ร่วมไม้ร่วมมือ !!! บ้านปง ม.3 ต.ต้าผามอก อ.ลองฯ ยกให้เป็น “หมู่บ้านต้นแบบ” การจัดการขยะแบบลงตัว (คลิป)

มีคนเห็นข่าวนี้แล้ว 772 ครั้ง

ต้องยอมรับและยกย่องแนวคิดการทำงานของผู้นำท้องที่ของจังหวัดแพร่ คือ ที่บ้านปง ม.3. ต.ต้าผามอก อ.ลอง จังหวัดแพร่ ที่มี นายเทียน กันทะลั่น เป็นผู้ใหญ่บ้าน มีการทำงานร่วมกับพี่น้องชาวบ้านแบบลงตัว ในเรื่องที่มองสิ่งที่เหลือใช้ “ขยะ” และนำมาผ่านกระบวนการต่างๆ สุดท้ายมาเป็นสิ่งสร้างคุณค่า คุณภาพชีวิตพี่น้องประชาชนมีความสุข และชุมชนที่ปลอดภัย
มาฟังแนวคิดการจัดการแบบลงของ นายเทียน กันทะลั่น เป็นผู้ใหญ่บ้าน กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า การทำปุ๋ยอินทรีย์ธรรมชาติต่อยอดมาจากโครงการ 9101 เมื่อปี 2559 แล้วนำมาต่อยอดเข้ากับโครงการคัดแยกขยะต้นทางของหมู่บ้าน โครงการลดการเผา โครงการหน้าบ้านน่ามอง โครงการ 9 นาทีทำดีเพื่อพ่อ โครงการพืชผักสวนครัวรั้วกินได้ (ปลูกผักกินเอง) โดยการปลูกผักใช้ปุ๋ยอินทรีย์ที่ผลิตขึ้นในหมู่บ้าน โดยไม่ใช้สารเคมี เพื่อลดสารพิษในร่างกาย โครงการรับบริจาคขยะประจำเดือน เอาขยะที่ขายได้มาขายเป็นรายได้

นอกจากนี้มีรายได้จากการขายปุ๋ยอินทรีย์ จากโครงการ 9101 เป็นทุนพัฒนาหมู่บ้าน และทุนในการจัดการขยะ เช่นการปรับภูมิทัศน์ในหมู่บ้าน การรณรงค์ประชาสัมพันธ์และโครงการลดการเผาอีกรูปแบบหนึ่งคือ ให้เกษตรกร นำเอาพืชผลผลิต ทางการเกษตร เช่นข้าวโพด นำมาสีรวมกันจุดเดียว เพื่อง่ายต่อการควบคุมดูแลการเผาในพื้นที่การเกษตรแล้ว
ผู้ใหญบ้าน กล่าวอีกว่า การนำทุนจากการขายขยะขายปุ๋ย ซื้อตาข่ายทำรั้วล้อมคอก รอบบริเวณกองซังข้าวโพด แล้วซื้อลูกหมูป่ามาเลี้ยง เพื่อให้หมูป่าขุดคุ้ยและถ่ายมูลลงในกลองซังข้าวโพด แล้วในกองซังข้าวโพดนั้น ก็จะมีตัวหนอนตัวแมลงเข้าไปอยู่ธรรมชาติของหมูป่า ก็จะขุดคุ้ยกินแมลงและตัวหนอน ในกองซังข้าวโพดก็จะเป็นการผสมผสานระหว่าซังข้าวโพดกับมูลหมูป่าเข้าไปด้วยกัน ก็จะเป็นปุ๋ยธรรมชาติที่ไม่ต้องลงทุนอะไรเลย เพราะทุนที่ได้มาก็จากขยะ แม้กระทั่งอาหารที่นำไปเลี้ยงหมูป่าก็ได้มาจากอาหารที่เหลือจากในหมู่บ้าน

ในวัด และงานเทศกาลงานพิธีต่างๆ นำไปเป็นอาหารให้หมูป่าโดยไม่ต้องซื้อแม้แต่บาทเดียวและเป็นการกำจัดขยะที่เป็นเศษอาหารที่ถาวรได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ และทำให้มีหมู่บ้านมีแหล่งผลิตปุ๋ย เพื่อใช้ในชุมชนและที่เหลือก็จำหน่ายเป็นรายได้เป็นทุนพัฒนาหมู่บ้านและการบริหารจัดการหมู่บ้าน และเป็นการบริหารจัดการขยะ อย่างครบวงจร โดยอาศัยศาสตร์พระราชา ยึดหลักของเศรษฐกิจพอเพียง คือความพอประมาณ ความคุ้มค่ามีเหตุและผล ความรู้คู่คุณธรรม โดยระเบิดจากข้างใน ปัจจุบันได้มีองค์กร ชุมชน หน่วยงาน ราชการ เอกชน นำไปเป็นต้นแบบโครงการ
ล่าสุด ดร.อาทร จันทวิมล ประธานมูลนิธิส่งเสริม การลูกเสือแห่งประเทศไทย อดีตอธิบดี กศน. เข้ามาดูเพื่อนำไปเป็นหลักสูตรของลูกเสือ และยังอีกหลายกิจกรรมโครงการที่ได้นำเอารายได้ส่วนนี้มาพัฒนาหนู่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นสวัสดิการ,ส่งเสริมการออม,โครงการหมู่บ้านไอโอดีน ส่งเสริมเรื่องป่าเรื่องน้ำ แต่ละโครงการของหมู่บ้าน สามารถดำเนินการเบื้องต้นได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องรองบประมาณจากรัฐ ซึ่งอาจจะตกมาช้า อาจจะไม่ทันแก้ไขปัญหาหรือเหตุการณ์ความเดือดร้อนในหมู่บ้านได้ เราสามารถดำเนินการเองก่อนได้เลย

ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่

มีคนเห็นข่าวนี้แล้ว 772 ครั้ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *