
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ 23 เม.ย.69 สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดกาญจนบุรี ได้รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศของจังหวัดกาญจนบุรี เวลา 08.00 น.สถานีตรวจวัด ต.บ้านเหนือ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ตรวจพบปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 มีค่า 37.3 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร คุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ ปานกลาง พบจุดความร้อน(HotSpot)107 จุด แยกเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 87 จุด (สะสม 8682 จุด) ป่าสงวน 6 จุด(สะสม 1240 จุด) เขต สปก.3 จุด(สะสม 264 จุด) พื้นที่เกษตร 6 จุด(สะสม 407 จุด) ริมทางหลวง 0 จุด(สะสม 24 จุด)และอื่นๆ 5 จุด(สะสม 902 จุด)
จากคุณภาพสภาพอากาศข้างต้น แนะนำ เด็ก คนชรา สตรีมีครรภ์ และผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว ในกลุ่มโรคทางเดินหายใจ โรคหัวใจ และหลอดเลือด หากมีอาการเบื้องต้น เช่นไอ หายใจลำบาก ละคลายเคืองตา ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง ส่วนประชาชนทั่วไปนั้น สามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ตามปกติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา โลกโซเชียล ได้นำภาพเหตุการณ์การเกิดไฟไหม้บนเขาสลักพระ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ท้องที่ ต.วังด้ง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี มาโพสต์ลงในเฟสบุ๊ก ซึ่งภาพดังกล่าวเป็นภาพที่น่าสะพรึงกลัว เป็นอย่างมาก เนื่องจากภูเขาทั้งลูกถูกไฟไหม้อย่างรุนแรงจนเป็นสีแดงฉานคล้ายกับภูเขาไฟระเบิด ราวาสีแดงพุ่งขึ้นบนท้องฟ้าแล้วไหลลงมาตามยอดเขา โดยมีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก แต่เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ
โดยนายสุทธิชัย โผภูเขียว หัวหน้าศูนย์สั่งการและติดตามสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควัน (War Room) เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ได้รายงานไปยังนายราชันย์ บัวตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3(บ้านโป่ง)ในฐานะ หัวหน้ากลุ่มป่าที่ 12 กลุ่มป่ารอบเขื่อนศรีนครินทร์ ให้ทราบถึงผลการปฏิบัติงาน ดังนี้ เวลา 08.30 น. เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่าช่องหล่า ตรวจพบกลุ่มควันไฟ บริเวณป่าไร่สารวัตร ที่พิกัด 47P 0535464E 1569330N ท้องที่บ้านท่าทุ่ม หมู่ที่ 5 ตำบลวังด้ง อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่าหนองหอย และชุดเฝ้าระวังไฟป่า จุดที่ 11-15 รวมจำนวน 15 คน เข้าทำการดับไฟและทำแนวกันไฟ ในจุดดังกล่าว จนถึงเวลาประมาณ 18.45 น. เจ้าหน้าที่สามารถดับไฟได้เป็นบางส่วนแล้ว แต่เนื่องจากพื้นที่ภูเขาที่ถูกไฟไหม้นั้นเป็นดงหญ้าแห้งและใบไม้แห้งหนาบนสันเขา และพื้นที่เป็นภูเขาสูงชัน จึงใด้ทำแนวกันไฟบริเวณสันเขาและแนวขอบล่างของภูเขาโดยรอบแนวไฟไว้ได้หมดแล้ว ต่อมาเวลาประมาณ 19.50 น. จึงได้ถอนกำลังเจ้าหน้าที่และชุดเฝ้าระวังไฟป่าออกจากพื้นที่ และได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่จำนวน 6 คน เฝ้าระวังสังเกตการณ์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
ในเวลา 22.30 น.หลังจากที่นายราชันย์ บัวตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง)ได้รับรายงาน จึงเดินทางลงพื้นที่ พร้อมด้วย นายฑรัท เหลืองสอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี และ ผู้นำชุมชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบสถานการณ์ พบว่า กลุ่มไฟ ดังกล่าว มีทิศทางมุ่งหน้าไปทางแนวกันไฟที่เจ้าหน้าที่ได้จัดทำไว้ตั้งแต่ช่วงเช้า คาดว่าเมื่อกลุ่มไฟไปชนแนวกันไฟแล้ว ก็จะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้
ขณะเดียวกัน นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ได้มอบหมายให้ นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมสั่งการให้ทางอำเภอเมืองกาญจนบุรี เร่งรายงานความคืบหน้า กรณีปรากฏภาพข่าวทางโซเชียลมีเดียว่าเกิดเหตุไฟป่าลุกไหม้อย่างรุนแรงบนภูเขาในพื้นที่ตำบลวังด้ง ซึ่งสร้างความวิตกกังวลให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก
เพื่อให้การควบคุมเพลิงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ได้มีการระดมกำลังจากหลายภาคส่วนเข้าปฏิบัติการ อาธิฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และราษฎรอาสาสมัคร เร่งทำแนวกันไฟบริเวณตีนเขา เพื่อเป็นปราการด่านสุดท้ายไม่ให้ไฟลามเข้าสู่พื้นที่เกษตรกรรมและบ้านเรือนประชาชน เจ้าหน้าที่จากหน่วยพิทักษ์ป่าช่องหล่า, หน่วยพิทักษ์ป่าหนองหอย และชุดเฝ้าระวังไฟป่า เดินเท้าเข้าพื้นที่เสี่ยงเพื่อตัดวงจรไฟ
แม้สภาพภูมิประเทศจะเป็นอุปสรรคสำคัญ เนื่องจากจุดเกิดเหตุเป็นดงหญ้าแห้งและมีเชื้อไฟจากใบไม้สะสมหนาแน่นบนสันเขา อีกทั้งยังมีลักษณะเป็น หน้าผาสูงชัน ทำให้เข้าถึงต้นเพลิงได้ลำบาก แต่เจ้าหน้าที่สามารถจำกัดวงไม่ให้ขยายตัวไปได้ โดย ผวจ.กาญจนบุรี ได้สั่งเฝ้าระวังเพื่อป้องกันไฟปะทุอย่างต่อเนื่อง
แม้สถานการณ์ในภาพรวมจะเริ่มคลี่คลายลง แต่ทางจังหวัดยังคงไม่ไว้วางใจ โดยสั่งการให้เจ้าหน้าที่และชุดเฝ้าระวัง ยังคงตรึงกำลังในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อสังเกตการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากกังวลว่ากระแสลมแรงอาจพัดพาไฟปะทุขึ้นมาใหม่ หรือสะเก็ดไฟอาจกระเด็นข้ามแนวกันไฟในช่วงกลางคืน ซึ่งเจ้าหน้าที่พร้อมเข้ายับยั้งทันทีหากเกิดเหตุฉุกเฉิน ขณะนี้เวลา 10.00 น.วันที่ 23 เม.ย.69 ไฟป่าได้สงบลงแล้วแต่ยังพบกลุ่มพวยพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าเป็นวงกว้าง เจ้าหน้าที่ได้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วย นายฑรัท เหลืองสอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ได้ร่วมรับมอบน้ำดื่ม เเละเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น จาก นางสาวกมลชญา ประเสริฐสิน ปลัดจังหวัดกาญจนบุรี ในนามของที่ทำการปกครองจังหวัดกาญจนบุรี และมีหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน นำสิ่งของมาส่งมอบให้จังหวัดกาญจนบุรี อาทิ หอการค้าจังหวัดจังหวัดกาญจนบุรี สภาอุตสาหกรรมจังหวัดกาญจนบุรี ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ เกษตรจังหวัดกาญจนบุรี ตลอดจนผู้ประกอบการห้างร้านต่าง ๆ เพื่อส่งมอบให้แก่กลุ่มอาสาสมัครและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานดับไฟป่าในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับอาสาสมัครและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถในการเฝ้าระวังและดับไฟป่าในช่วงเวลานี้
ทั้งนี้ เนื่องจากสถานการณ์ไฟป่าในเขตพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรียังมีความรุนแรง ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ และคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมทั้งก่อให้เกิดปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ทุกภาคส่วนจึงได้ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนภารกิจการจัดการไฟป่าให้บรรลุเป้าหมาย และเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนต่อไป
////////////////////
ข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี / ปรีชา ไหลวารินทร์

