กาญจนบุรี – ประธานอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาการบริหารจัดการอุบัติภัยอุตสาหกรรมรูปแบบใหม่ พร้อม ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจน์ ลุยตรวจโรงงานหลอมแบตเตอรี่ หลังประชาชนได้รับผลกระทบมลพิษทางอากาศ ชาวบ้านเผยพบท่อน้ำทิ้งยื่นลงแม่น้ำแควใหญ่ วอนรัฐตรวจสอบ หวั่นปนเปื้อนสารพิษ

เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 2569 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ห้องประชุมแควใหญ่ ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน ประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาการบริหารจัดการอุบัติภัยอุตสาหกรรมรูปแบบใหม่ สภาผู้แทนราษฎร และคณะกรรมาธิการฯ พร้อมด้วยนายชูเกียรติ จีนาภักดิ์ นางสาววิสุดา วิเชียรศิลป์ สส.กาญจนบุรี พรรคภูมิใจไทย เขต 2 และเขต 4 เข้าพบนางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี นายสิทธิวีร์ วรรณพฤกษ์ รอง ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อประชุมหาแนวทางให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่บ้านท่าเสา หมู่ 2 และบ้านจันอุย หมู่ 5 ตำบลลาดหญ้า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี เนื่องจากชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนด้านมลพิษทางอากาศอย่างรุนแรง จากโรงงานถลุงโลหะตะกั่วจากสินแร่ และนำผงตะกั่วและแผ่นธาตุแบตเตอรี่ที่ยังไม่ได้ใช้งานและเป็นของเสียจากโรงงานแบตเตอรี่มาผ่านกรรมวิธีการผลิตทางอุตสาหกรรมเพื่อนำกลับมาใช้งานใหม่ ที่มีพื้นที่ตั้งติดกับแม่น้ำแควใหญ่ ในอำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี

การประชุมครั้งนี้ ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้าร่วม เช่น สำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เขต 7 ราชบุรี สำนักงายควบคุมมลพิษและสิ่งแวดล้อมที่ 8 สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดกาญจนบุรี สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดกาญจนบุรี สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี ผู้ใหญ่บ้านเป็นต้น โดยมีนายกิตติศักดิ์ ลัทธิกุล วิศวกรควบคุม ซึ่งเป็นตัวแทนบริษัท เดินทางมาตอบข้อซักถาม การประชุมใช้เวลาร่วม 2 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ

จากนั้นคณะทั้งหมดได้เดินทางลงพื้นที่โรงงานดังกล่าวเพื่อตรวจสอบสภาพจริง โดยมีนายกิตติศักดิ์ ลัทธิกุล วิศวกรควบคุม ตัวแทนบริษัท ปัญญารักษา จำกัด นำชมวีดิทัศน์ พร้อมอธิบายชี้แจงข้อเท็จจริงถึงสาเหตุที่ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากมลพิษทางอากาศ รวมถึงอธิบายขั้นตอนการนำผงตะกั่วและแผ่นธาตุแบตเตอรี่ที่ยังไม่ได้ใช้งานและเป็นของเสียจากโรงงานแบตเตอรี่มาผ่านกรรมวิธีการผลิตทางอุตสาหกรรมเพื่อนำกลับมาใช้งานใหม่ ในทุกขั้นตอน พร้อมตอบข้อซักถามของนายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน และจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ซึ่งตัวแทนของบริษัทยอมรับว่า สาเหตุนั้นเกิดจากความพกพร่องของพนักงานคุมโรงหลอมแบตเตอรี่ที่มีอยู่เพียงคนเดียวเท่านั้น อีกทั้งประตูโรงหลอมตะไม่ได้ปิดให้มิดชิด ทำให้ควันจากการหลอมแบตเตอรี่นั้นลอยออกไปได้ โดยโรงงานยืนยันความตั้งใจที่จะปรับปรุงระบบการจัดการให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นเพื่อลดผลกระทบต่อชุมชน ขณะที่ทางคณะกรรมาธิการฯ ได้เน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานอุตสาหกรรมร่วมกันกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด โดยสั่งการให้รายงานความคืบหน้าต่อคณะกรรมาธิการฯ ทุกสัปดาห์ จนกว่าการแก้ไขปัญหาจะเสร็จสิ้นอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งการประชุมใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง จากนั้นคณะจึงเดินทางไปตรวจสอบสภาพบริเวณโรงหลอมแบตเตอรี่ที่อยู่ไม่ไกลมากนัก

ทั้งนี้ นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน ประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาการบริหารจัดการอุบัติภัยอุตสาหกรรมรูปแบบใหม่ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาตนและคณะอนุกรรมาธิการฯ สภาผู้แทนราษฎร ได้รับการร้องเรียนถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกันทางผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีได้มีการสั่งการให้เร่งแก้ไขปัญหาให้ได้โดยเร็ว แต่การลงพื้นที่ในครั้งนี้เพื่อต้องการความชัดเจนจากทางโรงงาน

สำหรับเหตุที่เกิดขึ้นนั้นทราบว่าเกิดจากเครื่องจักรมีปัญหา ส่วนแนวทางการแก้ไขทางคณะอนุกรรมาธิการฯ สภาผู้แทนราษฎร ให้ทางโรงงานรายงานแผนขั้นตอนการแก้ไขให้ทราบผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดในทุก 1 สัปดาห์ จนกว่าจะแก้ไขปัญหาแล้วเสร็จ โดยการแก้ปัญหานั้นจะต้องไม่ส่งประผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชานชนในพื้นที่ทั้งในระยะสั้น ระกลางและระยะยาวโดยเด็ดขาด

ขณะที่นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า แนวทางการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเหมือนในอดีตที่สารพิษจากตะกั่วไหลปนเปื้อนภายในลำห้วยคลิตี้ ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เมื่อหลายปีก่อน นั้นอันที่จริงแล้วทางโรงงานต่างๆเขามีระบบป้องกันอยู่แล้ว แต่สิ่งสำคัญคือเรื่องการปฏิบัติซึ่งจะต้องมีประสิทธิภาพและเต็มประสิทธิภาพของเครื่องไม้เครื่องมือที่ใช้ในการป้องกัน ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเข้ามากำกับดูแลอีกทางหนึ่งด้วย ส่วนตัวเชื่อมั่นว่ากิจการการก่อสร้างโรงงานในระดับนี้มีระบบที่ได้มาตรฐานในการป้องกันอย่างมีประสิทธิภาพอยู่แล้ว ดังนั้นคงไม่เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับลำห้วยคลิตี้ เพราะสภาพพื้นที่นั้นแตกต่างกันเป็นอย่างมาก

ด้านนายกิตธนัตถ์ ขุนศรีจตุรงค์ ผู้ใหญ่บ้านบ่าท่าเสา หมู่ 2 ตำบลลาดหญ้า กล่าวว่า พื้นที่ที่เรายืนอยู่บริเวณนี้เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมาที่สุดของบ้านท่าเสา เพราะอยู่ห่างจากโรงงานไปเพียงแค่ประมาณ 1 กิโลเมตร โดยในช่วงที่ทางโรงงานเดินเครื่องเพื่อทำการหลอมแบตเตอรี่ กลิ่นเหม็นจะโชยมาจนชาวบ้านแสบตาจนนั่งกันไม่ติดโดยเฉพาะช่วงบ่ายแก่ๆ เวลาเย็นและช่วง 01.00 น.-02.00 น.ของทุกวัน

ส่วนการเดินทางมาของคณะอนุกรรมาธิการฯ สภาผู้แทนราษฎร รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ในวันนี้ ตนและชาวบ้านรู้สึกสบายใจและดีใจเป็นอย่างมาก ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้อย่างรวดเร็ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การลงพื้นที่ในวันนี้มีชาวบ้านเป็นชายรายหนึ่งอายุประมาณ 52 ปี ให้ข้อมูลว่า โรงงานดังกล่าวมีพื้นที่ติดกับแม่น้ำแควใหญ่ มีอยู่วันหนึ่งตนสังเกตพบสภาพแม่น้ำมีคราบปนเปื้อนสีดำคล้ายตะกั่ว และที่สำคัญมีการทำท่อน้ำทิ้งออกมาจากโรงงานดังกล่าวด้วย เพื่อเป็นการป้องกันจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาเก็บตัวอย่างของน้ำไปตรวจสอบตามขั้นตอนเพื่อหาสารปนเปื้อน เพื่อความสบายใจของชาวบ้านทุกคนด้วย
////////////////////////////////////
ข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี / ปรีชา ไหลวารินทร์

You May Also Like