โทน บางแค เข้าพบพนักงานสอบสวน แสดงความบริสุทธิ์ใจ หลังถูกพาดพิงอาจเกี่ยวข้องขบวนการฉ้อโกง

โดยยอมรับเป็นหนี้นางสาวดรณ์จริงตามสัญญา ยืนยันได้ทยอยชำระต่อเนื่อง เหลือหนี้ประมาณ 300 ล้านบาท และพร้อมพิสูจน์ข้อเท็จจริงทุกประเด็นตามกระบวนการกฎหมาย

นายโทนทอง สุขแก่น หรือ โทน บางแคเซียนพระชื่อดัง พร้อมด้วยนายเฉลิมชัย ศรียุภักดิ์ ทนายความส่วนตัว เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม เพื่อแสดงตัวและรับทราบรายละเอียด ภายหลังปรากฏข่าวว่าตัวเองอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการฉ้อโกง โดยยืนยันว่าไม่มีพฤติกรรมหลบหนี และพร้อมต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม

นายโทนทอง เปิดเผยถึงกรณีการชำระหนี้สินกับนางสาวดรณ์ เทียนถาวรวงษ์ หรือที่บางคนเรียกว่ามาดามเก่ง หลังออกมาแถลงข่าวก่อนหน้านี้ โดยยอมรับว่าเป็นหนี้จริงตามสัญญา ซึ่งยอดหนี้เริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 800 ล้านบาท ปัจจุบันชำระไปแล้ว เหลือหนี้ประมาณ 300 ล้านบาทเศษ

พร้อมยืนยันว่า ที่ผ่านมาปฏิบัติตามเงื่อนไขสัญญามาโดยตลอด แม้อาจมีการผ่อนชำระล่าช้าบางงวดประมาณ 3-5 วัน ขณะนี้ได้ชำระล่วงหน้าไปจนถึงปี 2570 แล้ว ทั้งที่สัญญามีผลถึงปี 2573

ส่วนรถยนต์หรูและสินค้าแบรนด์เนมต่าง ๆ ที่ถูกกล่าวอ้างนั้น นายโทนทองยืนยันว่า เป็นทรัพย์สินที่ซื้อแบบผ่อนชำระครบถ้วนแล้ว ไม่ใช่ทรัพย์ที่ค้างชำระ หรือได้รับมาโดยเสน่หา

สำหรับพระเครื่องที่นำไปค้ำประกัน ซึ่งถูกอ้างว่ามีมูลค่าประมาณ 400-500 ล้านบาท แต่มูลค่าไม่เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ นายโทนทอง ระบุว่า ราคาพระเครื่องมีความผันผวนตามกลไกตลาด มีขึ้นลงตลอดเวลา เปรียบเสมือนราคาหุ้น พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ในวันที่มีการส่งมอบพระ เซียนพระคนสนิทของนางสาวดรณ์เป็นผู้ประเมินราคาด้วยตัวเอง หากเห็นว่ามูลค่าไม่ครอบคลุมยอดหนี้ เหตุใดจึงยอมรับทรัพย์ค้ำประกันตั้งแต่ต้น

ส่วนกรณีการเข้าพบ พลตำรวจตรีจรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ที่ชั้น 27 เมื่อวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา นายโทนทองยอมรับว่า ได้ประสานผ่านนายเสมอ งิ้วงาม หรือ ป๋อง สุพรรณ เพื่อขอเข้าพูดคุยจริง แต่ในช่วงแรกไม่ได้รับการตอบกลับ กระทั่งภายหลังนายป๋องติดต่อกลับมา พร้อมแจ้งว่า พลตำรวจตรีจรูญเกียรติ ต้องการพบ จึงเดินทางเข้าไปเพื่อชี้แจงเรื่องหนี้สิน

นายโทนทองระบุว่า การพูดคุยกลับมีลักษณะเป็นการเจรจาไกล่เกลี่ยหนี้ ซึ่งแตกต่างจากวัตถุประสงค์แรกที่ตั้งใจเข้าไปพบ

นอกจากนี้ นายโทนทองยังชี้แจงถึงกรณีการดำเนินคดีกับ พลตำรวจตรีจรูญเกียรติ นางสาวดรณ์ และพวกรวม 5 คน ว่า เป็นการดำเนินการเพื่อปกป้องสิทธิของตัวเอง พร้อมเปิดเผยว่า ยังมีเซียนพระอีกหลายคนที่ถูกพาดพิงชื่อในขบวนการ เตรียมทยอยเข้าแสดงความบริสุทธิ์ใจกับพนักงานสอบสวนเช่นกัน

นายโทนทองยังตั้งข้อสังเกตว่า เรื่องหนี้สินระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ ไม่ควรมีการเจรจาไกล่เกลี่ยภายในห้องทำงานของตำรวจ แต่มองว่าควรดำเนินการผ่านกระบวนการทางศาลแพ่งมากกว่า พร้อมยืนยันว่าจะชดใช้หนี้ทั้งหมดให้ครบถ้วนตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญา และพร้อมพิสูจน์ข้อเท็จจริงทุกประเด็นตามกระบวนการกฎหมาย

You May Also Like