วันที่ 29 มิถุนายน 2569 นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมด้วย นางปทิดา ตันติรัตนานนท์ รองประธาน กมธ. และ น.ส.สุภานันท์ ปัญญาทิพย์ โฆษกคณะ กมธ. แถลงผลการหารือกรณีการขยายระยะเวลานำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากต่างประเทศ จากเดิมสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เป็นวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ซึ่งส่งผลให้ผู้ประกอบการอาหารสัตว์หลายแห่งชะลอการรับซื้อผลผลิตในประเทศ กระทบต่อราคาผลผลิตและสภาพคล่องของเกษตรกร

คณะกรรมาธิการได้เชิญผู้แทนจากกรมการค้าภายในและกรมการค้าต่างประเทศเข้าชี้แจง พร้อมมีมติส่งข้อเสนอเชิงนโยบายถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาและรักษาเสถียรภาพราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยเสนอ 4 มาตรการสำคัญ ได้แก่ เร่งสร้างความเข้าใจ แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการ ถึงเหตุผลของการขยายเวลานำเข้า เนื่องจากผลผลิตในประเทศลดลงและมาตรการปลอดการเผาทำให้การนำเข้าล่าช้า กำหนดราคาขั้นต่ำชั่วคราว อ้างอิงต้นทุนเฉลี่ยย้อนหลัง 3 เดือน พร้อมเข้มงวดตรวจสอบผู้ประกอบการที่ปฏิเสธหรือชะลอการรับซื้อโดยไม่มีเหตุผล เร่งออกประกาศราคารับซื้อฉบับใหม่ ก่อนมาตรการเดิมสิ้นสุดในเดือนกรกฎาคม เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างด้านนโยบาย
ปรับโครงสร้างการผลิตระยะยาว โดยประสานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทดแทนนาปรัง ลดการพึ่งพาการนำเข้าในอนาคต
นายสัมฤทธิ์ย้ำว่า การขยายเวลานำเข้าครั้งนี้เป็นไปตามกรอบเดิมที่ใช้มานานหลายปี และเกิดจากผลผลิตข้าวโพดในประเทศลดลงจากผลกระทบของสภาพภูมิอากาศ จึงเชื่อว่าจะไม่กระทบต่อเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด แต่หากในอนาคตผลผลิตออกสู่ตลาดเร็วกว่าคาด คณะกรรมาธิการจะติดตามสถานการณ์และเสนอให้รัฐบาลปรับนโยบายให้เหมาะสม
ด้าน น.ส.สุภานันท์ เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ พบว่าเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดจำนวนมากยังมีความกังวลและสับสนต่อมาตรการขยายเวลานำเข้า จึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจและดำเนินมาตรการที่ชัดเจน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับเกษตรกรและเสริมความน่าเชื่อถือของรัฐบาล
ขณะที่ นางปทิดา ระบุว่า คณะกรรมาธิการเตรียมยกประเด็นดังกล่าวเป็นวาระเร่งด่วน พร้อมเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงมาตรการรองรับผลกระทบ โดยเชื่อว่าข้อเสนอทั้ง 4 ข้อจะช่วยสร้างความมั่นใจให้เกษตรกรว่าราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จะไม่ตกต่ำในช่วงผลผลิตฤดูกาลใหม่ออกสู่ตลาด
ประสิทธิ์ สองเมืองแก่น จ.น่าน

