ตำรวจคอมมาโด รวบสาวแสบคารถไฟบางซื่อ เครือข่าย “กดหัวใจ TikTok” และ “เงินกู้ทิพย์” พบประวัติแสบ เพิ่งพ้นคุกวันเดียวโดนรวบซ้ำ

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) กก.4 บก.ปพ. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. นำโดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. พร้อมกำลังชุดปฏิบัติการ เข้าทำการสกัดจับกุม นางสาวเบญจวรรณ หรือเบญ (สงวนนามสกุล) อายุ 46 ปี บริเวณหน้าสถานีรถไฟกรุงเทพอภิวัฒน์ แขวงจตุจักร กรุงเทพฯ การจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามหมายจับของศาลอาญามีนบุรี และศาลจังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่ง ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และเปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเงินฝาก หรือบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดอาญาอื่นใด” ตามหมายจับศาลอาญามีนบุรี ที่ จ.1069/2567 ลงวันที่ 6 สิงหาคม 2567 และ“ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” ตามหมายจับศาลจังหวัดหนองบัวลำภู ที่ จ.148/2567 ลงวันที่ 17 กรกฎาคม 2567

จากการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหารายนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการมิจฉาชีพที่สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง โดยแบ่งเป็น 2 รูปแบบหลัก ดังนี้

  1. มหันตภัย “กดหัวใจ TikTok” มิจฉาชีพจะยิงโฆษณาผ่านโซเชียลมีเดีย อ้างรับสมัครคนหารายได้เสริม เพียงแค่กดถูกใจคลิปวิดีโอใน TikTok ก็ได้รับค่าตอบแทนคลิปละ 10–24 บาท สร้างรายได้สูงถึงวันละ 5,000 บาท
    ช่วงล่อเหยื่อ: เมื่อเหยื่อหลงเชื่อ มิจฉาชีพที่ใช้ชื่อว่า “จิราพร” จะส่งงานทดลองให้ทำและ โอนเงินให้จริง ประมาณ 30 บาท เพื่อสร้างความเชื่อถือ หลังจากนั้นจะชวนเข้ากลุ่มไลน์และให้ลงทะเบียนผ่านลิงก์ปลอม อ้างว่าหากต้องการรายได้เพิ่มต้อง “วางเงินมัดจำ” หรือ “โอนเงินร่วมกิจกรรม” เมื่อเหยื่อโอนเงินจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ มิจฉาชีพจะเริ่มอ้างว่า “บัญชีผิดพลาด” หรือ “ทำภารกิจไม่ครบ” ต้องโอนเงินเพิ่มเพื่อปลดล็อก โดยผู้เสียหายรายหนึ่งสูญเงินไปกว่า 98,850 บาท ก่อนจะรู้ตัวว่าถูกหลอก
  2. เพจเงินกู้สายฟ้าแลบ “อนุมัติปุ๊บ หลอกปั๊บ” อีกหนึ่งพฤติการณ์คือการปลอมเพจเฟซบุ๊กให้บริการเงินกู้ อ้างเงื่อนไขอนุมัติง่าย ไม่ใช้เอกสาร เมื่อเหยื่อติดต่อไปเพียงครู่เดียว มิจฉาชีพจะแจ้งทันทีว่า “ยอดเงินกู้ได้รับการอนุมัติแล้ว” เพื่อให้เหยื่อดีใจ จากนั้นจะหลอกว่าระบบล็อคอยู่ ต้องโอนเงิน “ค่าดำเนินการ” หรือ “ค่าปลดล็อกรหัส” เมื่อเหยื่อโอนไปแล้ว ก็จะอ้างเหตุผลสารพัด เช่น รหัสหมดอายุ หรือบันทึกข้อมูลผิด ต้องโอนซ้ำอีกครั้ง พบผู้เสียหายสูญเงินไปรายละหลายหมื่นบาท โดยที่ไม่ได้เงินกู้จริงแม้แต่บาทเดียว

จากการสอบสวนนางสาวเบญจวรรณ ให้การยอมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยระบุว่าตนเองทำงานรับจ้างทั่วไปและพยายามหางานออนไลน์ จนกระทั่งไปสมัครงานผ่านช่องทางหนึ่งซึ่งมีการให้ สแกนใบหน้าและส่งข้อมูลส่วนตัว จนถูกนำไปใช้เปิดบัญชีม้า

สำหรับผู้ต้องหารายนี้เพิ่งถูกตำรวจ สภ.แม่ปิง จับกุมในคดีบัญชีม้าและฉ้อโกงมาแล้วครั้งหนึ่ง และเพิ่งได้รับการปล่อยตัวออกมาในวันที่ 16 เมษายน 2569 (วันเดียวกับที่ถูกจับกุมครั้งนี้) โดยเจ้าหน้าที่คอมมานโดได้สืบทราบว่าผู้ต้องหากำลังเดินทางเข้ากรุงเทพฯ จึงวางกำลังดักรอและรวบตัวได้ทันควันในขณะที่เจ้าตัวคิดว่าพ้นผิดแล้ว

เตือนภัย ขอเตือนประชาชนว่า งานที่อ้างว่ารายได้ง่าย ได้เงินจริงเร็ว โดยไม่มีเหตุผลรองรับ มักเป็นกลลวงของมิจฉาชีพ ควรตรวจสอบให้รอบคอบ และไม่โอนเงินให้บุคคลที่ไม่รู้จักโดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อ

นอกจากนี้ การกู้เงินจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ หรือมีการเรียกเก็บเงินล่วงหน้า มักเป็นกลโกงของมิจฉาชีพ ควรหลีกเลี่ยงและตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ เพื่อป้องกันความเสียหาย

You May Also Like