ทลายอาณาจักร “MYIPTV4K” เครือข่ายหนังเถื่อนรายใหญ่ ไทย-มาเลเซีย

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย บก.ปอศ. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมก.1 บก.ปอศ. พร้อมด้วย บริษัท วอเนอร์ บราเธอร์ส เอ็นเตอร์เทรนเม้นต์ กับเจ้าหน้าที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา ดำเนินคดีกับ นายอัครวัฒน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี ในฐานความผิด “ร่วมกันละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้า ด้วยการทำซ้ำ ดัดแปลง และเผยแพร่ต่อสาธารณชนซึ่งเป็นงานภาพยนตร์โดยไม่ได้รับอนุญาต”
ร่วมกันตรวจค้น จำนวน 2 จุด
จุดที่ 1 : บ้านหลังหนึ่งภายในพื้นที่ ต.แม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่
จุดที่ 2 : บริษัทแห่งหนึ่ง ภายในพื้นที่ ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่
พร้อมตรวจยึดของกลาง
1.เอกสารบัญชี จำนวน 19 แผ่น
2.หลักฐานการจ่ายเงินให้กับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มคลาวด์คอมพิวติ้งจำนวน 4 แผ่น
3.เอกสารเกี่ยวกับการรับส่งอีเมลที่ใช้งาน จำนวน 22 แผ่น
4.เอกสารสำเนาบัตรเครดิตจำนวน 1 แผ่น
5.โทรศัพท์มือถือ จำนวน 3 เครื่อง
6.คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊กจำนวน 1 เครื่อง

  1. คอมพิวเตอร์ PC จำนวน 1 เครื่อง
    รวมของกลางทั้งสิ้น 51 ชิ้น

พฤติการณ์ ด้วยเมื่อ วันที่ 8 ธ.ค.68 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ เป็นตัวแทน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วมประชุมประสานการปฏิบัติ โดยใช้ชื่อแผนการปฏิบัติครั้งนี้ว่า Awan Merah ณ สำนักงาน INTERPOL Global Complex for Innovation (IGCI) สาธารณรัฐสิงคโปร์ เพื่อหารือและประสานการปฏิบัติด้านการปราบปรามเว็บไซต์หนังออนไลน์ MyIPTV4K ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ และรายการบันเทิงต่างๆ เป็นจำนวนมาก ปฏิบัติการดังกล่าวดำเนินการภายใต้โครงการ I-SOP (INTERPOL – Stop Online Piracy) โดยองค์การตำรวจสากล (INTERPOL) ร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศหลายแห่ง ได้แก่ ตำรวจมาเลเซีย (Royal Malaysia Police),สำนักงานตำรวจแห่งชาติเกาหลีใต้ (KNPA), กระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยวแห่งสาธารณรัฐเกาหลี (MCST) และหน่วยสืบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐอเมริกา (HSI) เพื่อปราบปรามเครือข่ายละเมิดลิขสิทธิ์ออนไลน์ข้ามชาติและอาชญากรรมทางไซเบอร์ที่เกี่ยวข้อง ได้ประสานความร่วมมือ ร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูล และรวบรวมพยานหลักฐานทางดิจิทัล ทางการเงิน สามารถนำพยานหลักฐานต่างๆ ยื่นขอหมายค้นต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ จนเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของประเทศต่างๆ เปิดปฏิบัติการข้ามประเทศพร้อมกัน ระหว่าง เจ้าหน้าที่ตำรวจในประเทศมาเลเซีย และเจ้าหน้าที่ตำรวจในประเทศไทย ซึ่งในประเทศไทยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปอศ. ได้นำหมายค้นของศาลจังหวัดเชียงใหม่เข้าทำการ ตรวจค้น จำนวน 2 จุด ภายในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อไปถึงบ้านเป้าหมาย พบ นายอัครวัฒน์ ฯ รับว่าเป็นเจ้าของบ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงหมายค้น ผลการตรวจค้น พบ โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ และเอกสารการชำระเงินให้กับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มคลาวด์คอมพิวติ้งบริการเช่าใช้ระบบคอมพิวเตอร์และทรัพยากรผ่านออนไลน์ จากการตรวจสอบประวัติ นายอัครวัฒน์ ฯ ทราบว่า เมื่อปี 2561 ได้เคยถูกจับกุมในข้อหา ร่วมกันละเมิดลิขสิทธิ์ฯ มาก่อน เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางดังกล่าวนำส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปอศ. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ในส่วนผลการปฏิบัติการภายในประเทศมาเลเซีย ในวันที่ 10 ก.พ.69 ในวันเดียวกันนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจมาเลเซีย ภายใต้โครงการ I-SOP (INTERPOL – Stop Online Piracy) โดยองค์การตำรวจสากล (INTERPOL) เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่จาก กองข่าวกรอง/ปฏิบัติการ และ กองสืบสวนอาชญากรรมไซเบอร์และมัลติมีเดีย ภายใต้ กรมสอบสวนอาชญากรรมเชิงพาณิชย์ (Commercial Crime Investigation Department: CCID) ณ บูกิตอามาน (Bukit Aman) ได้ร่วมกับ สำนักงานกลางแห่งชาติองค์การตำรวจสากล (INTERPOL) กรุงกัวลาลัมเปอร์, คณะกรรมการการสื่อสารและมัลติมีเดียแห่งมาเลเซีย (MCMC) และบริษัท Astro Malaysia Holdings Berhad ดำเนินการเข้าตรวจค้นพร้อมกันใน 3 จุด ในรัฐเซลังงอร์ ประเทศมาเลเซีย ผลการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ได้ยึดอุปกรณ์ดิจิทัลต่างๆ รวมถึงคอมพิวเตอร์ แล็ปท็อป และโทรศัพท์มือถือที่ใช้ในการบริหารจัดการแอปพลิเคชัน และสามารถดำเนินคดีกับ เลอง ชิน หวัง (Leong Chin Wang) และภรรยาของเขา ฮู เชียว ลิว (Hoo Sheau Lew) ซึ่งดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท Alula Marketing Sdn Bhd ให้บริการออกแบบหน้าเว็บกราฟิกและจำหน่ายระบบอัตโนมัติและระบบรักษาความปลอดภัย รวมถึงสินค้ากลุ่มไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งให้การปฏิเสธหลังจากแจ้งข้อกล่าวหาว่าดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจในการขายเข้าถึงแอปพลิเคชัน MYIPTV4K ผ่านบัญชี อีคอมเมิร์ซยอดนิยม “Unimax Pro” ผู้พิพากษา ได้อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยแต่ละราย
ต่อมา พนักงานสอบสวน ได้แจ้งข้อกล่าวหากับนายอัครวัฒน์ ฯ ในข้อหา “ร่วมกันละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้า ด้วยการทำซ้ำ ดัดแปลง และเผยแพร่ต่อสาธารณชนซึ่งเป็นงานภาพยนตร์โดยไม่ได้รับอนุญาต” ซึ่งมีโทษ “จำคุก: ตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 4 ปี” หรือ โทษปรับ: ตั้งแต่ 180,000 บาท ถึง 800,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
สอบถามคำให้การเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

You May Also Like