สภา อบจ. เห็นชอบใช้กงสุลสหรัฐ เป็นพิพิธภัณฑ์-แหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ แจงผู้รับเหมาถอยไม่ประมูลถนนถ่ายโอน หลังราคาน้ำมันเพิ่ม 30%

วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 นายสมชาติ วัฒนากล้า รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงใหม่ เปิดเผยภายหลังการประชุมสภา อบจ. สมัยวิสามัญ สมัยที่ 1 ครั้งที่ 1 ว่า ที่ประชุมสภา อบจ. มีมติเห็นชอบการขยายชั้นเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายของโรงเรียนต้นแก้วผดุงวิทยาลัย อ.หางดง และเห็นชอบญัตติการจัดทำหลักสูตรพัฒนาผู้เรียนสู่ความเป็นเลิศด้านวิชาการ (ภาษาจีน) เพื่อเปิดสอนระดับประถมศึกษาของโรงเรียนบ้านแม่งอนขี้เหล็ก อ.ฝาง

นอกจากนี้ สภา อบจ. ยังเห็นชอบญัตติขอความเห็นชอบการรับมอบในการดูแลและรักษาที่ราชพัสดุ แปลงหมายเลขทะเบียนที่ ชม.1686 ต.ช้างม่อย อ.เมืองเชียงใหม่ เนื้อที่ 8-1-33 ไร่ พร้อมอาคารและสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 30 รายการ ในระหว่างที่อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาขออนุญาตใช้ที่ราชพัสดุจากกรมธนารักษ์ และเห็นชอบญัตติการขอใช้ที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ ชม.1686 พร้อมอาคารและสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 28 รายการ เพื่อใช้เป็นพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเชียงใหม่

เดิมพื้นที่ดังกล่าวเป็นกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกาประจำ จ.เชียงใหม่ ซึ่งได้ย้ายไปตั้งสำนักงานใหม่ใกล้บิซิเนสปาร์คแล้ว และกรมธนารักษ์ได้อนุญาตให้ อบจ. ใช้พื้นที่ดังกล่าว จึงต้องนำเข้าสู่สภาเพื่อพิจารณาและขอใช้งบประมาณต่อไป

นายสมชาติ ยังกล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านในสภาสอบถามการพัฒนาถ่ายโอนถนนให้ อบจ. ดูแล ว่า นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร หรือ ส.ว.ก๊อง นายก อบจ. ได้มอบหมายให้ตนดูแลสำนักช่าง ซึ่งมีถนนทางหลวงชนบทที่ถ่ายโอนให้ อบจ. ดูแล จำนวน 876 กิโลเมตร รวม 186 เส้นทาง โดยเป็นงบความจำเป็นขั้นพื้นฐาน หรือโครงสร้างพื้นฐาน เฉลี่ยปีละ 100 ล้านบาท และเป็นงบซ่อมบำรุงถนนอีกปีละ 80 ล้านบาท

ทั้งนี้ การดำเนินงานมี 3 รูปแบบ ได้แก่ ซ่อมแซมผิวถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อ ทำผิวถนนแบบโอเวอร์เลย์ และทำถนนราดยางหรือสร้างใหม่ตามความจำเป็นและเร่งด่วน

อย่างไรก็ตาม งบประมาณที่ตั้งไว้ทำถนนอาจไม่เพียงพอ เนื่องจากราคาน้ำมันสูงขึ้น 30% ส่งผลให้ไม่มีผู้รับเหมาเข้ามาประมูลทำถนนแบบแอสฟัลต์ หรือราดยาง เพราะต้นทุนการก่อสร้างเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมัน ปีนี้จึงต้องพิจารณาและเลือกพัฒนาถนนตามความจำเป็น อาจดำเนินการได้เพียง 80% ของแผนที่วางไว้ ลดลงถึง 20%

นอกจากนี้ เครื่องจักรกลของ อบจ. ยังขาดแคลนพลังงาน จึงต้องขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุน พร้อมทั้งเตรียมตั้งงบประมาณใหม่ เพื่อพัฒนาถนนในปีถัดไป

ส่วนระบบไฟฟ้าหรือแสงสว่างในเวลากลางคืน มี 2 รูปแบบ คือ ใช้ไฟฟ้าจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคโดยตรง และใช้แผงโซลาร์เซลล์เป็นพลังงาน โดยเฉพาะบริเวณทางแยก ทางโค้ง หรือพื้นที่ที่ไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึง หรือพื้นที่ห่างไกล เพื่อให้ระบบไฟฟ้ามีเสถียรภาพและมั่นคงมากขึ้น เพิ่มความปลอดภัยในการสัญจรของประชาชน

You May Also Like