โดย ขสมก. พร้อมด้วยญาติและกลุ่มเพื่อนสนิท ได้เดินทางมาทำพิธีเชิญดวงวิญญาณของ นายเสริมลาภ ปิ่นทอง ณ รถโดยสารประจำทางคันที่เกิดเหตุ พร้อมนำอาหารโปรดของผู้ตาย เช่น ผัดกะเพรา ต้มจับฉ่าย และขนมปังไส้กรอก มาประกอบพิธีเซ่นไหว้
ด้าน นายเกียงไกร ประจันตะเสน เพื่อนสนิทและเพื่อนร่วมงาน เปิดเผยว่า ปกติผู้ตายเป็นคนมีความรับผิดชอบสูงและไม่เคยขาดงาน แต่เมื่อวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2569 ซึ่งเป็นวันย้ายออฟฟิศ กลับไม่สามารถติดต่อได้ เพื่อนๆ จึงช่วยกันออกตามหาและไปแจ้งความคนหายไว้ที่ สน.รัตนาธิเบศร์ โดยในตอนแรกยังไม่ทราบว่าเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุรถไฟชนรถเมล์
ต่อมาเพื่อนๆ ได้ประสานงานทุกช่องทาง ทั้งเช็กกล้องวงจรปิดและขอตรวจสอบสัญญาณโทรศัพท์กับทางทรูมูฟ จนกระทั่งวันพฤหัสบดีได้รับข้อมูลยืนยันว่า สัญญาณโทรศัพท์ครั้งสุดท้ายของผู้ตายอยู่ในจุดเกิดเหตุพอดี
สำหรับผู้เสียชีวิต ปกติพักอาศัยอยู่นนทบุรีและเดินทางมาทำงานย่านอโศก-สุขุมวิท โดยชอบเดินทางด้วยรถเมล์เป็นประจำ ซึ่งในวันเกิดเหตุ (วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม 2569) ผู้ตายตั้งใจจะเดินทางไปร่วมงานอีเวนต์ของ BNK48 และได้พูดคุยเรื่องนี้กับเพื่อนร่วมงานก่อนเกิดเหตุเศร้าขึ้น
นายเกียงไกร กล่าวทิ้งท้ายด้วยความอาลัยว่า ผู้ตายเป็นคนอินโทรเวิร์ตที่รักงานมาก เป็นที่รักของเพื่อนๆ และลูกค้าทุกคน ส่วนวัดที่นำร่างไปตั้งบำเพ็ญกุศล ก็เป็นวัดเดียวกับที่เคยใช้จัดงานศพของพ่อและแม่ของผู้ตาย พร้อมบอกความรู้สึกว่า เสียดายและคิดถึงเพื่อนคนนี้มาก ขอให้เดินทางปลอดภัย

