สหกรณ์ออมทรัพย์เสมากาฬสินธุ์ จำกัด นำร่องประหยัดพลังงาน “Solar Rooftop” ยกระดับคุณภาพชีวิตบุคลากรการศึกษา


สหกรณ์ออมทรัพย์เสมากาฬสินธุ์ จำกัด ร่วมกับสมาพันธ์สุขภาพและสิ่งแวดล้อมประเทศไทย และ บริษัท อี.ชี.ที. กรุ๊ป จำกัด ลงนามความร่วมมือ (MOU) โครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา มุ่งเน้นการสร้าง “ความสุขที่ยังยืน” ให้แก่สมาชิก โดยการเปลี่ยนหลังคาบ้านให้เป็นแหล่งพลังงาน เพื่อลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิง ลดภาระค่าใช้จ่ายรายเดือน ใช้พลังงานสะอาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ที่สหกรณ์ออมทรัพย์เสมากาฬสินธุ์ จำกัด นายสุรปรีชา ลาภบุญเรือง ประธานกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์เสมากาฬสินธุ์ จำกัด นายทันเสมอ เสนาลอย รองประธานกรรมการฯ คนที่ 1 ดร.จารุวรรณ รัตนมาลี รองประธานกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์เสมากาฬสินธุ์ จำกัด คนที่ 2 และนางชฎาพร บุญฤทธิ์ ผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์เสมากาฬสินธุ์ จำกัด ร่วมกับ ดร.ทัศนี บัวคำ ประธานสมาพันธ์สุขภาพและสิ่งแวดล้อมประเทศไทย และ บริษัท อี.ชี.ที. กรุ๊ป จำกัด โดย นางสาววัชราภรณ์ ไกรศักดาวัฒน์ ประธานกรรมการ ทำความเข้าใจกับบุคลากรทางการศึกษา ข้าราชการบำนาญ สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์เสมากาฬสินธุ์ จำกัด
ทั้งนี้ ภายหลังลงนามความร่วมมือ (MOU) โครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา ยกระดับคุณภาพชีวิตและอิสรภาพทางการเงิน มุ่งเน้นการสร้าง “ความสุขที่ยังยืน” ให้แก่สมาชิก โดยมีนายสุวรรณ บัวพันธ์ กรรมการฯ พลเอกอภิชัย พิณสายแก้ว ผศ.ดร.คมสันต์ ขจรปัญญาไพศาล รองอธิการบดี ม.กาฬสินธุ์ นางสาวเกศรินทร์ นาทองคำ กรรมการฯ นายวุฒิศักดิ์ ปรีจำรัส กรรมการและเลขานุการฯ พร้อมคณะกรรมการ สมาชิก ร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง
นายสุรปรีชา ลาภบุญเรือง ประธานกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์เสมากาฬสินธุ์ จำกัด กล่าวว่า สำหรับการสร้างความเข้าใจในครั้งนี้ สืบเนื่องจาก สหกรณ์ออมทรัพย์เสมากาฬสินธุ์ จำกัด ได้ร่วมลงนามความร่วมมือ (MOU) โครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา ยกระดับคุณภาพชีวิตและอิสรภาพทางการเงิน มุ่งเน้นการสร้าง “ความสุขที่ยังยืน” ให้แก่สมาชิก กับสมาพันธ์สุขภาพและสิ่งแวดล้อมประเทศไทย และ บริษัท อี.ชี.ที. กรุ๊ป จำกัด เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตและอิสรภาพทางการเงิน ประหยัดการใช้พลังงานเชื้อเพลิง โดยการเปลี่ยนหลังคาบ้านให้เป็นแหล่งพลังงาน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายเดือนอย่างเป็นรูปธรรม ช่วยบรรเทาปัญหาหนี้สินครัวเรือน และเพิ่มกระแสเงินหมุนเวียนให้สมาชิกมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น พลิกโฉมสวัสดิการสหกรณ์สู่ยุคดิจิทัลพลังงาน เป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในการพัฒนากิจการสหกรณ์ ด้วยการนำนวัตกรรมพลังงานสะอาด มาเป็นสวัสดิการระดับพรีเมียม เพื่อให้สมาชิกและชุมชนได้ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรเงินฝากอย่างคุ้มค่า ลดภาระดอกเบี้ย และสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาวผ่านเทคโนโลยีทันสมัย
“นอกจากนี้ ยังเป็นพลังแห่งความร่วมมือเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ตอกย้ำอุดมการณ์สหกรณ์ที่ช่วยตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกันด้วยการสร้างชุมชนต้นแบบพลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำด้านการพัฒนาสังคม ตอบโจทย์โลกสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero) ด้วยการส่งเสริมการใช้พลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สร้างความภาคภูมิใจให้แก่สมาชิก สร้างความมั่นคงทางพลังงานที่จับต้องได้ เปลี่ยนความกังวลเรื่องค่าไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้น ให้เป็นโอกาสในการบริหารจัดการพลังงานด้วยตัวเอง สร้างความมั่นคงและยั่งยืนทางพลังงานให้เกิดขึ้นจริงในระดับครัวเรือนและชุมชนท้องถิ่น” นายสุรปรีชากล่าว
นายสุรปรีชากล่าวอีกว่า การลงนามความร่วมมือครั้งนี้ ยังเป็นการสร้างรายได้ทางอ้อมและลดค่าใช้จ่ายอย่างยั่งยืน มุ่งเน้นการลดภาระค่าไฟฟ้าในครัวเรือนให้แก่สมาชิกสหกรณ์ฯ เพื่อเปลี่ยนรายจ่ายประจำให้เป็นเงินออม เพิ่มอำนาจการจับจ่ายใช้สอย และเสริมสร้างความเข้มแข็งทางการเงินให้แก่สถาบันครอบครัวอย่างมั่นคง อีกทั้งยังเป็นการมอบเอกสิทธิและสวัสดิการนวัตกรรมพลังงาน เป็นการนำเงินปันผลหรือเงินฝากของสมาชิกมา สร้างมูลค่าเพิ่มผ่านโครงการสวัสดิการพิเศษที่ช่วยลดต้นทุนชีวิต โดยให้สมาชิกเข้าถึงเทคโนโลยี Solar Rooftop คุณภาพสูงได้ง่ายขึ้น ยกระดับมาตรฐานความเป็นอยู่และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิมให้แก่กลุ่มเป้าหมายและชุมชนท้องถิ่นอย่างแท้จริง
ด้าน ดร.ทัศนี บัวคำ ประธานสมาพันธ์สุขภาพและสิ่งแวดล้อมประเทศไทย กล่าวว่า การลงนามความร่วมมือครั้งนี้ เป็นการสร้างความเท่าเทียม และโอกาสในการเข้าถึงพลังงานสะอาด มุ่งเน้นนโยบายการจัดสวัสดิการภายในที่ครอบคลุมและทั่วถึง เพื่อให้สมาชิกสหกรณ์ทุกรวมถึงผู้อยู่อาศัยในชุมชน มีโอกาสเป็นเจ้าของระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดที่ทันสมัย ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงทรัพยากร และสร้างความมั่นคงในที่อยู่อาศัยระยะยาว ตลอดจนสร้างสังคมต้นแบบแห่งการพึ่งพาตนเอง พัฒนาสมาชิกให้เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ด้านการใช้พลังงาน
ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นแบบอย่างในการบริหารจัดการตนเองเพื่อมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ซึ่งจะช่วยสร้างความภูมิใจและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ที่อยู่อาศัยของสมาชิก พร้อมทั้งสนับสนุนเป้าหมายระดับชาติในการดูแลสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งต่อคุณภาพชีวิตที่ดีให้ลูกหลาน
“ทั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายรัฐบาล ที่สนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด เพื่อลดการะการพึ่งพาการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงจากฟอสซิล และลดภาระ จึงให้การสนับสนุนการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นพลังงานสะอาด และเป็นพลังงานตามธรรมชาติ โดยรัฐบาลจะให้การสนับสนุนทั้งการลดหย่อนทางภาษีสูงถึง 2 แสนบาท และยังมีโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากประชาชนในช่วงเวลาที่เหลือใช้จากชีวิตประจำวัน” ดร.ทัศนีกล่าว
อย่างไรก็ตาม การลงนามความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นจุดนำร่องของประเทศไทย ในการเปิดโอกาสให้สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์เสมากาฬสินธุ์ จำกัด ซึ่งถือเป็นบุคคลทรงคุณค่า เป็นต้นแบบในการใช้พลังงานสะอาด เพื่อให้สมาชิกสามารถใช้ให้พื้นที่จากแสงอาทิตย์ เพื่อให้เกิดความประหยัดตั้งแต่การเริ่มใช้งาน และจะประหยัดมากขึ้น ตามแนวทางสหกรณ์ได้สร้างโครงการที่เกิดประโยชน์กับสมาชิก สหกรณ์ได้สนับสนุนนโยบายรัฐบาล สมาชิกสามารถประหยัดค่าไฟฟ้าตั้งแต่วันแรกที่เริ่มใช้ระบบ Solar สมาชิกเหลือเงินจากค่าไฟฟ้าเพื่อใช้ในชีวิตประจำวันมากขึ้น และสมาชิกจะประหยัดค่าไฟฟ้ามากกว่า 70-80 % อีกด้วย

You May Also Like