
วันนี้ 13 มิ.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านเดือดร้อนจากกลิ่นน้ำในอ่างกักเก็บแก้มลิงของเทศบาลเมืองกาญจน์ ส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งจากน้ำเน่าเสีย ขนาดปลาปลาไหลตัวใหญ่ๆ รวมถึงปลาเล็กปลาใหญ่อื่นๆ ตายลอยอยู่เป็นจำนวนมาก และน้ำเปลี่ยนเป็น 2 สี เขียว กับดำ มองเห็นชัดเจน ซึ่งปลาได้ตายติดต่อกันมาเข้าสู่วันที่ 3 แล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ทางเทศบาลพร้อมประมงจังหวัดกาญจนบุรี ได้ลงไปเก็บน้ำเพื่อไปตรวจสอบ และเบื้องต้นประมงได้มอบสาร EM ให้เทศบาลเพื่อนำไปใส่เป็นการแก้ไขเบื้องต้น
ชาวบ้านแจ้งว่าเช้าวันนี้เข้าสู่วันที่ 3 แล้วปลาก็ยังตายเพิ่มมากขึ้นอีก หากเป็นเช่นนี้ปลาน่าจะตายทั้งหมดบ่อทั้ง 3 บ่อขนาดใหญ่แน่นอน และเป็นวันหยุดเสาร์ – อาทิตย์ เจ้าหน้าที่หยุด จึงได้แจ้งสื่อมวลชนช่วยเป็นกระบอกเสียง อยากทราบว่าน้ำเสียเกิดจากสาเหตุใดจึงทำให้ปลาตายเป็นจำนวนมากขนาดนี้ ขนาดปลาไหลตัวใหญ่ๆยังตายลอยให้เห็น ส่วนปลาอื่นๆ ไม่ต้องพูดถึงลอยเกลื่อน มีทั้งตัวเล็ก ตัวใหญ่ บางตัวใหญ่เกินตัวครึ่งกิโลกรัม ลอยตายเป็นแพ
สำหรับปลาที่ตาย ก่อนหน้านี้ ว่าที่ร้อยตรีสมชาย ทองมี ปลัดเทศบาลเมืองกาญจนบุรี พร้อม นายเติมศักดิ์ คงสำราญ นักวิชาการชำนาญการ สำนักงานประมงจังหวัดกาญจนบุรี ได้ลงไปตรวจสอบบริเวณสถานที่อ่างกักเก็บน้ำแก้มลิงของเทศบาลเมืองกาญจนบุรี พร้อมนำน้ำและปลาที่ตายกลับไปตรวจสอบหาสาเหตุแล้ว และทางประมงจะนำสาร EM มามอบให้ทางเทศบาลเพื่อนำไปใส่ลงในบ่อแกล้มลิงที่มีปลาตาย แต่ก็ยังมีปลาตายต่อเนื่องเนื่อง ได้รับแจ้งจากประชาชนที่ค้าขายอยู่บริเวณอ่างแก้มลิง ว่ามีเจ้าหน้าที่เทศบาลมาตักปลาที่ตายมาหลายวันแล้ว แต่ปลาตายลอยต่อเนื่อง และยังส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งไปทั่วบริเวณใกล้เคียง
ว่าที่ร้อยตรีสมชาย คงมี ปลัดเทศบาลเมืองกาญจนบุรี กล่าวว่าสาเหตุที่ปลาตายจำนวนมากเบื้องต้นยังไม่ทราบเกิดจากสาเหตุใด ได้นำน้ำไปทำการตรวจวิเคราะห์สาเหตุการตายของปลาในครั้งนี้ และบ่อแกล้มลิงทั้ง 3 บ่อนี้ จะมีน้ำจาก 3 เทศบาลประกอบด้วยเทศบาลท่ามะขาม เทศบาลปากแพรก ไหลลงมาในอ่างเก็บน้ำแก้มลิงนี้ ซึ่งมีเทศบาลอื่นมีแปลงปลูกผักขนาดใหญ่อยู่ รวมถึงฟาร์มไก่ อยู่ได้แจ้งให้เทศบาลนั้น ได้ตรวจสอบว่ามีการใช้สารใดที่ส่งผลกระทบทำให้ปลานี้เสียชีวิตหรือไม่ รวมถึงบ่อทั้ง 3 นี้ ขุดมานานหลายปีแล้วน้ำไม่มีการถ่ายเท อาจเป็นสาเหตุทำให้น้ำเสีย ปลาขาดอ๊อกซิเจน และเกิดน็อกตาย อย่างไรก็ตามได้นำน้ำพร้อมปลาที่ตายไปทำการตรวจวิเคราะห์หาสาเหตุโดยเร่งด่วน
ส่วน นายเติมศักดิ์ คงสำราญ นักวิชาการชำนาญการ สำนักงานประมงจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวเพื่อต้นว่าตามหลักวิชาการ ช่วงนี้เป็นฤดูฝนอาการเปลี่ยนแปลง ฝนที่ตกน้ำไหลลงมาพาสารไหลลงมาในบ่อทำให้ปลาอาจขาดอ็อกซิเจน หรือปริมาณสัตว์น้ำภายในบ่อที่มีมากเกินไปก็มีส่วนให้ปลาขาดออกซิเจนได้ ทำให้ปลาที่อ่อนแอ ตายได้ และเก็บตัวอย่างน้ำนำกลับไป เพื่อตรวจวิเคราะห์หาสาเหตุการตายของปลาในบ่อแก้มลิงแห่งนี้ว่าตายจากสาเหตุใด แล้วจะแจ้งให้ทราบต่อไป
///////////////////////////////////
ข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี / ปรีชา ไหลวารินทร์
