ม่วนอีหลี! เทศบาลตำบลคำเหมือดแก้ว อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ สืบสานประเพณีบุญบั้งไฟสุดหวือหวา จุดบั้งไฟแสนและบั้งไฟหมื่น 12 บั้ง บูชาพญาแถนและเสี่ยงทายฝน พร้อมโปรยฝนเทียมและเล่นทะเลโคลน ถือเคล็ดเรียกฝนให้ตกต้องตามฤดูกาล เป็นสัญลักษณ์ของความชุ่มชื้นและอุดมสมบูรณ์ ผ่อนคลายจากสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวและแสงแดดที่ร้อนจัด หลังจากฝนทิ้งช่วงไปนาน บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนาน

วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณลานอเนกประสงค์อ่างเก็บน้ำวังลิ้นฟ้า บ้านโนนศิลาอาสน์ ต.คำเหมือดแก้ว อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ นางสาวลำพรรณ คำแหงพล นายกเทศมนตรีตำบลคำเหมือดแก้ว เป็นประธานเปิดการจุดบั้งไฟ ตามโครงการสืบสานประเพณีบุญบั้งไฟ ประจำปี 2569
โดยมีนายพิบูรณ์ คำแหงพล ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีตำบลคำเหมือดแก้ว นายบพิตร งอมสระคู กำนันตำบลคำเหมือดแก้ว พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภา ฝ่ายปกครองอำเภอห้วยเม็ก เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยเม็ก ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชน เยาวชน ร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก โดยไฮไลท์อยู่ที่การร่วมลุ้นบั้งไฟแสนบั้งไฟหมื่นพุ่งขึ้นท้องฟ้า และสีสันอยู่ที่การละเล่นทะเลโคลนคลายร้อน ของผู้นำชุมชนและชาวบ้านทุกเพศทุกวัยอย่างสนุกสนาน
นางสาวลำพรรณ คำแหงพล นายกเทศมนตรีตำบลคำเหมือดแก้วกล่าวว่า บุญบั้งไฟ โดยมีการจุดบั้งไฟ เพื่อบูชาและขอฝนจากพญาแถน สิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งฝนตามความเชื่อของชาวอีสาน เป็นวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม ที่สืบทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษ นอกจากจะมีการจัดขบวนแห่บั้งไฟสวยงาม ขบวนนางรำ การประกวดผาแดงนางไอ่แล้ว ยังมีนางรำรำบวงสรวงพญาแถน เพื่อดลบันดาลให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล ให้มีมวลน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำวังลิ้นฟ้า แหล่งน้ำสาธารณะประโยชน์ เพื่อการผลิตน้ำประปา และเพื่อการเกษตรกรรม
นางสาวลำพรรณกล่าวอีกว่า โครงการสืบสานประเพณีบุญบั้งไฟ ประจำปี 2569 ดังกล่าว เทศบาลตำบลคำเหมือดแก้ว ได้ตระหนักในความสำคัญของบุญบั้งไฟ หรือบุญเดือน 6 หนึ่งในฮีต 12 คอง 14 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งประเพณีที่มีความสำคัญของภาคอีสาน ที่ได้ปฏิบัติสืบต่อกันมา เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชน เยาวชน มีส่วนร่วม เห็นความสำคัญและร่วมกันอนุรักษ์ สืบสานให้คงอยู่สืบไป มีการแสดงออกในสิ่งที่ดีงาม เป็นการส่งเสริมให้ชุมชน เกิดความรัก ความสามัคคี มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
“พื้นที่ ต.คำเหมือดแก้ว มี 9 หมู่บ้าน อยู่นอกเขตชลประทาน ประชาชนประกอบอาชีพเกษตรกรรม อาศัยน้ำฝนในการหล่อเลี้ยงพืชผลและการอุปโภคบริโภค โดยมีอ่างเก็บน้ำวังลิ้นฟ้า สำหรับผลิตน้ำประปาและเพื่อการเกษตรเป็นแหล่งน้ำสำคัญ ดังนั้นการจัดงานสืบสานประเพณีบุญบั้งไฟครั้งนี้ ผู้ร่วมงานทุกคนจึงพร้อมใจกันอธิษฐาน ให้พญาแถนดลบันดาลฝนตกต้องตามฤดูกาล มีมวลน้ำเติมเข้าอ่างเก็บน้ำวังลิ้นฟ้าอย่างบริบูรณ์อีกด้วย” นางสาวลำพรรณกล่าว
ด้านนายพิบูรณ์ คำแหงพล ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีตำบลคำเหมือดแก้ว กล่าวว่างานบุญบั้งไฟที่จัดขึ้นในปีนี้ ไฮไลท์อยู่ที่การได้ลุ้นบั้งไฟจำนวน 12 บั้ง คือบั้งไฟแสนที่จุดบูชาพญาแถน 3 บั้งและบั้งไฟหมื่น เพื่อจุดเสี่ยงทายฝน 9 บั้ง เท่ากับจำนวนหมู่บ้าน ว่าจะพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างสวยงามหรือไม่ ทั้งนี้ เพื่อร่วมลุ้นและสร้างสีสันความสนุกสนาน จึงได้กำหนดกติกาว่าถ้าบั้งไฟของหมู่บ้านไหนไม่ขึ้นสูง หรือทำเวลาขึ้นฟ้าได้น้อยกว่าบั้งไฟของหมู่บ้านอื่นที่จุดก่อน ผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านนั้นจะต้องถูกหามลงโคลน
นายพิบูรณ์กล่าวอีกว่า เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว แดดร้อนจัด ฝนทิ้งช่วงไปนาน เพื่อเป็นการผ่อนคลายความร้อนให้กับพี่น้องประชาชนที่มาร่วมงาน และถือเป็นเคล็ดในการเรียกฝน ยังได้นำรถบรรทุกน้ำของเทศบาลฯ มาฉีดน้ำทำเป็นฝนเทียมโปรยลงมา สร้างความชุ่มชื้นชุ่มฉ่ำ และกลายเป็นทะเลโคลน ให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง บุตรหลาน ทุกคนในชุมชน ได้ร่วมกิจกรรมละเล่นทะเลโคลนกันอย่างมีความสุข และสนุกสนานเป็นอย่างมาก จนหนุ่มๆสาวๆลืมห่วงหล่อห่วงสวยกันเลยทีเดียว

