผลผลิตเสียหาย และที่สำคัญต้องเป็นสารที่มีความปลอดภัยต่อผู้ใช้ ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม จึงขอเตือนเกษตรกรอย่าได้หลงเชื่อคำกล่าวอวดอ้างสรรพคุณต่างๆ   โดยก่อนที่จะซื้อสารชนิดใดมาใช้ก็ตามขอให้สังเกตุที่ฉลากต้องได้รับการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องจากกรมวิชาการเกษตร   หากสงสัยหรือทราบเบาะแสแหล่งผลิตและจำหน่ายปุ๋ย หรือวัตถุอันตรายทางเกษตรที่ผิดกฎหมายขอให้แจ้งได้ที่กลุ่มสารวัตรเกษตร  กรมวิชาการเกษตร  โทร.0-2 940-5434” อธิบดีกรมวิชาการเกษตร  กล่าว

พนารัตน์   เสรีทวีกุล : ข่าวกลุ่มประชาสัมพันธ์ฯ / โทร.062 345 1821

มีคนเห็นข่าวนี้แล้ว 672 ครั้ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *