
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนนำโดย พ.ต.อ.เพิ่มวุฒิ ประทุมราช ผกก.1 บก.ปทส. สนธิกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นร้านค้าแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่ที่ 11 ต.ธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม หลังสืบทราบว่าร้านดังกล่าวถูกใช้เป็นฉากหน้าในการลักลอบค้าซากสัตว์ป่าคุ้มครอง
จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่สามารถจับกุม น.ส.กุลกัลยาฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญามีนบุรี ที่ จ 771/2569 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ในความผิดฐาน “ค้าและมีไว้ในครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมกันนี้ยังสามารถตรวจยึดของกลางที่เป็นซากสัตว์ป่าคุ้มครองหายากและใกล้สูญพันธุ์จำนวนมากถึง 100 ชิ้น ไม่ว่าจะเป็นหนังเสือโคร่ง หนังเสือดาวลายเมฆ หนังเสือไฟ หนังงูเหลือม เกร็ดลิ่น เขากวาง ตลอดจนซากเลียงผาและซากหมี ซึ่งพฤติการณ์ของผู้ต้องหารายนี้คือการเปิดกิจการร้านขายของฝากและยาแผนโบราณบังหน้า เพื่อใช้เป็นจุดพักและกระจายสินค้า ก่อนจะลักลอบนำเข้าซากสัตว์เหล่านี้มาจากฝั่งประเทศลาว เพื่อนำมาจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาสักการะพระธาตุพนม รวมถึงการประกาศขายผ่านช่องทางออนไลน์อย่างไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย
เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ น.ส.กุลกัลยาฯ ทันที โดยคดีนี้ถือเป็นความผิดร้ายแรงตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ซึ่งมีบทลงโทษหนักตามมาตรา 89 และมาตรา 92 โดยมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ขณะนี้ผู้ต้องหาถูกนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปทส. เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
ทั้งนี้การปฏิบัติการไม่เพียงแต่เป็นการหยุดยั้งวงจรการค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของตำรวจสอบสวนกลางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าที่ได้ฝากเตือนไปยังผู้ที่คิดจะแสวงหาผลประโยชน์จากการฆ่าหรือครอบครองซากสัตว์ป่าว่า อย่าได้ริอาจทำผิดกฎหมาย เนื่องจากสัตว์ป่าคือทรัพยากรล้ำค่าที่เป็นสมบัติของธรรมชาติและควรค่าแก่การปกป้องให้คงอยู่ต่อไป ซึ่งทาง บก.ปทส. ยังคงเดินหน้าปราบปรามขบวนการดังกล่าวอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไว้อย่างถึงที่สุด

