
ตำรวจเรียกผู้เช่าตึกแถว ที่ลักลอบเปิดเป็นเหมืองขุด bitcoin แล้วเกิดไฟไหม้ เข้าให้ปากคำ ขณะที่เพื่อนบ้านเผย ตึกหลังนี้มีคนมาเช่า นานประมาณ 3 ปีแล้ว เพื่อนบ้านได้ยินเสียงดังหลายครั้ง แต่ไม่กล้าแจ้งความเพราะไม่รู้ว่าเป็นเสียงอะไร
ความคืบหน้า กรณี ตึกแถว 3 ชั้น ภายในชุมชนสัมพันธ์นิเวศน์ เขตเทศบาลเมืองกาญจนบุรี เกิดเพลิงไหม้ บริเวณชั้น 3 ของตึกห้องริมสุด ซึ่งหลังจากเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้แล้ว เข้าตรวจสอบพบว่า บริเวณห้องที่เกิดเพลิงไหม้บนชั้น 3 มีการเปิดเป็นเหมืองขุด bitcoin เถื่อน และมีการลักลอบใช้ไฟจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดกาญจนบุรี ก่อนจะเกิดไฟฟ้าลัดวงจรทำให้เกิดเพลิงไหม้ขึ้นนั้น
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบบริเวณ ตึกที่ถูกเพลิงไหม้ พบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้กันพื้นที่ไม่ให้ผู้ใดเข้าออกเพื่อรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้ามาเก็บพยานหลักฐานต่างๆ ด้านใน ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้พูดคุย กับนางเกษร บุญศรีนุกูล ซึ่งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลเมืองกาญจนบุรี และเป็นเพื่อนบ้านใกล้เคียงกับตึกแถวที่เกิดเพลิงไหม้ ได้ให้ข้อมูลว่า ตึกแถวนี้ทางเจ้าของได้ปล่อยเช่าให้กับหลายคนมาเป็นเวลานาน โดยรายล่าสุดที่มาเช่า ทราบชื่อคือนายโก๊ะ ได้มาเช่าอยู่เมื่อประมาณ 3 ปีก่อน แต่ไม่ค่อยได้เข้ามาอยู่ นานๆครั้งจะแวะเวียนเข้ามาบ้าง แต่เพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เคียงกับตึกดังกล่าวให้ข้อมูลกับตนว่า เคยได้ยินเสียงดังคล้ายเสียงคอมหรือพัดลมระบายความร้อนดังมาจากตึกดังกล่าวหลายครั้ง แต่ก็ไม่แน่ใจว่าเป็นเสียงของอะไร จึงไม่กล้าแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ กระทั่ง มาเกิดเหตุเพลิงไหม้ดังกล่าวขึ้นจึงได้รู้ว่าตึกหลังนี้ถูกดัดแปลงเป็นเหมืองขุด bitcoin เถื่อน ซึ่งคาดว่าน่าจะทำในลักษณะนี้มานานนับปีแล้ว
นางเกษรยังได้ให้ข้อมูลอีกว่า ช่วงเกิดเหตุเมื่อคืนที่ผ่านมา ทางนายโก๊ะซึ่งเป็นผู้เช่า ยังคงอุ้มลูกอยู่บริเวณด้านหน้าบ้าน แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เรียกตัวให้ไปพบ นายโก๊ะกลับบอกว่าจะขอพาลูกไปหาพี่ชายก่อน จากนั้นก็หายตัวไป แม้จะพยายามโทรศัพท์ติดต่อแต่ก็ยังไม่มาแสดงตัว
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวสอบถามความคืบหน้าเกี่ยวกับการติดตามตัวในโก๊ะ จากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี ทราบว่า ในวันนี้ทางนายโก๊ะนัดหมายจะเข้ามาพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ข้อมูล โดยเบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ดำเนินคดีในส่วนของเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นก่อน ส่วนทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดกาญจนบุรี จะได้เข้ามาแจ้งความดำเนินคดีในเรื่องของการลักไฟฟ้าใช้ด้วย ซึ่งมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้น เกี่ยวกับการรักไฟฟ้าใช้นั้น จะต้องทำการตรวจนับเครื่องขุด bitcoin และคอมพิวเตอร์ที่พบอย่างละเอียดเพื่อนำมาคำนวณเป็นค่าไฟตามระยะเวลาที่คาดว่าได้ลักลอบเปิดเป็นเหมืองขุด bitcoin เถื่อน ว่ามีระยะเวลานานเท่าใด ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าในแต่ละเดือนจะต้องใช้ไฟประมาณเดือนละ 1-200,000 บาท
///////////////////////////////////
ข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี / ปรีชา ไหลวารินทร์

