ชัยภูมิแก๊งค์หลอกขายส่งสินค้าถูกให้ร้านค้าหมู่บ้านอาละวาดหนักเชิด6.5หมื่นขับรถหนี

มีคนเห็นข่าวนี้แล้ว184ครั้ง


ไปต่อหน้าชาวบ้านลอยนวล สองแม่ลูกร้านค้าของชำในหมู่บ้านอำเภอแก้งคร้อ วิ่งโร่แจ่งตร.และฝากสื่อช่วยเตือนไม่อยากให้ใครตกเป็นเหยื่ออีก หลังกลุ่มคนร้ายแก๊งค์นี้ทำตีเนียนมากันเป็นทีมรวม 6 คนขับรถยนต์มาด้วยกัน 2 คันเพื่อส่งสินค้า พร้อมพกบัตรพนักโชว์ทำพูดคุยจนชาวบ้านหลงเชื่อก่อนย่อมจ่ายเงินวางซื้อสินค้ารวมกว่า 65,900 บาท ก่อนที่จะทำทีรีบขึ้นรถขับหลบหนีออกไปอย่างรวดเร็วด้านลูกชายเจ้าของร้านค้าในหมู่บ้านเห็นท่าไม่ดีรีบขับ จยย.ไล่ตามจนไปพบมีการจอดเปลี่ยนทะเบียนรถปลอมออก และให้ลงมาตรวจสอบสินค้าให้ใหม่ กลับยังพยายามขับรถกระบะหลบหนีจนพยายามขับไล่ตามแต่โชคไม่ดีน้ำมันรถ จยย.ตัวเองที่ขับไล่ตามหมด สุดตามต่อไปทัน ทำให้คนร้ายกลุ่มนี้หลบหนีไปได้ยังลอยนวล ทิ้งบัตรประจำตัวพนักงานตกไว้ให้ดูต่างหน้า ตร.เร่งเกาะรอยติดตามตัวรายชื่อที่ระบุในบัตรพนักงานว่าเป็นใครแล้ว ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัยร่วมขบวนการแก๊งค์นี้เพื่อจะออกหมายเรียกมาพบตร.เป็นการด่วนเร่งคลี่คลายคดีนี้ให้ได้โดยเร็วต่อไป!!

เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 7 ธ.ค.61 สองแม่ลูกร้านขายของชำได้พากันหน้าตื่นเดินทางเข้าขอร้องต่อสื่อวมลชน.จ.ชัยภูมิ ว่าได้ถูกกลุ่มมิจฉาชีพรวมจำนวน 6 คน อ้างเป็นพนักงานส่งเสริมการตลาดของบริษัทแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น หลอกขายสินค้าทีไม่ได้มาตรฐาน และได้สินค้าไม่ครบตามจำนวน ซึ่งทั้งสองแม่ลูกกว่าจะรู้ตัวก็สูญเงินสดให้กับแก๊งคนร้ายกลุ่มนี้ไปแล้วรวมกว่า 65,900 บาท

โดยนางยุภาพร สีแสง อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 313 ม.4 ต.โคกกุง อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ กล่าวว่า เมื่อช่วงสายของวันนี้ขณะที่ตนเองกับลูกชายคือนายอาทิต สีแสง อายุ 32 ปี กำลังตกแต่งร้านค้าซึ่งเปิดเป็นร้านขายของชำต่างๆที่เพิ่งเปิดได้ไม่นาน ได้ถูกแก๊งค์คนร้ายประมาณ 5 คน ขับรถยนต์ 2 คัน เข้ามาจอดหน้าร้านคันแรกเป็นรถกระบะยี่ห้อโตโยต้าสีบรอนด์ หมายเลขทะเบียน1 ฒย 2136 กทม. และคันที่ 2 จำยี่ห้อและสีไม่ได้ชัดเจน

จากนั้น 1 ในกลุ่มคนร้ายติดป้ายบัตรประจำตัวห้อยคอมาด้วยชื่อนายสันติ ไม่มีนามสกุล ได้เข้ามาแสดงตัว เป็นพนักงานของทางบริษัทแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น และนำแคตตาล็อก รายการสินค้าเข้ามาเสนอขายให้ โดยมีการเสนอเงื่อนไขในการขายให้ด้วยว่า หากทางร้านค้าของตนอยากจะเป็นตัวแทนประจำหมู่บ้าน หรือประจำตำบลในการขายสินค้าของทางบริษัทให้แก่ร้านค้าย่อยรายอื่นๆ จะต้องมีการลงทุนสั่งสินค้าล็อตใหญ่เป็นจำนวน 4 หมื่นบาท และสำหรับเพื่อเป็นตัวแทนระดับหมู่บ้าน และ 6 หมื่นบาทขึ้นไป สำหรับการเป็นตัวแทนในระดับตำบล และทางบริษัทจะมีสิ่งตอบแทนเป็นชั้นวางของ ตู้แช่เย็น เอามาลงให้ฟรีทั้งหมด พร้อมด้วยการบริการนำสินค้ามาส่งให้ถึงที่จนถึงร้านค้า ในราคาส่ง

ซึ่งถูกกว่าการเดินทางไปซื้อนำมาจำหน่ายเองจากทางห้างฯ หรือร้านค้าส่งทั่วไปอีกด้วย ซึ่งตนเองนั้นได้เห็นว่ากลุ่มคนที่เข้ามานำเสนอเงื่อนไขเหล่านี้นั้น มีความน่าเชื่อถือ เพราะมีการแขวนบัตรพนักงานและมีการแสดงตนเป็นลำดับชั้น มีหัวหน้ามีลูกน้อง และมีผู้มีอำนาจในการตัดสินใจเดินทางมานำเสนอขายสินค้าให้ด้วยตนเอง

จึงได้จ่ายเงินค่าสินค้าทั้งหมดไปรวมกว่า 65,900 บาท แต่เงินสดไม่พอจึงขับรถยนต์ไปเบิกเงินที่ธนาคารในตัวอำเภอแก้งคร้อประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งพอกลับมาถึงจากนั้นกลุ่มคนร้ายได้ขอเงินค่าสินค้าทั้งหมดแล้วรีบขับรถออกจากร้านไปโดยที่ตนเองและลูกชายยังไม่ได้เช็คสินค้าว่าลงครบตามจำนวนเงินหรือไม่เลย

ซึ่งด้านนายอาทิต สีแสง ลูกชายเจ้าของร้านชำดังกล่าว เห็นผิดสังเกตจึงขับรถยนต์วิ่งไล่ตามคนร้ายที่ขับมุ่งหน้าเข้าตัวอำเภอแก้งคร้อ แต่ในระหว่างทางคนร้ายแวะเปลี่ยนป้ายทะเบียน แต่นายอาทิตฯจำสีรถและยี่รถยนต์ได้จึงขับรถปาดหน้าให้รถคนร้ายหยุดและพูดคุยกันให้กลุ่มคนร้ายกลับไปที่ร้านเพื่อเช็คสินค้าก่อนแต่คนร้ายไม่ยอมนายอาทิต จึงดับเครื่องยนต์และชักกุญแจรถยนต์ของคนร้ายออกมาแต่คนร้ายได้ใช้กุญแจสำรองอีกดอกหนึ่งสตาร์ทติดเครื่องเร่งหนีไป ตนเองจึงขับวิ่งไล่ตามแต่เกิดน้ำมันรถหมด

จากนั้นจึงได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยสกัดรถยนต์ของคนร้ายที่ขับหลบหนีไปทางอำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น แต่จนขณะนี้ยังไร้วี่แววแต่หลังจากนั้นตนได้เข้ามาตรวจสอบสินค้า กลับพบว่าสินค้าที่ได้มานั้นมีมูลค่าแค่เพียงไม่ถึง 5 พันบาท และเมื่อเปิดดูลังสินค้ากลับพบว่า มีสินค้าที่แก๊งค์คนร้ายยกลงมาวางไว้ให้นั้นเป็นแค่เพียงลังเปล่า หรือบางลังมีสินค้าแค่เพียงนิดเดียวมูลค่าไม่ถึง 100 บาท จึงได้แจ้งเดินทางไปแจ้งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แก้งคร้อ ช่วยเร่งติดตามจับกุมแก๊งค์คนร้ายกลุ่มนี้ให้ได้โดยเร็วต่อไป และไม่อยากให้ใครไปตกเป็นเหยื่อของแก๊งคนร้ายกลุ่มนี้อีกด้วย

ด้าน พ.ต.ท.วิญญู พื้นหินลาด พนง.สอบสวน สภ.แก้งคร้อ เจ้าของคดีหลังรับแจ้ง กล่าวว่า ขณะนี้พอที่จะรู้ตัวคนร้ายกลุ่มนี้แล้วตามหลักฐานที่ได้จากผู้เสียหายที่สามารถถ่ายรูปไว้ได้ ซึ่งมีทั้งรูปรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้าพร้อมทะเบียน 1 ฒย 2136 กทม ซึ่งอาจะเป็นทะเบียนปลอมและบัตรพนักงานที่คนร้ายทำหล่นไว้ในที่เกิดเหตุซึ่งทราบชื่อแล้วเบื้องต้นคือนายสันติ ศรีขันธุ์ ชาวอำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร และจนท.ตร.จะได้รวบรวมหลักฐานและออกหมายเรียกให้ผู้ต้องสงสัยมาพบพนักงานสอบสวนต่อไป

 

 

/////////หนุ่มยอดภูคนชัยภูมิรายงาน//////

มีคนเห็นข่าวนี้แล้ว184ครั้ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *