บิ๊กโจ๊กลุยค้นกู้ดอกโหดเมืองน้ำดำสั่งอายัดไม่เลี้ยง

มีคนเห็นข่าวนี้แล้ว555ครั้ง

 

บิ๊กโจ๊กลุยค้นนายทุนเงินกู้ดอกเบี้ยโหดเมืองน้ำดำ ล่าสุดสั่งอายัด 7 จุดใช้กฏหมาย ปปง.เอาผิด ระบุ พรุ่งนี้ 12 จังหวัดภาคอีสาน ได้รับการคืนโฉนดเกือบ 1,500 ฉบับมูลค่ากว่า 3 พันล้านบาท พร้อมเปิดเผยแผนแก้ปัญหาระยะยาว ของพลเอกประวิทย์ วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้ตำรวจขอความร่วมมือให้นายทุนเข้าสู่กู้ถูกระบบตามกฏหมายป้องกันลูกหนี้นำโฉนดสู่มือนายทุน

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2561 พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 พล.ต.จุมพล จุมพลภักดี ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 3 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จ.กาฬสินธุ์ พล.ต.ต.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ รองผบช.ภ.4 พล.ต.ต.มนตรี จรัลพงศ์ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ ผบก.สส.ภ.4 พ.ต.อ.ชาตรี ปรีชากุล พ.ต.อ.ออมสิน ตรารุ่งเรือง รองผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พ.ต.อ.ไพโรจน์ ไทยพุทรา รองผบก.จว.กาฬสินธุ์ พ.ต.อ.ธีรพัฒน์ ธารีไทย ผกก.สืบสวน.ภ.จว.กาฬสินธุ์ ร่วมกันปล่อยแถวระดมกำลังเข้าตรวจค้นร้านรับจำนำของกลุ่มนายทุนปล่อยเงินกู้นอกระบบ ตามแผนปฏิบัติการ ขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองน่าอยู่ โดยเจ้าหน้าที่แยกทีมกันเป็น 7 ชุดมีเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ทหารในพื้นสนับสนุนเข้าทำการปิดล้อมกว่า 200 นาย ตรวจค้นเป้าหมาย 5 เป้าหมาย 7 จุด ในพื้นที่ อ.เมืองกาฬสินธุ์ 2 จุด อ.สมเด็จ 4 จุด และอ.กุฉินารายณ์อีก 1 จุด

โดย ในช่วงบ่าย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบช.ท่องเที่ยว พร้อมนายตำรวจ ได้เข้าตรวจค้นที่ บริษัทเอกชัยกาฬสินธุ์ จำกัด ในเขตเทศบาลเมือง ซึ่งบริษัทแห่งนี้ ได้เช่าอาคารพาณิชย์เปิดทำการปล่อยกู้ในอัตราดอกเบี้ยที่แพงกว่ากำหนดกำหนด แต่ที่ผ่านมา นับแต่มีการเปิดศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ตามนโยบายรัฐบาล ตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคม 2561 เป็นต้นมาก็ได้เข้ามาทำการไกล่เกลี่ยระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ด้วยความปรองดองเข้าสู่ระบบการไกล่เกลี่ยของทางราชการ

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ท่องเที่ยว กล่าวว่า ความแตกต่างในเรื่องเงินกู้นอกระบบระหว่างภาคกลางกับภาคอีสาน นั้น ภาคกลางจะเป็นการปล่อยเงินในรูปแบบหมวกกันน๊อคแต่ภาคอีสานจะเป็นการเปิดปล่อยกู้ในรูปแบบร้านค้าแต่เป็นการปล่อยเงินกู้ที่เกิดกว่ากฏหมายกำหนด สำหรับบริษัทแห่งนี้ ก็เป็นการปล่อยเงินเกิดในอัตราที่กฏหมายกำหนด ซึ่งในการระดมค้นทั้ง 5 เป้าหมาย 7 จุด เราได้ใช้กฏหมาย ปปง. คือการอายัดทรัพย์มาตรวจสอบ เพราะทุกที่เป็นการปล่อยเงินกู้เกิดอัตราดอกเบี้ย

“ทั้งนี้การแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนทั่วประเทศเป็นนโยบายของ พลเอกประวิทย์ วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งต้องการลดความเลื่อมล้ำการถูกเอารัดเอาเปรียบที่เกิดขึ้นระหว่าง เจ้าหนี้และลูกหนี้ กลุ่มนายทุนปล่อยเงินกู้ที่อาศัยช่องว่างทางกฏหมาย ซึ่งทรัพย์ที่สามารถนำคืนประชาชนขณะนี้ มีมากกว่า 6,000 ล้านบาท โดยเฉพาะในการมอบโฉนดคืนในวันพรุ่งนี้ ประชาชนที่จะเข้ามารับโฉนดมีจำนวน 12 จังหวัดในเขตภาคอีสานตอนบน ประกอบด้วย จ.ขอนแก่น จ.นครพนม จ.บึงกาฬ จ.มหาสารคาม จ.มุกดาหาร จ.ร้อยเอ็ด จ.เลย จ.สกลนคร จ.หนองคาย จ.หนองบัวลำภู จ.อุดรธานี และจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ทำการเจรจาไกล่เกลี่ยไปจำนวน 1,366 ราย จำนวนโฉนดที่คืน 1,441ฉบับ มีเนื้อที่ 5,153 ไร่ 74 ตารางวา คิดเป็นราคาซื้อขายที่ดินเป็นเงิน 3,251,426,872 บาทและที่จังหวัดกาฬสินธุ์ สามารถคืนโฉนดได้สูงสุดคือ 805 ฉบับ พื้นที่ 2,429 ไร่ 3 งาน 75.5 ตารางวา ทำการไกล่เกลี่ยสูงสุดถึง 771 ราย เป็นจำนวนเงิน 1,749,600,000 บาท”

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล กล่าวต่อว่า ภายหลังจากที่ทำการแก้ไขปัญหาไปแล้ว นโยบายของ พลเอกประวิทย์ วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อให้เกิดความยั่งยืน ในกลุ่มเจ้าหนี้เงินกู้ที่ปล่อยกู้ในอัตราดอกเบี้ยที่สูงและได้เข้ามาอยู่ในระบบ ก็จะขอให้ดำเนินการปล่อยกู้ให้กับประชาชนไม่เกิดร้อยละ 15 ต่อปีตามกฏหมาย ซึ่งจะเป็นการแก้ไขปัญหาระยะยาว ซึ่งขณะนี้ นโยบายดังกล่าว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้นำมาพูดคุยกับกลุ่มนายทุนเงินกู้ เพราะแน่นอนว่าหากไม่วางแผนอนาคต กลุ่มลูกหนี้ที่ได้รับการแก้ไขปัญหาในวันนี้ก็จะนำโฉนดไปทำการกู้เงินกับนายทุนอีก ซึ่งก็จะมีการจัดทำแผนการแก้ไขปัญหาด้วยการให้นายทุนเข้าสู่ระบบแล้วทำการปล่อยเงินกู้ตามกฏหมายกำหนดต่อไป

สำหรับปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นร้านนายทุนปล่อยเงินกู้พร้อมกัน 5 เป้าหมาย 7 จุด ใน อ.เมือง อ.สมเด็จ และอ.กุฉินารายณ์ครั้งนี้สืบเนื่องจากนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ปราบปรามนายทุนที่มีพฤติกรรมที่เรียกกลับดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดและให้จัดตั้งศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์การกู้ยืมเงินโดยสัญญาที่ไม่เป็นธรรมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและการแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชน ที่ถูกเอารัดเอาเปรียบรวมถึงการกระทำที่ผิดกฎหมายที่เป็นนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประกอบกับได้รับการร้องทุกข์จากประชาชนว่ามีนายทุนซึ่งปล่อยเงินกู้ทั่วไปพร้อมคิดดอกเบี้ยในอัตราสูงเกินกว่ากฎหมายกำหนดและผู้กู้นำสังหาริมทรัพย์หรือโฉนดที่ดินมาทำการจำนอง ขายฝากแล้วบ่ายเบี่ยงอาศัยความไม่รู้ข้อกฎหมายของประชาชนและไม่ยอมให้มีการไถ่ถอนได้ เป็นเหตุให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน
ดังนั้นตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์จึงได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการป้องกันปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชนตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์เพื่อรับเรื่องราวร้องทุกข์ช่วย ประชาชน กู้ยืมเงินสัญญาที่ไม่เป็นธรรม

 

โดยจังหวัดกาฬสินธุ์ ปฏิบัติการดังกล่าวเริ่มต้นเมื่อวันที่ 10 สสิงหาคม 2561 โดยกำลังผสมตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง นำกำลังเข้าตรวจค้นแหล่งเงินกู้ของนายทุนและตลอดในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา สามารถยึดและอายัดโฉนดที่ดิน 1,452 ฉบับ อาวุธปืน 15 กระบอก เสื้อเกาะ 1 ตัว สัญญาเงินกู้พิโก 143 ฉบับ และมีนายทุนเข้ามาเจรจาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เปิดลงทะเบียนเพื่อเจรจาไกล่เกลี่ย และปรับโครงสร้างหนี้ โดยมีพล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมาเป็นประธานในพิธีมอบในวันพรุ่งนี้ 20 กันยายน 2561 ที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์(หลังเก่า) ส่วนการดำเนินคดีนั้นได้ดำเนินคดีเจ้าหนี้และนายทุนในข้อหา เรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด และฉ้อโกงประชาชนจำนวน 5 ราย

 

/////////////////ทีมข่าวทอร์คนิวส์ออนไลน์ /// ภาพ-ข่าว//////////////////

มีคนเห็นข่าวนี้แล้ว555ครั้ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *