กาญจนบุรี – เปิดปฏิบัติงานเชิงรุกป้องกันไฟป่าและทรัพยากรธรรมชาติ อุทยานแห่งชาติเอราวัณ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อุทยานแห่งชาติเอราวัณ จังหวัดกาญจนบุรี เดินหน้าปฏิบัติการเชิงรุกป้องกันไฟป่าและการบุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติอย่างเข้มข้น โดยเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา คณะพนักงานเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเอราวัณ สนธิกำลังร่วมกับหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ (วังบาดาล) และหน่วยพิทักษ์ฯ (มะตูม) ลงพื้นที่ทำแนวกันไฟและดับไฟป่า บริเวณป่าหลังสถานีรถไฟท่าเสา หมู่ที่ 3 ตำบลท่าเสา อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ภายในเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณ

ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่ตรวจพบไม้ไผ่รวกถูกตัดกองกระจายในพื้นที่จำนวนมาก พร้อมอุปกรณ์ที่ใช้ในการตัดฟันและดำเนินการในป่า จึงเฝ้าสังเกตการณ์และพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยจำนวน 3 ราย นอนหลบซ่อนตัวอยู่ในบริเวณดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงแสดงตนเข้าควบคุมตัว โดยสามารถควบคุมตัวได้ 2 ราย ส่วนอีก 1 รายอาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไปได้

จากการตรวจสอบพื้นที่พบไม้ไผ่รวกที่ถูกตัดใหม่กระจายจำนวน 27 กอง รวมประมาณ 270 ลำ ความยาวประมาณ 4 เมตร พร้อมตรวจยึดอุปกรณ์ที่ใช้ในการกระทำความผิดหลายรายการ ทั้งมีด ไฟฉายคาดหัว เชือก และเครื่องมืออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ได้ทำการบันทึกพิกัดพื้นที่เกิดเหตุด้วยระบบ GPS ยืนยันว่าอยู่ภายในเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณ

เจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ฐานร่วมกันเก็บหาและทำให้ทรัพยากรธรรมชาติภายในอุทยานเสื่อมสภาพ พร้อมแจ้งสิทธิผู้ถูกจับกุมและดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายอย่างเคร่งครัด รวมถึงปฏิบัติตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้สูญหาย พ.ศ. 2565 อย่างครบถ้วน

ทั้งนี้ การปฏิบัติการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการป้องกันไฟป่าเชิงรุกของอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ซึ่งนอกจากการทำแนวกันไฟและลาดตระเวนแล้ว ยังเป็นการสกัดกั้นการลักลอบตัดไม้และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่อาจเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดไฟป่าในพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดของกลางและนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรไทรโยค เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

การดำเนินงานครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเอราวัณในการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ ป้องกันการบุกรุกพื้นที่ป่า และลดความเสี่ยงการเกิดไฟป่า เพื่อรักษาความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศให้คงอยู่ต่อไปอย่างยั่งยืน
/////////////////////////
ข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี / ปรีชา ไหลวารินทร์

You May Also Like