ปทุมธานี แถลงจับแล้ว ผู้ต้องหาชาวพม่าก่อเหตุทำร้ายนายหน้าสาวชาวเมียนมาเสียชีวิต รวบตัวได้ที่สุพรรณบุรี

เมื่อเวลา 10.00.น.วันที่ 9 มิถุนายน 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ สภ.ลาดหลุมแก้ว พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1 พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ.ธงรบ แจ้งจิต รอง ผบก. ภ.จว. ปทุมธานี พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุล รอง ผบก.สส. ภ.1 พ.ต.อ.หฤษฎ์ คำจุมพล ผกก. สส. ภ.จว. ปทุมธานี พ.ต.อ.ดุษฎี หิรัญรัตน์ ผกก. สภ. ลาดหลุมแก้ว พ.ต.อ.นัฎฐพงษ์ ศรีเพ็ญประภา ผกก. สส. 2.บก. สส. ภ.1 โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน บก.สส.ภ.1 เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน บก.สส.ภ.จว.ปทุมธานี และเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.ลาดหลุมแก้ว ได้ร่วมแถลงข่าวการจับกุมตัวนาย โน เลน อายุ 50 ปี สัญชาติพม่า ในข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยมีของกลางที่ใช่้ก่อเหตุคือมีดและค้อน ในขณะที่ทางด้านพล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 ได้มีการปิดห้องประชุมเพื่อสอบปากคำนาย โน เลน เพิ่มเติมบริเวณห้องประชุมชั้น 2

พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 กล่าวว่าสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 มิ.ย.2569 เวลาประมาณ 23.38 น. ที่ผ่านมา สภ.ลาดหลุมแก้ว ได้รับแจ้งจากกู้ภัยหน้าไม้ ว่ามีเหตุหญิงถูกทำร้ายเสียชีวิตอยู่ที่บ้านพักไม่มีเลขที่ หลังมูลนิธิส่งเสริมศาสนาอิสลาม ม.3 ต.หน้าไม้ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี จึงแจ้งสถานบันนิติเวชศาสตร์ และแพทย์นิติเวช ร่วมตรวจสถานที่เกิดเหตุ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบศพนาง ตินวย มาวิน (ซินดี้) อายุ 43 ปี นอนเสียชีวิตอยู่บนพื้นภายในห้องนอน ศีรษะถูกตีด้วยของแข็ง ไม่มีคม จำนวน 15 แผล จึงได้ร่วมกันตรวจที่เกิดเหตุ พบค้อนตอกตะปูและมีดปลายแหลม ถูกซ่อนไว้ในถังน้ำภายในห้องน้ำ ภายในบ้าน และพบโทรศัพท์มือถือของผู้ตายถูกซ่อนไว้ในหม้อหุงข้าว ซึ่งวางไว้ภายในตู้กับข้าวในห้องครัว พื้นครัวมีหยดเลือด จึงจัดเก็บหลักฐานเพื่อตรวจพิสูจน์

ซึ่งจากการสอบสวนนายเอฟโดรา หรือเอฟ บุตรชายผู้ตาย ได้รายละเอียดว่า ก่อนเกิดเหตุประมาณ 10 วัน ได้มีเพื่อนชายชาวพม่ามาอาศัยอยู่ด้วย ต่อมาวันเกิดเหตุ เวลาประมาณ 10.49 น. นายเอฟ บุตรชายผู้ตาย ได้ออกจากบ้านไปทำงานตามปกติ ที่บ้านจึงเหลือแต่ผู้ตายกับชายพม่าอยู่กัน 2 คน ช่วงเที่ยงพยายามจะติดต่อ โดยระหว่างที่บุตรชายทำงานอยู่ข้างนอกได้โทรศัพท์หาผู้ตายแต่ผู้ตายไม่รับสาย จนกระทั่งเวลา 23.07 น. นายเอฟ บุตรชายผู้ตายได้เลิกงานและกลับมาบ้าน จึงพบว่ามารดาถูกทำร้ายเสียชีวิตภายในห้อง ส่วนชายชาวพม่ามาอาศัยอยู่กับแม่หายตัวไป จึงได้แจ้งสายด่วน 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือ

จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่าเมื่อช่วงเวลาประมาณ 11.58 น. ชายชาวพม่าได้เดินเท้าออกจากบ้านที่เกิดเหตุมาตามทางออก ซึ่งมีทางเข้าทางออกได้ทางเดียว ผ่านกล้องวงจรปิดบริเวณทางเข้ามูลนิธิส่งเสริมศาสนาอิสลาม ในลักษณะท่าทางลุกลี้ลุกลนพิรุธน่าสงสัย โดยในมือถือถุงพลาสติกสีขาวขุ่นติดไปด้วย และสวมใส่หน้ากากอนามัยปิดบังอำพรางใบหน้า จากนั้นชายชาวพม่าคนดังกล่าวได้เดินสวนทางไปตามถนน 340 (ตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี) ทิศทางมุ่งหน้าไปทางสุพรรณบุรี จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด ต่อมาพบว่าชายคนดังกล่าวได้มาลงรถแท็กซี่สีขาวเหลืองที่บริเวณแยกบางพวงค์ แล้วเดินเข้าจากแยกบางพวงค์ทิศทางมุ่งหน้าไปทางอำเภอบางบัวทอง และไปขึ้นรถแท็กซี่สีเหลืองบริเวณหน้าปั๊มน้ำมันเชลล์ มุ่งหน้าอำเภอบางบัวทอง แล้วกลับรถมุ่งไปทางสุพรรณบุรี ฝ่ายสืบสวนจึงได้ติดต่อเจ้าของรถแท็กซี่คันดังกล่าว จึงทราบว่าได้นำชายชาวพม่าคนดังกล่าวไปส่งที่โรงงานล้างขวดภายใน ต.สามชุก จ.สุพรรณบุรี เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงติดตามไปที่โรงงานดังกล่าวและพบตัวชายพม่าลักษณะตรงตามกล้องวงจรปิดพอดีอยู่ที่บ้านพักคนงานของโรงงานจึงได้แสดงตัวเพื่อเข้าทำการจับกุม

พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 กล่าวต่อว่าจากการสอบปากคำเพิ่มเติมนั้นเบื้องต้นทางด้านนาย โน เลน ผู้ต้องหานั้นได้สารภาพยอมรับทราบข้อกล่าวหาทั้งหมดส่วนสาเหตุการก่อเหตุ เนื่องจากผู้ตาย และผู้ต้องหาเกิดการทะเลาะกัน เนื่องจากผู้ตายยังหางานให้ไม่ได้ จึงโมโหและโกรธแค้นจึงลงมือก่อเหตุดังกล่าวขึ้น

ด้านนายไน เลน อายุ 50 ปีได้กล่าวด้วยภาษาพม่าโดยมีคนงานแปลภาษาชาวพม่าแปลให้ฟังว่านายไน เลน ได้รับสารภาพว่าได้ก่อเหตุใช้ค้อนตอกตะปูตีไปที่ศีรษะของผู้ตายจำนวนหลายครั้ง และได้ลักเอาเงินจำนวน 1,550 บาท ไปจากกระเป๋าสะพายของผู้ตาย และถอดแหวนทองคำไปจากนิ้วผู้ตาย ถอดสร้อยสแตนเลสไปจากคอผู้ตาย และเอาติดตัวทั้งสองชิ้นไปจากผู้ตาย จากนั้นได้บอกให้เจ้าของโรงงานที่มาทำงานนำแหวนทองไปขายยังร้านทองแม่ลิ้น 2 ในตลาด อ.สามชุก ได้เงินไปจำนวน 20,000 บาท จึงจับกุมนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป #ปทุมธานี #ลาดหลุมแก้ว #ตำรวจภูธรภาค1 #ข่าวอาชญากรรม #จับกุมผู้ต้องหา #สุพรรณบุรี #ข่าวด่วน #แรงงานต่างด้าว #คดีสะเทือนขวัญ #ข่าววันนี้

You May Also Like