PTC ภาค 5 ร่วม สภ.เมืองเชียงใหม่ จับกุมแก๊งสแกมเมอร์ชาวจีน เหยื่อสูญเงินกว่า 1 ล้าน ตั้งข้อหาอั้งยี่ ฟอกเงิน กรรโชกทรัพย์ กักขังหน่วงเหนี่ยว

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 29 เมษายน 2569 ที่ สภ.เมืองเชียงใหม่ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ และ พ.ต.อ.ปรัชญา ทิศล ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาชาวจีน 2 ราย และคนไทยอีก 1 ราย ประกอบด้วย นายหยาง เพียงหยู (MR. YANG PENGYU) อายุ 23 ปี นายหยาง เจีย (MR. YANG JIE) อายุ 31 ปี และนางอภิญญา (สงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี โดยแจ้งข้อหา อั้งยี่ ฟอกเงิน กรรโชกทรัพย์ และกักขังหน่วงเหนี่ยว

ทั้งนี้ กลุ่มผู้ต้องหาดังกล่าวได้ร่วมกันจัดตั้งแก๊งสแกมเมอร์ โดยแบ่งหน้าที่กันทำ เพื่อจัดหาบัญชีธนาคารของบุคคลอื่น (บัญชีม้า) มาใช้เป็นเครื่องมือรับโอนเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยติดต่อสื่อสารและวางแผนภายในกลุ่มผ่านแอปพลิเคชัน Telegram เพื่อปกปิดวิธีการมิให้บุคคลภายนอกล่วงรู้

คดีนี้มีแม่บ้านรายหนึ่งถูกหลอกและบังคับให้ทำธุรกรรมทางการเงิน โดยมีลูกวัย 6 ขวบ และ 12 ปี ถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวเป็นตัวประกัน เพื่อบังคับให้เหยื่อโอนเงินเข้าบัญชีของแม่บ้าน ก่อนจะถูกโอนต่อไปยังบัญชีม้าอีกทอด หรือบังคับถอนเงินสดจากธนาคาร โดยแม่บ้านได้แจ้งธนาคารเพื่ออายัดบัญชี และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินคดีตามกฎหมาย เหตุเกิดระหว่างวันที่ 2–23 เมษายนที่ผ่านมา

คดีดังกล่าวนับเป็นรายแรกของ สภ.เมืองเชียงใหม่ ที่เจ้าหน้าที่ชุด PTC ตำรวจภูธรภาค 5 และ สภ.เมืองเชียงใหม่ สามารถติดตามและจับกุมผู้ต้องหาได้ ส่วนผู้เสียหายชาวไทยอีก 2 ราย เบื้องต้นพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการ โดยอ้างว่าถูกหลอกผ่านเฟซบุ๊ก ว่าทำงานเพียง 2–3 ชั่วโมง ได้ค่าจ้าง 4,000–5,000 บาท แต่ต้องสแกนใบหน้าแอปธนาคาร ยึดบัตรประชาชนและโทรศัพท์มือถือเป็นเงื่อนไข ซึ่งผู้เสียหายยินยอมตามข้อตกลง

จากการสืบสวนพบว่ามีผู้เสียหายถูกหลอกโอนเงินกว่า 10 ราย จากหลายพื้นที่ เช่น ศรีสะเกษ และสมุทรสาคร รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 1 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการและตรวจสอบเส้นทางการเงินเพิ่มเติม

พล.ต.ท.กฤตธาพล กล่าวเตือนว่า เฟซบุ๊กที่อ้างรับจ้างงานง่าย ได้เงินเร็ว รวมถึงการเปิดบัญชีม้า เป็นการหลอกลวงทั้งสิ้น ขออย่าหลงเชื่อโดยง่าย หากพบเบาะแสสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ทันที ทั้งนี้เงินที่ได้จากการหลอกลวง มักถูกนำไปซื้อทองคำและโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ เพื่อนำกลับมาขายต่อ เป็นอีกหนึ่งรูปแบบของการฟอกเงิน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.กฤตธาพล ได้มอบรางวัลทำความดีของตำรวจภูธรภาค 5 ให้แก่ชุดติดตามและจับกุม เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานต่อไป
//////////////

You May Also Like