นายกเทศมนตรีเมืองพังงา ออกโรงสะท้อนปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองพังงาจากโครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำของกรมโยธาธิการและผังเมือง วงเงินงบประมาณกว่า 160 ล้านบาท ที่ดำเนินการมายาวนานและมีการขยายสัญญาหลายครั้ง แต่ยังไม่สามารถก่อสร้างแล้วเสร็จ ส่งผลกระทบต่อการสัญจรและการดำรงชีวิตของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองพังงาอย่างต่อเนื่อง

นายเสริมพงษ์ สฤษดิสุข นายกเทศมนตรีเมืองพังงา พร้อมด้วยนางดรุณี บุรี ส.อบจ.พังงา เขตอำเภอเมืองพังงา และคณะผู้บริหารเทศบาลเมืองพังงา นำผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ ถนนบริรักษ์บำรุงในเขตเทศบาลเมืองพังงา หลังจากชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน น้ำท่วมถนนหลายครั้ง โดยมีผลกระทบจากการก่อสร้างระบบระบายน้ำที่ยังไม่แล้วเสร็จ โดยเฉพาะในช่วงฝนตกหนัก น้ำไม่สามารถระบายได้ทัน ทำให้เกิดน้ำท่วมขังบนผิวการจราจร ส่งผลให้ประชาชน ผู้ประกอบการ และนักท่องเที่ยวได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก จากนั้นได้พาไปดูจุดที่มีปัญหา เป็นสาเหตุที่ทำให้น้ำท่วมถนน พบว่าท่อระบายน้ำไปสิ้นสุดที่บริเวณซอยโรงเรือ และยังไม่มีการเชื่อมต่อระบบระบายน้ำไปทางไหน ขณะที่ท่อระบายน้ำจากชุมชนวัดลุ่มก็เชื่อมต่อกับคลองระบายน้ำเก่าไม่เรียบร้อย
นอกจากนี้ การดำเนินการก่อสร้างโครงนี้ได้สร้างปัญหาให้กับชาวบ้านในพื้นที่และผู้ใช้รถใช้ถนนเรื่อยมา ทั้งทำให้การเดินทางไม่สะดวก เกิดปัญหาการจราจรติดขัด และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ โดยชาวบ้านได้ร้องเรียนมายังเทศบาลอย่างต่อเนื่อง พร้อมตั้งคำถามว่าโครงการดังกล่าวจะแล้วเสร็จเมื่อใด หลังจากหมดสัญญาครั้งแรกในปี 2567 จากนั้นได้มีการขยายระยะเวลาสัญญามาแล้วหลายครั้ง ประชาชนในพื้นที่ต่างคาดหวังให้โครงการระบบระบายน้ำขนาดใหญ่ดังกล่าวแล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมขังในเขตเมืองพังงา และลดผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดพังงาในอนาคต
นายเสริมพงษ์ สฤษดิสุข กล่าวว่า ปัญหาน้ำท่วมถนนบริรักษ์บำรุงในช่วงที่เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องนั้น เกิดจากปัญหาของโครงการที่ที่รูปแบบเดิมจะต้องวางท่อไปลงคลองพังงาในเขตตำบลถ้ำน้ำผุด แต่ไม่ได้รับการอนุญาตให้ใช้พื้นที่ ทำให้ระบบระบายน้ำไปคาอยู่ที่สะพานในถนนโรงเรือ ล่าสุดพบว่าทางผู้รับจ้างได้ทำการขอแก้แบบกับกรมโยธาฯแล้ว จึงอยากให้แก้ปัญหาโดยการเชื่อมระบบระบายน้ำกับคลองระบายน้ำเก่าของเทศบาลไปก่อนชั่วคราว และจากการที่เทศบาลเมืองพังงาได้สำรวจโครงการก่อสร้างทั้งหมดพบว่ายังไม่เรียบร้อยแทบทุกจุด แม้โครงการนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในระยะยาว แต่การดำเนินงานที่ล่าช้าส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงอยากให้หน่วยงานเจ้าของโครงการและผู้รับจ้างเร่งรัดการดำเนินงานให้แล้วเสร็จโดยเร็ว พร้อมชี้แจงความคืบหน้าให้ประชาชนได้รับทราบอย่างชัดเจน อย่าทำให้ชาวบ้านหมดความอดทน

