ผู้ว่าฯ แพร่ “สั่งยกระดับ” มาตรการเข้ม “งดหมูดิบ” หลังสถิติชี้เสี่ยงดับอันดับ 1 ในภาคเหนือตอนบน



เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ณ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแพร่ นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดแพร่ ร่วมกับ นายแพทย์นพรัตน์ วัชรขจรกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแพร่ และคณะกรรมการฯ เพื่อเร่งหาแนวทางตัดวงจรการแพร่ระบาดของ “โรคไข้หูดับ” (โรคไข้หมูดิบ) หลังพบสถิติที่น่ากังวลว่า จังหวัดแพร่มีอุบัติการณ์ของผู้ป่วยและเสียชีวิตสูงที่สุดในเขตภาคเหนือตอนบน โดยในปี พ.ศ. 2568 มีผู้ป่วยสะสมถึง 37 ราย เสียชีวิต 5 ราย และในปี พ.ศ. 2569 ยังคงพบผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในช่วงเทศกาล
​ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ได้แสดงความห่วงใยต่อวิถีชีวิตและค่านิยมท้องถิ่นในการกินหมูดิบ เช่น ลาบดิบ หลู้ หรือส้า ในงานเลี้ยงสังสรรค์ พร้อมสั่งการให้ทุกภาคส่วนดำเนินมาตรการเชิงรุก สื่อสารความเสี่ยงอย่างเข้มงวดภายใต้สโลแกน “กินหมูดิบ เสี่ยงหูหนวกและเสียชีวิต”
​ สรุปมาตรการสำคัญเพื่อความปลอดภัยของชาวแพร่

ซึ่ง​คณะกรรมการโรคติด
ต่อจังหวัดแพร่ มีมติขอความร่วมมือและบังคับใช้มาตรการใน 3 กลุ่มหลัก ดังนี้: ​1. หน่วยงานราชการและภาคเอกชน: ให้งดการสาธิต งดการประกวด หรือการจำหน่ายอาหารที่ใช้เนื้อหมู/ส่วนประกอบแบบดิบ หรือสุก ๆ ดิบ ๆ (เช่น ลาบเมืองแพร่ หลู้ ส้า) ในงานแสดงอาหารหรืองานประกวดต่าง ๆ อย่างเคร่งครัด ​2. ร้านอาหารและผู้จำหน่าย: ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เน้นขายเมนูปรุงสุก 100% สำหรับร้านหมูกระทะและชาบู ต้องรณรงค์ให้ลูกค้า “แยกตะเกียบ” ระหว่างตะเกียบคีบหมูดิบและตะเกียบกินหมูสุกอย่างเด็ดขาด ​3. ประชาชนทั่วไปและผู้จัดงานเลี้ยง ​เลือกบริโภคเฉพาะเนื้อหมูที่ปรุงสุกด้วยความร้อนเท่านั้น หลีกเลี่ยงอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ
​ขอความร่วมมือ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รณรงค์มาตรการ “งานเลี้ยง งานบวช งานศพ งานบุญปลอดหมูดิบ”

สำกรับ​ผู้ชำแหละหมู/เขียงหมู ต้องสวมถุงมือทุกครั้งที่สัมผัสเนื้อหมูสด และผู้ปรุงอาหารต้องแยกเขียงหรือภาชนะสำหรับหมูสด ไม่ให้ปะปนกับอาหารประเภทอื่น
​จังหวัดแพร่จึงขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนและทุกภาคส่วน ร่วมกันปฏิบัติตามประกาศนี้อย่างจริงจัง เพื่อเซฟชีวิตและสร้างความปลอดภัยทางอาหารให้แก่ชาวจังหวัดแพร่อย่างยั่งยืน

ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่

You May Also Like