นายอุเทน สุขทั่วญาติ ประธานสภาทนายความจังหวัดแพร่ กล่าวว่า ผมได้ติดตามและศึกษาร่างแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ที่สำนักงานศาลยุติธรรม เปิดรับฟังความคิดเห็นในขณะนี้ ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญในการผลักดันกระบวนการพิจารณาคดีแพ่งเข้าสู่ระบบดิจิทัลมากยิ่งขึ้น
“ไม่ว่าจะเป็นการส่งเอกสารทางคดีผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ การเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐ การลดค่าธรรมเนียมศาล สำหรับการดำเนินคดีทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือการจัดตั้งหน่วยงานช่วยอำนวยความสะดวกด้านเอกสารดิจิทัล”
ในหลักการ ผมเห็นด้วยกับการพัฒนากระบวนการยุติธรรมให้ทันสมัย เพราะจะช่วยลดต้นทุน ลดระยะเวลา และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของประชาชนได้อย่างมีนัยสำคัญ
“อย่างไรก็ตาม ในฐานะทนายความและผู้ปฏิบัติงานในกระบวนการยุติธรรม ผมเห็นว่ายังมีประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ได้แก่ – การคุ้มครองสิทธิของประชาชนที่ยังไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้อย่างทั่วถึง – หลักเกณฑ์การรับทราบเอกสารทางคดีผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องชัดเจนและตรวจสอบได้ – การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ – การรักษาหลักความเป็นธรรมและความเสมอภาคของคู่ความในกระบวนพิจารณา”
หลายประเทศ เช่น สิงคโปร์ อังกฤษ เยอรมนี เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ต่างได้นำระบบศาลดิจิทัลมาใช้แล้ว แต่ทุกประเทศล้วนเผชิญคำถามเดียวกัน คือ จะทำอย่างไรให้ “เทคโนโลยี” ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ โดยไม่กระทบต่อ “ความเป็นธรรม”
“ผมเชื่อว่า การปฏิรูปกฎหมายครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยในการยกระดับกระบวนการยุติธรรมสู่มาตรฐานสากล แต่ต้องดำเนินควบคู่ไปกับการคุ้มครองสิทธิของประชาชนทุกกลุ่มอย่างสมดุล”
เพราะหัวใจของกระบวนการยุติธรรม มิใช่เพียงความรวดเร็วของระบบ หากแต่คือความเป็นธรรมที่ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างแท้จริง
ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่

