กาฬสินธุ์รวมพลังต่อต้านทุจริตคอรัปชั่น

มีคนเห็นข่าวนี้แล้ว102ครั้ง

 

จังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมกับ สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และภาคีเครือข่ายจัดงานวันต่อต้านคอรัปชั่นสากล (ประเทศไทย) จ.กาฬสินธุ์ ประจำปี 2561 เพื่อสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนในการทำหน้าที่ตรวจสอบ ป้องกันและปราบปรามการทุจริต ตามแนวทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างเป็นรูปธรรม

วันที่ 7 ธันวาคม 2561 ที่สนามหน้าศาลากลาง จ.กาฬสินธุ์ (หลังเก่า) นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ นายชัยยา ยอดสง่า ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำ จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยส่วนราชการ นักเรียน นักศึกษา และประชาชนชาว จ.กาฬสินธุ์กว่า 2,000 คน ร่วมกันจัดกิจกรรม เนื่องในงานวันต่อต้านคอรัปชั่นสากล (ประเทศไทย) จ.กาฬสินธุ์ ประจำปี 2561 ซึ่ง จ.กาฬสินธุ์ ร่วมกับ สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำ จ.กาฬสินธุ์ หอการค้า จ.กาฬสินธุ์ สภาอุตสาหกรรม จ.กาฬสินธุ์ องค์การบริหารส่วน จ.กาฬสินธุ์ เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ และภาคีเครือข่าย ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ทั้งกลไกภาครัฐ ภาครัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมในการทำหน้าที่ตรวจสอบ ป้องกันและปราบปรามการทุจริต ตามแนวทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่ความเป็นประเทศโปร่งใสและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

โดยกิจกรรมภายในงานมีการประกวดภาพวาด ในหัวข้อ “ไม่ยอม ไม่ทนต่อการทุจริต” การประกวดภาพถ่าย ในหัวข้อ “ไม่ยอม ไม่ทนต่อการทุจริต” การประกวดโครงงานด้านการป้องกันการทุจริต ของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสถานศึกษา การประกวดขบวนรณรงค์ป้องกันการทุจริต จากสถาบันการศึกษาต่างๆ และการมอบป้ายประกาศเจตนารมณ์แก่ส่วนราชการ ร้านค้า ที่ประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริต

นายชัยยา ยอดสง่า ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากที่ประชุมใหญ่สมัชชาสหประชาชาติ มีมติเห็นชอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ค.ศ. 2003 (UNCAC) และประเทศภาคีสมาชิก จำนวน 191 ประเทศ รวมทั้งประเทศไทยได้ร่วมลงนามในอนุสัญญาดังกล่าว ณ ประเทศเม็กซิโก เมื่อวันที่ 9-11 ธันวาคม 2546 โดยมีเป้าหมายให้ประเทศสมาชิกฯ ได้ประสานความร่วมมือระหว่างกันเพื่อทำให้การป้องกันและปราบปรามการทุจริตภายในประเทศและระดับสากลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงประกาศให้วันที่ 9 ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันต่อต้านคอรัปชั่นสากล

นายชัยยา กล่าวต่อว่า ทั้งนี้เนื่องในวันต่อต้านคอรัปชั่นสากล ปี 2561 รัฐบาล นำโดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และองค์กรต่อต้านคอรัปชั่นประเทศไทยภาคเอกชน ได้ร่วมกันจัดงานวันต่อต้านคอรัปชั่นสากล (ประเทศไทย) ประจำปี 2561 ขึ้น ที่อิมแพ็คเอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี และในส่วนของจังหวัดกาฬสินธุ์นั้น ทาง จ.กาฬสินธุ์ได้ร่วมกับ สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจ.กาฬสินธุ์ และภาคีเครือข่าย ได้กำหนดจัดงานวันต่อต้านคอร์รัปชันสากลประเทศไทย (จังหวัดกาฬสินธุ์) ประจำปี 2561 ขึ้น ภายใต้แนวคิด “Zero Terance คนไทยไม่ทนต่อการทุจริต”

โดยมุ่งหวังให้ภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนได้คำนึงว่าหากยังปล่อยให้มีการทุจริตโกงชาติ ประเทศก็จะเสียหาย ถึงเวลาแล้วที่คนไทยต้องมองว่าการทุจริตเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ต้องมีทัศนคติ ค่านิยม และจิตสำนึกในทางที่ถูกต้อง รังเกียจการคอรัปชั่นทุกรูปแบบ มีคุณธรรม จริยธรรม และน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้เป็นหลักในการดำเนินชีวิต รวมทั้งการสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ทั้งกลไกภาครัฐ ภาครัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ในการทำหน้าที่ตรวจสอบ ป้องกันและปราบปรามการทุจริต ตามแนวทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่ความเป็นประเทศโปร่งใสและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

 

ด้านนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า เป็นที่ทราบกันดีว่าปัญหาการทุจริตได้ฝังรากลึกอยู่คู่สังคมไทยมายาวนาน ยิ่งนับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้น ค่าดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอรัปชั่นของประเทศไทยยังคงมีคะแนนไม่ถึง 50 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน สะท้อนให้เห็นว่ากลไกการป้องกันและปราบปรามการทุจริตที่ ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งกลไกการศึกษา ศาสนา ภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคมและสื่อมวลชน ยังไม่ได้ผลเพียงพอที่จะลดปัญหาและผลกระทบจากการทุจริตให้น้อยลงได้ ซึ่งสถานการณ์การทุจริตที่เกิดขึ้นในประเทศไทย สำนักงาน ป.ป.ช.ไม่อาจเดินหน้าป้องกันและปราบปรามการทุจริตเพียงลำพัง ซึ่งจะต้องให้ความสำคัญกับการสร้างการมีส่วนร่วมของเครือข่ายทุกภาคส่วนที่จะผนึกกำลังกันเสริมสร้างทัศนคติค่านิยมในความซื่อสัตย์สุจริต กระตุ้นให้ทุกคนในสังคมตระหนักถึงภัยร้ายแรงของการทุจริต และนำมาสู่การประพฤติปฏิบัติตนอย่างมีคุณธรรม ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างเครือข่ายสมาชิกสังคมโปร่งใสให้เกิดขึ้นในประเทศไทยอย่างยั่งยืนต่อไป

 

/////////////////ทีมข่าวทอร์คนิวส์ออนไลน์ /// ภาพ-ข่าว//////////////////

มีคนเห็นข่าวนี้แล้ว102ครั้ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *