ศรีสะเกษ เปิดประวัติ “หลวงปู่เกลี้ยง” เกจิดังอีสานใต้

มีคนเห็นข่าวนี้แล้ว -- ครั้ง

ศรีสะเกษ เปิดประวัติ “หลวงปู่เกลี้ยง” เกจิดังอีสานใต้
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 6 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บรรยากาศที่วัดบ้านโนนแกด ต.ทุ่ม อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ เป็นไปด้วยความโศกเศร้า มีบรรดาศิษยานุศิษย์ พุทศาสนิกชนและชาวบ้านจำนวนมากต่างพากันแสดงความอาลัย พร้อมเร่งจัดเตรียมสถานที่ในการประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล โดยขณะนี้ทาง รพ.กรุงเทพ ได้ทำการเคลื่อนย้ายร่างของ หลวงปู่เกลี้ยง เตชะธัมโม มายังวัดบ้านโนนแกดแล้ว ซึ่งคาดว่าจะเดินทางถึงวัดบ้านโนนแกด ในช่วงค่ำวันนี้ และจะได้มีพิธีทางศาสนาตามประเพณีต่อไป
ทั้งนี้ หลวงปู่เกลี้ยง เตชะธัมโม เดิมชื่อเกลี้ยง คุณมานะ เกิดเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2451 ที่บ้านก้านเหลือง ต.หมากเขียบ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ เป็นบุตรของนายบุญมี คุณมานะ และนางผิว คุณมนะ มีพี่น้องทั้งหมด 7 คน เมื่อหลวงปู่อายุได้ 8 ขวบ บิดาได้เสียชีวิต สร้างความลำบากในครอบครัวไม่น้อย เมื่อเสาหลักของครอบครัวต้องมาจบชีวิต มารดาจึงต้องอพยพพาลูกๆมาอยู่บ้านโนนแกด ต.ทุ่ม อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ
หลวงปู่เข้าเรียนชั้นประถมศึกษาในโรงเรียนบ้านโนนแกด จนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 และได้เรียนต่อ ม.3 จบในปี 2466 จึงออกมาช่วยมารดาประกอบอาชีพเพื่อช่วยเหลือครอบครัว หลวงปู่เป็นคนขยัน เป็นที่รักของพ่อแม่พี่น้องเพื่อนบ้านเป็นอย่างดี เมื่อปี พ.ศ 2467 ทางราชการประกาศรับสมัครผู้ที่จบประถมปีที่ 4 เข้าสมัครเป็นครูช่วยสอน หลวงปู่จึงได้ไปสอบและสอบผ่าน จึงได้มีโอกาสเป็นครูช่วยสอนที่โรงเรียนบ้านโนนแกด ได้เพียง 2 เดือน ทางราชการให้ย้ายไปช่วยสอนที่โรงเรียนบ้านโป่ง ต.ไพรบึง อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ ในขณะนั้น เป็นเวลา 3 ปี 6 เดือน
ในขณะที่สอนหนังสืออยู่นั้นสุขภาพร่างกายของหลวงปู่ไม่ค่อยสู้ดีนัก จึงขอลาออกมาเพื่อรักษาตัว เมื่อสุขภาพดีขึ้นแล้ว หลวงปู่จึงขอลาบวชสามเณรที่วัดบ้านโนนแกด ด้วยความอยากเรียนต่อ กับได้เคยทำงานทำการสอนมาแล้ว จึงมองเห็นความสำคัญของการศึกษา จึงขออนุญาตเจ้าอาวาสไปเรียนนักธรรมที่วัดบ้านดวนใหญ่ ต.ดวนใหญ่ กิ่ง อ.วังหิน จ.ศรีสะเกษ หลวงปู่ต้องไปสอบนักธรรมตรี ซึ่งมีทั้งพระสงฆ์ สามเณร ไปสอบ จำนวน 47 รูป ปรากฏว่าหลวงปู่เกลี้ยงและพระภิกษุสอบผ่านแค่ 2 รูปเท่านั้น เมื่อสอบนักธรรมตรีได้แล้วหลวงปู่ก็อยากเรียนต่อนักธรรมโทแต่วัดบ้านดวนใหญ่ ยังไม่มีการเปิดสอน หลวงปู่จึงขอลาเจ้าอาวาสวัดบ้านดวนใหญ่ ไปศึกษานักธรรมโทที่ จ.บุรีรัมย์ ในขณะที่ศึกษานักธรรมโทอยู่นั้น ทางราชการก็มีหมายเรียกให้เข้ารับการเกณฑ์ทหารหลวงปู่จึงจำเป็นต้องลาสิกขา มาเป็นทหารเกณฑ์เข้ารับการฝึกเป็นเวลา 6 เดือน และทางราชการประกาศคัดเลือกทหารที่มีความรู้ความสามารถเข้าเรียนต่อนายสิบทหารที่ จ.นครราชสีมา หลวงปู่จึงได้รับการคัดเลือก เมื่อเรียนจบหลักสูตรก็ได้มาประจำการกองกำลังชุดปืนกลเบา หลวงปู่ออกปฏิบัติการสงครามมหาเอเชียบูรพา อยู่ประมาณ 2 ปี 7 เดือน และในขณะนั้นผู้บังคับบัญชาได้ย้ายมารับตำแหน่งสัสดีในอำเภอเมืองศรีสะเกษ หลวงปู่จึงได้รับสิทธิพิเศษในการย้ายมารับใช้ผู้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิดและได้รับตำแหน่งใหม่คือเสมียน ทำงานในตำแหน่งนี้ได้ประมาณ 2 ปี 3 เดือน หลวงปู่ต้องออกจากงานเพราะมารดาเสียชีวิต ไม่มีใครดูแลน้องสาวเพราะพ่อก็เสียชีวิตตั้งแต่หลวงปู่อายุแค่ 7 ขวบแล้ว
ในขณะที่ลาออกจากงานมาอยู่บ้าน หลวงปู่ได้อาศัยความรู้เดิมประสบการณ์ที่เคยมีมาในขณะที่เป็นทหารออกรบสงครามมหาเอเชียบูรพา ในการรักษาพยาบาล หลวงปู่ช่วยชาวบ้านรักษาพยาบาลด้วยยาสมุนไพร ผู้คนที่ป่วยก็หายป่วยจน เป็นที่รู้จักกันทั่วไป ชาวบ้านทั้งใกล้และไกลก็มาขอรับการรักษา ชาวบ้านจึงเกิดความเลื่อมใสศรัทธาจนเป็นที่เลื่องลือและกล่าวขาน หลวงปู่ไม่เคยหยุดนิ่ง ยังต้องศึกษาธรรมะที่ตัวเองชอบ โดยเฉพาะพระคาถา พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระคาถาจักรวุธโองการพระเจ้า 5 พระองค์
ด้วยความอยากรู้และใฝ่เรียนของหลวงปู่ จึงได้ไปเรียนวิชากับอาจารย์บาน หลวงปู่เรียนจนอาจารย์ไม่มีอะไรจะสอนอีก อาจารย์บานจึงแนะนำให้บวชธรรมและศึกษาพระคาถาอีกมากมาย หลวงปู่มีความรู้ความชำนาญด้านคาถาอาคม การรักษาพยาบาลด้วยสมุนไพร จนเป็นที่เลื่องลือ และมีคนมาสมัครเป็นศิษย์มากมาย ซึ่งหลวงปู่ก็รับเป็นศิษย์โดยจะบวชธรรมให้ ถ่ายทอดวิชาให้ทุกอย่าง ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติของคนคนนั้นว่า จะทำได้ตามข้อห้ามที่หลวงปู่บอกหรือไม่
ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2518 หลวงปู่ได้บอกกล่าวกับทางครอบครัวว่าจะขออุปสมบท ทางครอบครัวก็อนุโมทนาด้วย วัดที่หลวงปู่เกลี้ยงบวช คือ วัดกำแทง ต.ซำ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ โดยมีพระเกษตรศรีลาจารย์ วัดเจียงอีศรีมงคลวราราม ต.เมืองใต้ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูประศาสน์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระสมุห์บุญทัน เป็นพระอนุสาวนาจารย์ กระทำการอุปสมบทเมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2518 เวลา 13.15 นาที ในขณะอายุ 67 ปี และหลวงปู่ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ พระครูโกวิทพัฒโนดม พร้อมตาลปัตรพัดยศ เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 2534 ถึงปัจจุบัน.

  1. ไพรินทร์ กระโพธิ์
    ศรีสะเกษ //

มีคนเห็นข่าวนี้แล้ว -- ครั้ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *