
น่าน – ประสิทธิ์ โนทะ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี “อ่างเก็บน้ำน้ำแหง” อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน หลังมีกระแสความกังวลจากประชาชนว่า ระบบเปิด–ปิดบานระบายน้ำไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ และต้องใช้ไม้ค้ำยันบานระบายน้ำ แม้ใช้งบก่อสร้างกว่า 32 ล้านบาท โดยยืนยันว่าโครงสร้างอ่างยังมีความมั่นคงแข็งแรง พร้อมเร่งติดตามการจัดสรรงบประมาณเพื่อซ่อมแซมระบบระบายน้ำให้กลับมาใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพโดยเร็ว
จากการลงพื้นที่ร่วมกับ โครงการชลประทานน่าน พบว่า อ่างเก็บน้ำน้ำแหงก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อเดือนเมษายน 2568 ก่อนจะได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของพายุ “วิภา” เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2568 ซึ่งทำให้จังหวัดน่านเกิดฝนตกหนักสะสมกว่า 290 มิลลิเมตรภายใน 24 ชั่วโมง สูงสุดในรอบกว่า 70 ปี ส่งผลให้หลายพื้นที่ประสบอุทกภัยรุนแรงและต้องประกาศเขตภัยพิบัติฉุกเฉิน
เจ้าหน้าที่ชลประทานชี้แจงว่า กระแสน้ำป่าที่ไหลหลากได้พัดพาท่อนซุงและเศษวัสดุขนาดใหญ่ไหลข้ามทางระบายน้ำล้น หรือ Spillway ก่อนพุ่งกระแทกพื้นคอนกรีตและโครงสร้างบางส่วนอย่างรุนแรง จนทำให้พื้นคอนกรีตเสียหาย รวมถึงรางสแตนเลสบรรจุท่อระบบไฮดรอลิกได้รับความเสียหาย ส่งผลให้ระบบควบคุมบานระบายน้ำแบบอิเล็กทรอนิกส์ไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ
ทั้งนี้ แม้งานก่อสร้างยังอยู่ในระยะรับประกัน 2 ปี แต่ทางโครงการชลประทานระบุว่า ความเสียหายดังกล่าวเกิดจากภัยธรรมชาติรุนแรงภายหลังการส่งมอบงาน ไม่ได้เกิดจากวัสดุไม่ได้มาตรฐานหรือความบกพร่องของผู้รับจ้าง จึงไม่เข้าข่ายการรับประกันตามสัญญา ส่งผลให้บริษัทผู้รับจ้างไม่สามารถรับผิดชอบค่าเสียหายได้โดยตรง ขณะที่กรมชลประทานได้เสนอของบประมาณเพื่อซ่อมแซมเร่งด่วนแล้ว และอยู่ระหว่างรอการจัดสรรงบประมาณ
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ชลประทานยืนยันว่า ตัวอ่างเก็บน้ำยังสามารถกักเก็บและบริหารจัดการน้ำได้ตามปกติ โดยยังสามารถเปิด–ปิดบานระบายน้ำผ่านแรงงานคนและอุปกรณ์เสริมได้ ขณะที่ ประสิทธิ์ โนทะ ย้ำว่าจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่อำเภอนาน้อยต่อไป
ประสิทธิ์ สองเมืองแก่น จังหวัดน่าน

