สมุทรสาคร เปิดคลิป ลั่นไกนอกสนามไม่ขึ้นศาลก็ติดคุก ช่างซ่อมรถยิงหนุ่ม รปภ.และวินจยย. ได้รับบาดเจ็บ 2(คลิป)

มีคนเห็นข่าวนี้แล้ว 261 ครั้ง

หลังจากที่มีผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อ “ Komol Poolme” ได้โพสต์คลิปภาพเหตุการณ์ยิงกันที่บริเวณหน้าร้านซ่อมรถจักรยานยนต์แห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลโคกขาม อ.เมือง จ.สมุทรสาคร พร้อมกับมีข้อความระบุว่า “ เหตุยิงกัน – สมุทรสาครโคกขาม …มีอะไรใจเย็นๆกันนะ… #ลั่นไกนอกสนามไม่ขึ้นศาลก็ติดคุก” โดยได้โพสต์เมื่อเวลาประมาณ 21.17 น.ของวันที่ 14 มกราคม 2563 ซึ่งหลังจากที่โพสต์ไปแล้วนั้น ก็มีผู้เข้ามากดแสดงความรู้สึกแล้วมากกว่า 5 พันคน เขียนแสดงความคิดเห็นกว่า 2.4 พัน และแชร์ออกไปมากกว่า 4.9 พันครั้ง โดย

ภาพที่ปรากฏในคลิปนั้น เป็นภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่ตรงหน้าร้านซ่อมรถจักรยานยนต์(ช่างคม) ซึ่งจะเห็นได้ว่าชายที่ใส่เสื้อแขนยาวเดินมาจากฝั่งตรงข้ามแล้วเข้าไปในร้านรับซ่อมรถจักรยานยนต์ จากนั้นก็มีเรื่องชกต่อยกับเจ้าของร้าน โดยออกมาสู้กันที่หน้าร้านมีการชกต่อยกันอีก 2 – 3 หมัด ก่อนที่เจ้าของร้านคือคนที่ใส่เสื้อแขนสั้นสีฟ้าจะวิ่งหนีเข้าไปในร้าน แต่คนใส่เสื้อแขนยาวกลับวิ่งตามเข้าแต่ก็ต้องถอยหลังออกมา ก่อนที่จะล้มหงายลงกับพื้นเพราะถูกยิง ขณะเดียวกันก็มีชายที่สวมเสื้อวิน จยย.รับจ้างเดินเข้ามาพร้อมกับยก 2 มือขึ้น แต่ก็ถูกยิงที่ไหล่และแขนล้มลงไปด้วยอีกคน โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อกลางดึกของวันที่ 13 มกราคม 2563 ซึ่งหลังเกิดเหตุเจ้าของร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ คือนายอาคม หรือช่างคม ไตรยวงค์ (มือปืนที่ยิงทั้ง 2 คน) อายุ 41 ปี ที่อยู่ตามบัตร

ประชาชน 55 หมู่ที่ 6 ต.ห้องแซง อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร ปัจจุบันอาศัยและเปิดร้านรับซ่อมรถจักรยานยนต์ (ที่เกิดเหตุ) ตั้งอยู่เลขที่ 1/4 หมู่ที่ 6 ต.โคกขาม อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ก็ได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โคกขามภายใต้การนำของ พ.ต.อ.สิทธิพงษ์ สังข์แสง ผกก.สภ.โคกขาม ก็ได้นำทีมเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมกับเก็บอาวุธปืน ตลอดจนรวบรวมหลักฐานอื่นๆ ไว้ทั้งหมดเพื่อประกอบสำนวนคดี
ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ของวันที่ 15 มกราคม 2563 ผู้สื่อข่าวได้มีการพูดคุยกับทางญาติของผู้บาดเจ็บทั้ง 2 คน คือ ญาติของนายธีรชัย ฉ่ำโพธิชา หนุ่ม รปภ. อายุ 40 ปี คนที่ใส่เสื้อแขนยาวถูกยิงก่อนคนแรก กับ ญาติของนายลือชัย ฮะแสวง อายุ 48 ปี คนขับวินจยย.ที่เดินเข้าไปแล้วมีลักษณะท่าทางเหมือนจะเข้าไปห้าม ส่วนอาการล่าสุดของทั้งสองคนแม้พ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดและมีโอกาสที่จะเป็นอัมพาตทั้งคู่

นายสายชล ฉ่ำโพธิชา พ่อของนายธีรชัย (เก่ง) ฉ่ำโพธิชา ที่เป็น รปภ. บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ตนยอมรับว่าตามคลิปลูกชายเข้าไปต่อยช่างคมในร้านจริง แต่เหตุการณ์ก่อนหน้านี้ใครจะรู้บ้างว่ามันเกิดอะไรขึ้น เพราะปกติลูกชายของตนเองกับช่างคมก็ดื่มเหล้ากันประจำ ไม่รู้ว่าเวลาเมาแล้วไปพูดผิดหูอะไรกันหรือเปล่า การที่ช่างคมยิงลูกชายของตนเองเข้าที่ชายโครงด้านซ้าย 1 นัด จนล้มแล้วก็จะยิงซ้ำอีกตามที่พูดในคลิปว่าให้มันจบๆกันไป แบบนี้มันไม่ใช่การป้องกันตัว แต่ตั้งใจหมายจะเอาชีวิตกันชัดๆส่วนอาการของลูกชายตนเองตอนนี้ก็พูดได้แล้ว แต่กระสุนยังฝังในแพทย์ไม่สามารถผ่าออกได้ทันที ต้องทำการประเมินอาการก่อน เพราะกลัวว่าถ้าผ่าออกตอนนี้คนไข้จะรับไม่ไหว อีกทั้งยังมีอาการขาชาด้วยจึงกลัวว่าจะเดินไม่ได้
ขณะที่ทางด้านแม่และลูกชายของนายลือชัย(แพะ) ฮะแสวง วินจยย.นั้น ก็บอกว่า ลูกชายของตนเองไม่ใช่คนเกเรหรือชอบหาเรื่องใครก่อน ตามคลิปตนเชื่อว่าลูกชายจะเข้าไปห้ามแต่กลับต้องมาเจ็บตัวด้วย ที่ผ่านมาลูกชายก็แค่โวยวายด่าทอวัยรุ่นที่ขี่รถเร่งเครื่องผ่านบ้านตอนกลางคืนหรือด่าว่าลูกชายบ้างเท่านั้น ซึ่งการทำเช่นนี้เป็นการกระทำที่เกินไป ส่วนอาวุธมีดที่พกอยู่ข้างเอวนั้น ยอมรับว่าพกเป็นประจำเพราะอาชีพขับวินจยย. จึงต้องพกไว้เพื่อป้องกันตัวโดยเฉพาะตอนที่ขับรถไปในที่เปลี่ยว ส่วนอาการนั้นถูกยิงเข้าที่ช่วงแขน และไหล่ด้านซ้าย ยังรักษาตัวอยู่ที่ห้องไอซียู โรงพยาบาลสมุทรสาคร เนื่องจากกระสุนทะลุเข้าไขกระดูกไหปลาร้าแตก และศอกซ้ายกระดูกแตกละเอียด ซึ่งทางแพทย์ก็บอกให้ญาติทำใจแล้วว่าอาจจะเป็นอัมพาตได้ จึงอยากขอความเป็นธรรมให้กับครอบครัวด้วย

ทั้งนี้ทางผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง พ.ต.อ.สิทธิ์พงษ์ สังข์แสง ผกก.สภ.โคกขาม ถึงความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับทั้งสองฝ่าย ซึ่งผู้กำกับการ สภ.โคกขามได้กล่าวว่า ในคืนวันที่ 13 มกราคม 2563 นั้น หลังเกิดเหตุคนร้ายได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัดสมุทรสาคร ที่ลานจอดรถห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจฯ ได้ไปรับตัวและควบคุมมาสอบปากคำที่ สภ.โคกขามทันที โดยใช้เวลาในการสอบปากคำนานกว่า 4 ชั่วโมง ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่ายิงผู้บาดเจ็บทั้งสองคนจริง ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ในการก่อเหตุเป็นอาวุธปืนพกสั้นขนาด .357 มีทะเบียน ซึ่งหลังก่อเหตุได้เอาไปซุกซ่อนไว้ในเครื่องซักผ้าหลังร้าน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไปยึดมาตรวจสอบว่ามีชื่อใครเป็นผู้ครอบครองที่แท้จริง พร้อมกับเก็บรวบรวมหลักฐานอื่นๆ ไว้ได้ทั้งหมด รวมถึงการสอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์ด้วย จากนั้นทางด้านของ ร.ต.อ.จะเด็ด จันทร์พลงาม รองสารวัตรสอบสวน สภ.โคกขาม ก็ได้มีการตั้งข้อกล่าวหาแก่นายอาคม ไตรยวงค์ อายุ 41 ปี ผู้ต้องหารายนี้ว่า พยายามฆ่าผู้อื่นฯ และมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และได้ส่งตัวไปฝากขังยังศาลจังหวัดสมุทรสาครแล้ว แต่จะได้รับการประกันตัวหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลจังหวัดสมุทรสาคร ส่วนผู้บาดเจ็บทั้งสองคนที่เข้าไปในร้านของนายอาคมฯ นั้น ก็จะต้องถูกดำเนินคดีด้วย แต่จะข้อกล่าวหาอะไรนั้น ก็จะต้องรอให้ทำการสอบปากคำจนเป็นที่เรียบร้อยก่อน จึงจะมีการแจ้งความตั้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ณัฐวุฒิ เอกจิโรภาส

มีคนเห็นข่าวนี้แล้ว 261 ครั้ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *