แม่ฮ่องสอน กองกำลังไทใหญ่จัดครบรอบ 68 ปีกู้ชาติ

วันที่ 21 พฤษภาคมของทุกปี ซึ่งเป็นวันครบรอบ 68 ปี ของการปฏิวัติกอบกู้รัฐฉาน ทางสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉานและกองทัพรัฐฉาน ได้จัดพิธีรำลึกเนื่องในวันปฏิวัติกอบกู้รัฐฉานขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ ฐานที่มั่นดอยไตแลง เขตรัฐฉาย ประเทศเมียนมา ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับอำเภอปางมะผ้า ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยมี พลเอกยอดศึก เป็นประธานในพิธี ท่ามกลางบรรยากาศสายหมอกหนาปกคลุมทั่วทั้งดอย สะท้อนถึงความสงบนิ่งและความรำลึกถึงเหล่าผู้เสียสละที่ได้อุทิศชีวิตเพื่อการต่อสู้ของชาวรัฐฉาน

การจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติและกล่าวสดุดีต่อบรรดาผู้รักชาติ ผู้ซึ่งได้เสียสละชีวิตและร่างกายในการต่อสู้เพื่อการปฏิวัติกอบกู้รัฐฉาน อีกทั้งยังได้มีพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่เหล่าผู้กล้าทั้งหลายที่ล่วงลับไป เพื่อแสดงออกถึงการรำลึกและให้ความสำคัญต่อบุคคลเหล่านั้น

ในปีนี้ถือเป็นวาระครบรอบ 68 ปีแห่งการปฏิวัติกอบกู้รัฐฉาน ซึ่งทาง RCSS/SSA ยังคงจัดพิธีรำลึกและทำบุญอุทิศส่วนกุศลดังเช่นทุกปีที่ผ่านมา พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า บรรดาผู้รักชาติ รวมถึงประชาชนชาวรัฐฉานทั้งในประเทศและต่างแดน ต่างร่วมกันแสดงความอาลัยและอธิษฐานขอพรให้แก่ดวงวิญญาณของเหล่าผู้กล้าผู้เสียสละเช่นเดียวกัน

แถลงการณ์ภายในงานระบุว่า การปฏิวัติกอบกู้รัฐฉานมิใช่ภารกิจของกองทัพเพียงฝ่ายเดียว หากแต่เป็นหน้าที่ร่วมกันของประชาชนทุกคน เนื่องจากชนชาติไตหรือไทยใหญ่ต้องเผชิญกับความทุกข์ยากจากปัญหาทางการเมือง ภายหลังการเพิกเฉยต่อข้อตกลงใน “สัญญาปางโหลง” ปี 1947 ซึ่งส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากจำเป็นต้องลุกขึ้นจับอาวุธต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิ เสรีภาพ และบ้านเมืองของตนเอง

หากย้อนกลับไปหลังสหภาพพม่าได้รับเอกราชจากอังกฤษครบ 10 ปี สถานการณ์การเมืองภายในประเทศได้เกิดความวุ่นวายอย่างหนัก บรรดาผู้นำชาติพันธุ์ต่างประเมินว่าแนวทางสันติวิธีอาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อีกต่อไป กระทั่งวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2501 “เจ้าน้อย” หรือ “ซอหยั่นต๊ะ” ได้รวบรวมผู้รักชาติจำนวน 31 คน พร้อมอาวุธปืน 7 กระบอก จัดตั้งกองกำลังปฏิวัติขึ้น ณ เมืองหาง อำเภอเมืองโต๋น ภาคตะวันออกรัฐฉาน ภายใต้ชื่อ “กลุ่มหนุ่มศึกหาญ” นับเป็นจุดเริ่มต้นครั้งแรกของการปฏิวัติกอบกู้รัฐฉาน โดยมีเป้าหมายเพื่อเรียกร้องเอกราชของรัฐฉานและขับไล่กองทัพพม่าออกจากพื้นที่

นับตั้งแต่ยุค “หนุ่มศึกหาญ” เป็นต้นมา การต่อสู้ของชาวไตได้ดำเนินสืบต่อมายาวนานจนถึงปัจจุบัน โดยภายในงานยังได้มีการเรียกร้องให้ผู้รักชาติทุกฝ่ายยึดมั่นในความสามัคคี มีจิตใจเข้มแข็ง กล้าหาญ และร่วมกันศึกษายุทธศาสตร์ทั้งด้านการเมืองและการทหาร โดยยึดถือผลประโยชน์ของชาติบ้านเมืองเป็นสำคัญ พร้อมเรียนรู้จากข้อผิดพลาดในอดีต ช่วยเหลือและชี้แนะกัน มากกว่าการกล่าวโทษหรือสร้างความแตกแยกต่อกันเอง ดูน้อยลง

ขอบคุณข้อมูลข่าว – ธนนันต์ จิตธร
วิรัตน์ นันทะพรพิบูลย์ จ.แม่ฮ่องสอน / 0895613777

You May Also Like