
จากกรณีนางสาวสายชล ระดาฤทธิ์ อายุ 58 ปีแม่ของ ทศพล ไชยรัตน์ อายุ 35 ปีหรือฉายา “ไอ้ไข่ทองแดง” ผู้เสียชีวิต พร้อมด้วยครอบครัวของผู้ตาย เดินทางเข้าร้องเรียนต่อ จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ เพื่อขอความเป็นธรรม หลังลูกชายถูกกลุ่มวัยรุ่นใช้เก้าอี้สแตนเลสฟาดศีรษะจนเสียชีวิตเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ตลาดโรงสี 1 อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เมื่อเดือนกันยายน 2568 ที่ผ่านมาแต่คดีกลับไม่มีความคืบหน้า และกลุ่มผู้ก่อเหตุยังคงลอยนวล ซึ่งจากนั้น จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ ได้พาผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.)เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 69 ที่ผ่านมานั้น

ล่าสุดวันนี้(20 กรกฎาคม 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ทางด้าน จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ ได้พา นางสาวสายชล ระดาฤทธิ์ อายุ 58 ปีแม่ของ ทศพล ไชยรัตน์ อายุ 35 ปีหรือฉายา “ไอ้ไข่ทองแดง” ผู้เสียชีวิต พร้อมด้วยครอบครัวของผู้ตาย เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.อดิเรก โปธิปัน ผู้กำกับการ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีดังกล่าวเนื่องจากหวั่นกลัวอิทธิพลและกลัวเรื่องจะเงียบหายไป
โดยภายหลังจากทางครอบครัวผู้เสียชีวิตได้เข้าพบและตามความคืบหน้าของคดีเสร็จนั้นทาง พ.ต.อ.อดิเรก โปธิปัน ผู้กำกับการ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีว่าเหตุเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนกันยายน ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่ตนจะเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยภายหลังเข้ารับตำแหน่ง ได้เรียกพนักงานสอบสวนเข้าตรวจสอบสำนวนพบว่ามีการไกล่เกลี่ยในส่วนของนายศักดิ์ชัย หงษ์โป้ ซึ่งเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดจากการใช้มือชกต่อย แต่การกระทำดังกล่าวไม่ได้เป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้ผู้เสียชีวิตถึงแก่ความตาย เนื่องจากผลการชันสูตรระบุว่า ผู้เสียชีวิตได้รับบาดเจ็บจากการถูกของแข็งหรือวัตถุเหล็กกระแทกบริเวณศีรษะ ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ส่วนผู้ต้องหาอีกราย หรือ “นายโก้” จะถูกดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันพยายามฆ่า ขณะที่การชดใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือค่าเสียหายนั้นเป็นเพียงเหตุบรรเทาโทษไม่ทำให้คดีอาญาแผ่นดินยุติลง โดยคดียังคงต้องดำเนินการตามพยานหลักฐาน ส่วนการพิจารณาว่าจะรอลงอาญาหรือไม่ เป็นดุลพินิจของศาลไม่เกี่ยวข้องกับการทำงานของพนักงานสอบสวนหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ
สำหรับความกังวลของมารดาผู้เสียชีวิตที่เกรงว่าคดีจะเงียบหรือไม่มีความคืบหน้านั้นตนเองยืนยันว่าเดิมพนักงานสอบสวนได้สรุปสำนวนแล้ว แต่เห็นว่ายังไม่รัดกุมเพียงพอ จึงสั่งให้ดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมในทุกประเด็นที่เกี่ยวข้อง ทั้งด้านนิติวิทยาศาสตร์ พยานหลักฐานและพยานบุคคลเพื่อให้การดำเนินคดีมีความครบถ้วนและครอบคลุมทุกมิติ
ทั้งนี้ ได้กำชับพนักงานสอบสวนให้เร่งสรุปสำนวนภายในวันศุกร์นี้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถระบุวันส่งสำนวนให้อัยการได้ เนื่องจากจะต้องตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมดด้วยตนเองในฐานะผู้พิจารณาสรุปสำนวนคนสุดท้าย เพื่อให้สำนวนมีความรัดกุมที่สุดก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ด้านนางสาวสายชล ระดาฤทธิ์ อายุ 58 ปีแม่ของ ทศพล ไชยรัตน์ อายุ 35 ปี(ผู้ตาย)เปิดเผยว่าขณะนี้ตนไม่ติดใจในขั้นตอนการดำเนินงานแล้ว เนื่องจากผู้กำกับการได้ให้คำมั่นว่าจะเร่งดำเนินเรื่องให้ตามที่ร้องขอทำให้รู้สึกสบายใจและดีใจที่ลูกจะได้ไปอยู่ในสถานที่ที่ดีตามความเชื่อของครอบครัวโดยหลังจากนี้จะพยายามตั้งหน้าทำมาหากินและใช้ชีวิตต่อไป แม้ว่าการสูญเสียลูกจะทำให้รู้สึกเหมือนขาดที่พึ่ง แต่ก็ต้องเข้มแข็งและดูแลตัวเอง เพื่อเป็นสิ่งที่ลูกอยากเห็น
ส่วนความคืบหน้าทางคดีนั้นต้องการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องจนถึงที่สุดเพราะลูกชายเป็นที่รักของคนในชุมชนเป็นคนมีน้ำใจชอบช่วยเหลือเพื่อนบ้านและคนรอบข้าง แม้ในช่วงที่ลำบากก็ยังแบ่งปันเงินทองและให้ความช่วยเหลือผู้อื่นอยู่เสมอ จึงเป็นที่รู้จักและรักของคนในพื้นที่ ทั้งนี้ไม่มีผู้ใดติดต่อเข้ามารวมถึงฝั่งคู่กรณีก็ไม่ได้ติดต่อหรือโทรศัพท์มาพูดคุยกับตนเช่นกัน.
ด้าน จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ เปิดเผยว่า ในช่วงสัปดาห์นี้หรือสัปดาห์หน้า เตรียมพาผู้เสียหาย ซึ่งเป็นครอบครัวของผู้เสียชีวิตในคดีที่ลูกชายถูกทำร้ายด้วยเก้าอี้จนเสียชีวิต เข้าพบเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรม ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เพื่อแจ้งรายละเอียดของคดีและดำเนินการยื่นขอรับความช่วยเหลือด้านเงินเยียวยาตามสิทธิของผู้เสียหายต่อไป #ปทุมธานี #ไอ้ไข่ทองแดง #คดีทำร้ายร่างกาย #เสียชีวิต #ตามคดี #ทวงความยุติธรรม #ความคืบหน้าคดี #สภประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ #ธัญบุรี #ตลาดโรงสี1 #จ่าคิงส์แตงทิม #ครอบครัวผู้เสียชีวิต #ตำรวจ #กระบวนการยุติธรรม #ข่าวอาชญากรรม #ข่าววันนี้ #ข่าวปทุมธานี #เยียวยาผู้เสียหาย #ความเป็นธรรม #ข่าวดัง

