
เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ สภ.ธัญบุรี อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สมประสงค์ เย็นท้วม ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. และ พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยตำรวจภูธรภาค 1ตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี ตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี หน่วยข่าวกรองทางทหาร ศูนย์ปฏิบัติการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ สำนักงาน ป.ป.ส. ภาค 1 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงผลการจับกุมเครือข่ายลำเลียงยาเสพติด “หนุ่ม-โน้ต ป.หางยาว ปทุมธานี” พร้อมของกลางยาเสพติดล็อตใหญ่ มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท
เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย ได้แก่ นายครรชิต หรือ “หนุ่ม” อายุ 43 ปี ชาว ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี และนายธนกฤต หรือ “โน้ต” อายุ 43 ปี ชาว ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี
พร้อมตรวจยึดของกลาง ประกอบด้วย ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์ หรือเมทแอมเฟตามีน) น้ำหนักประมาณ 166 กิโลกรัม, เคตามีน น้ำหนักประมาณ 299 กิโลกรัม, โทรศัพท์มือถือที่ใช้ติดต่อเกี่ยวกับยาเสพติด จำนวน 2 เครื่อง และรถยนต์ที่ใช้ในการกระทำผิด 2 คัน มูลค่ารวมประมาณ 1 ล้านบาท
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากนโยบายปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาล และนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มุ่งเน้นการบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วนในการสกัดกั้นเครือข่ายยาเสพติด โดยเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนขยายผลจากกลุ่มพักยาเสพติดและทีมลำเลียง จนทราบว่ามีกลุ่มผู้ต้องหาทำหน้าที่ลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ
ต่อมาเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่พบความเคลื่อนไหวของเครือข่ายดังกล่าว จึงเฝ้าติดตามและสามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ได้บริเวณริมถนนสุสวาท หมู่ 3 ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เมื่อเวลาประมาณ 19.15 น.
จากการตรวจค้นพบยาเสพติดบรรจุอยู่ในกระสอบรวม 9 กระสอบ ซุกซ่อนภายในรถยนต์เชฟโรเลต แคปติวา สีเทา ซึ่งมีนายธนกฤตเป็นผู้ขับขี่ ขณะที่นายครรชิตขับรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร่ สีขาว ทำหน้าที่สำรวจเส้นทางและดูต้นทางให้กับรถลำเลียงยาเสพติด
เจ้าหน้าที่ระบุว่า การจับกุมครั้งนี้สามารถสกัดกั้นยาเสพติดไม่ให้แพร่กระจายสู่ประชาชนได้เป็นจำนวนมาก โดยหากยาเสพติดทั้งหมดถูกนำออกจำหน่าย จะมีมูลค่าในท้องตลาดกว่า 100 ล้านบาท
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะเร่งขยายผลไปยังกลุ่มผู้สั่งการ ผู้ร่วมขบวนการ และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการเงินและทรัพย์สินที่เชื่อมโยงกับการกระทำผิด เพื่อดำเนินคดีในข้อหาสมคบ สนับสนุน ช่วยเหลือ และฟอกเงิน พร้อมดำเนินมาตรการยึดทรัพย์ตามกฎหมายต่อไป
สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอความร่วมมือประชาชน หากพบบุคคลหรือรถต้องสงสัย หรือมีข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำผิดด้านยาเสพติด สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน หรือสายด่วน 191 และ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้เจ้าหน้าที่นำข้อมูลไปสืบสวนและขยายผลจับกุมผู้กระทำผิดต่อไป

