ตม.หนองคาย จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ เครือข่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ 2 ราย หลังทางการลาวปฏิบัติการกวาดล้างแก๊งสแกมเมอร์ครั้งใหญ่ทั่วประเทศ ส่งให้ไทย

วันที่ 23 พ.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จนท.ตม.จว.หนองคาย โดย พ.ต.อ.นพดล รักชาติ ผกก.ตม.จว.หนองคาย พ.ต.ท.ธียาฌพัตท์ รังสิพราหมณกุล รอง ผกก.ตม.จว.หนองคาย พ.ต.ท.อภิชาติ คลธา สว.ตม.หนองคาย ร.ต.อ.สุวิน มั่นคง รอง สว.ตม.หนองคาย พร้อมเจ้าหน้าที่ ตม.จว.หนองคาย ได้รับตัวผู้ต้องหาคดี สแกมเมอร์จากประเทศลาว ซึ่งเป็นคนไทยจำนวน 102 คน ซึ่งได้ใช้กลไกการส่งต่อระดับชาติหรือ nrm ในการคัดแยกเหยื่อพร้อมทั้งสหวิชาชีพ ณ ด่านสะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่ 1 ผลการคัดแยก เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2569 ที่ผ่านมา

โดยการอำนวนการของ พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ผบก.สส.ภ.4 พล.ต.ต.ไพรัช พุกเจริญ ผบก.ตม.4 พ.ต.อ.สุรกิจ ค้วนเครือ รอง ผบก.ภ.จว.หนองคาย,พ.ต.อ.จิรวิทย์ ปานยิ้ม ผกก.สภ.เมืองหนองคาย,พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ บุญเสริม ผกก.สืบสวน ภ.จว.หนองคาย
จากการคักแยก พบ นายจตุพร อายุ 30 ปี หมู่ 3 ต.ท่าดินดำ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี บุคคลตามหมายจับศาลอาญา ที่ 7040/2568 ลง 26 พ.ย. 2568 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่นและโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้หรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้องหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้หรือยืมใช้เลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตน ทั้งนี้ โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด” โดยมี สน.บางซื่อ เป็นเจ้าของคดี

เจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำ ผตห.ให้ถ้อยคำว่า ช่วงต้นเดือน ก.พ. 68 ตนต้องการหางานทํา ได้พบประกาศในเพจเฟซบุ๊ก รับสมัครพนักงานเป็นแอดมินตอบลูกค้ามีสํานักงานอยู่ที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จึงเดินทางไป เมื่อถึงตลาดโรงเกลือ ได้มีคนกัมพูชามารับ และพาลักลอบเดินทางออกตามช่องทางธรรมชาติไปยังประเทศกัมพูชา และได้มีคนมารับอีกต่อหนึ่งไปที่คาสิโนซานโฮ ไม่ทราบชื่อเมืองอะไร ตนถูกยึดเอาโทรศัพท์และของมีค่า ( เงินสด บัตรประชาชนและโทรศัพท์ 2เครื่อง ) จากนั้นกลุ่มคนเหล่านั้นได้ขอรหัสปลดล็อกโทรศัพท์และรหัสบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์สาขาทุ่งครุและธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารกรุงไทย สาขาเซ็นทรัลเวสเกต ไป ตนถูกกักขังและถูกบังคับสแกนใบหน้า ต่อมาได้ถูกส่งตัวไปที่เมืองไชทง ถูกบังคับให้ทํางานเป็นสแกมเมอร์ในลักษณะฟิวแฟนหลอกให้เหยื่อหลงรัก ทําอยู่ที่นั่นได้ประมาณ 7 เดือนถูกส่งต่อไปที่ไชน่าทาวน์ติดชายแดนประเทศเวียดนาม หลังจากเกิดสงครามนายจ้างสอบถามว่ามีใครอยากทํางานต่อหรือไม่ ตนไม่สมัครใจจึงถูกส่งตัวมาที่ปอยเปต ได้ทํางานเว็บพนันออนไลน์เพื่อหาเงินกลับบ้าน ต่อมาตนได้ลักลอบเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรตามช่องทางธรรมชาติบริเวณ อ.อรัญประเทศ ช่วงเดือน เม.ย.69 เนื่องจากตนไม่มีงานทําจึงหางานในเพจเฟซบุ๊กเจอประกาศรับพนักงานแอดมินพนันออนไลน์ในประเทศลาว ตนสนใจจึงลักลอบเดินทางออกตามช่องทางธรรมชาติบริเวณจังหวัดมุกดาหาร ไปยัง สปป.ลาว เมื่อวันที่ 3 พ.ค.69 แต่ยังไม่ได้ทํางาน ก็มาถูกทางการลาวจับกุมตัวส่งกลับมายังประเทศไทย โดยที่ตนเองไม่ทราบว่ามีหมายจับ จนมาถูก จนท.ควบคุมตัวดังกล่าว ก่อนนำตัวส่ง พงส.สน.บางซื่อ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

รายที่ 2 จับกุม นายพงษ์เทพ อายุ 33 ปี ต.สวนใหญ่ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี บุคคลตามหมายจับศาลอาญา ที่ 125/2566 ลงวันที่ 13 ม.ค. 2566 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น,ร่วมกันเป็นอั้งยี่,วมกันเป็นซ่องโจร,ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ,ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และร่วมกันฟอกเงิน ” รวมอยู่ในกลุ่มที่ทางการส่งตัวกลับไทย โดยมี บก.สอท.1 เป็นเจ้าของคดี

เจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำ ผตห.ให้ถ้อยคำว่าเมื่อ ประมาณปี 66 มีเพื่อนชื่อเอก จําชื่อจริงไม่ได้ ชวนไปทํางานเป็นเจ้าหน้าที่ได้รับโทรศัพท์ที่กัมพูชา ซึ่งตนสนใจจึงลักลอบเดินทาง ตามช่องทางธรรมชาติ บริเวณจังหวัดสระแก้ว เดินทางไปกัมพูชากับเพื่อน พอไปถึงกัมพูชา ถูกกักตัวไม่ให้ไปไหนประมาณ 12 วัน จากนั้นมีคนไทยชื่อชัย มาแจ้งว่าจะให้ทํางานซึ่งเป็นงานผิดกฎหมาย ตนจึงไม่สมัครใจทํา ชายคนดังกล่าวแจ้งว่าถ้าไม่ทําให้หาเงินมาจ่ายจำนวน 30,000.-บาท ถ้าไม่มีก็ให้ติดต่อญาติส่งมาให้ ตนไม่มีเงินและติดต่อญาติไม่ได้จึงถูกกักขังและถูกทําร้ายโดยใช้ไฟฟ้าช๊อต จากนั้นมีคนนําสคลิปมาให้อ่าน เพื่อโทรหลอกคนไทย วิธีการคือเป็นคนรับสายที่2 อ้างตัวเป็นตํารวจรับแจ้งความ ตนทํางานได้2 เดือน ต้องการจะหนีออกมาจึงชวนเพื่อน หนีออกมาและกลับประเทศไทย ผ่านช่องทางธรรมชาติต่อมาเมื่อประมาณกลางเดือน เม.ย.69 พบประกาศในอินเทอร์เน็ตและพนักงานแพ็คสิ่งของในประเทศลาว สนใจจึงเดินทางไปสมัครทํางาน โดยได้ลักลอบเดินทางออกตามช่องทางธรรมชาติ บริเวณจังหวัดนครพนม เมื่อไปถึงแขวงสะหวันเขต นายจ้างจัดที่พัก แต่ยังไม่ได้ทํางาน ต่อมาถูกทางการลาวจับกุมตัวส่งตัวกลับประเทศไทยและถูกเจ้าหน้าที่จับกุมดังกล่าว จนท.ได้ควบคุมตัวนําตัวส่ง พนักงานสอบสวน บก.สอท.1 เพื่อดําเนินการตามกฎหมายต่อไป #หนองคาย #สแกมเมอร์ #หมายจับ #ตมหนองคาย #พ่อตู้ลภ

You May Also Like