“สุภานันท์” ชำแหละงบปราบยาเสพติด ชี้รัฐใช้งบไม่ตรงจุด งบปราบ 95% แต่บำบัดเพียง 5% เสนอ 4 แนวทางยกเครื่องสกัดเครือข่ายยา–ฟอกเงินข้ามชาติ

วันที่ 30 มิถุนายน 2569 น.ส.สุภานันท์ ปัญญาทิพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ เขต 6 พรรคกล้าธรรม อภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยตั้งข้อสังเกตถึงการจัดสรรงบประมาณด้านการแก้ไขปัญหายาเสพติดของรัฐบาลว่า ยังไม่สอดคล้องกับสถานการณ์และขาดประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

น.ส.สุภานันท์ ระบุว่า ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยใช้งบประมาณแก้ไขปัญหายาเสพติดเฉลี่ยปีละกว่า 240,000 ล้านบาท แต่กว่า 95% ของงบประมาณถูกใช้ไปกับการจับกุมและการบังคับใช้กฎหมาย ขณะที่งบด้านการบำบัดฟื้นฟูและการป้องกันได้รับการจัดสรรเพียง 5% เท่านั้น ซึ่งสะท้อนถึงโครงสร้างการใช้งบที่เน้นการแก้ปัญหาปลายเหตุ มากกว่าการป้องกันและแก้ไขอย่างยั่งยืน
พร้อมกันนี้ ยังวิพากษ์วิจารณ์กรณีรัฐบาลตัดงบโครงการสกัดกั้นสารตั้งต้นในการผลิตยาเสพติดจำนวน 50 ล้านบาท ไปไว้ในงบกลาง โดยมองว่าเป็นการดำเนินการที่ขาดความโปร่งใส ไม่สอดคล้องกับหลักวินัยการคลัง และทำให้การตรวจสอบเป็นไปได้ยาก

นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตว่ายุทธศาสตร์ของรัฐบาลไม่สอดคล้องกับพื้นที่เสี่ยง เนื่องจากมีการผลักดันการตั้งศูนย์ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในระดับอำเภอของภาคใต้ ขณะที่พื้นที่ภาคเหนือตอนบน ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงยาเสพติดสำคัญกลับไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณอย่างเหมาะสม โดยยกตัวอย่างจังหวัดเชียงใหม่ที่มีสถิติการจับกุมคดียาเสพติดสูงถึงร้อยละ 42.6 ของพื้นที่ภาคเหนือตอนบนทั้งหมด จึงเสนอให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณตามข้อมูลสถานการณ์จริง เพื่อเพิ่มศักยภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่

น.ส.สุภานันท์ ยังกล่าวถึงการปรับตัวของขบวนการค้ายาเสพติดที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งการลักลอบตั้งโกดังเก็บยาเสพติดในพื้นที่ตอนในของประเทศ การเชื่อมโยงกับเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และการใช้ระบบฟอกเงินดิจิทัลข้ามชาติ รวมถึงการอาศัยปัญหาความยากจนของประชาชนในพื้นที่ชายแดนเป็นช่องทางชักชวนให้รับจ้างลำเลียงยาเสพติด

อีกทั้งยังแสดงความกังวลต่อกรณีที่มีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด โดยยกตัวอย่างกรณีเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) จับกุมนายตำรวจยศพันตำรวจโท ซึ่งถูกกล่าวหาว่านำข้อมูลลับไปขายให้เครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ พร้อมระบุว่าการทุจริตของเจ้าหน้าที่เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการแก้ไขปัญหา

ทั้งนี้ น.ส.สุภานันท์ ได้เสนอ 4 แนวทางให้รัฐบาลเร่งทบทวนและปรับปรุงการดำเนินงาน ได้แก่ การบริหารงบประมาณอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ การลงทุนด้านเทคโนโลยีและข่าวกรองเพื่อติดตามเส้นทางการเงินดิจิทัลของขบวนการค้ายาเสพติด การพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ชายแดนเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงในการเข้าสู่ขบวนการ และการดำเนินมาตรการทางวินัยและกฎหมายอย่างเด็ดขาดกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติด

“ดิฉันไม่อยากปล่อยให้งบประมาณประเทศ 3.78 ล้านล้านบาท ถูกใช้ไปกับวิธีเดิม ๆ และการวัดผลแบบเดิม ๆ เพราะปัญหายาเสพติดจะยังคงอยู่กับสังคมไทยต่อไป รัฐบาลควรทบทวนยุทธศาสตร์ ปรับโครงสร้างงบประมาณ และลงทุนกับมาตรการที่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืน เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและอนาคตของประเทศ” น.ส.สุภานันท์ กล่าว

ประสิทธิ์ สองเมืองแก่น จ.น่าน

You May Also Like