
จากการณี เพจชื่อดัง ได้ทำหนังสือร้องเรียนถึง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (สมน.กอ.รมน.)เพื่อขอให้ตรวจสอบและแก้ไขปัญหามลพิษทางกลิ่นจากโรงงานผลิตน้ำพริก ส่งผลกระทบต่อชุมชนและศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในพื้นที่ ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จนกระทั่งเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 69 ที่ผ่านมาทาง กอ.รมน จ.ปทุมธานี พร้อมด้วย ฝ่ายปกครองอำเภอคลองหลวง อุตสาหกรรมจังหวัดปทุมธานี และ กองสาธารณสุข อบต.คลองสาม ลงพื้นที่ตรวจสอบเรื่องราวการร้องเรียนดังกล่าวตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดวันนี้(21 กรกฎาคม 69) ทางบริษัท เค.อาร์.เอส.สไปซี่ ฟู้ดส์ จำกัด ตั้งอยู่ ม.1 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ได้ออกมาชี้แจ้งต่อสื่อมวลชนหลังข่าวที่ออกไปตามสื่อและสื่อสังคมโซเชียลที่ไม่ตรงกับข้อมูลความเป็นจริง
โดย นายเดโชพล ช้างแก้ว ผู้จัดการ บริษัท เค อาร์ เอส สไปร์ซี่ ฟู้ดส์ จำกัด กล่าวชี้แจงกรณีมีการเผยแพร่ข่าวเกี่ยวกับข้อร้องเรียนเรื่องกลิ่นจากโรงงานว่า หลังผู้บริหารและทีมงานได้รับทราบข้อมูลที่เผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ต่างรู้สึกไม่สบายใจ เนื่องจากเห็นว่าข้อมูลที่ถูกนำเสนออาจไม่ครบถ้วน โดยจากการเข้าตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ในวันดังกล่าว ไม่พบสถานการณ์รุนแรงถึงขั้นส่งผลกระทบต่อชุมชนในลักษณะที่ทำให้ประชาชนแสบจมูกหรือจำเป็นต้องปิดประตูหน้าต่างแต่อย่างใด ทั้งนี้ทางบริษัทขอยืนยันว่าข้อเท็จจริงดังกล่าวสามารถอ้างอิงได้จากหนังสือของสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด ซึ่งระบุผลการตรวจสอบว่า โรงงานมีกลิ่นในระดับเบาบางหรือเพียงเล็กน้อย โดยไม่อยู่ในระดับที่ก่อให้เกิดผลกระทบหรือความเดือดร้อนตามที่มีการนำเสนอข่าวก่อนหน้านี้.
ทางด้าน นายธีรพงษ์ แก้วชะมอญ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 เปิดเผยว่าจากการตรวจสอบกรณีปัญหากลิ่นรบกวนในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลตรวจสอบพื้นที่โดยรอบภายหลังเข้าตรวจโรงงานผลิตน้ำพริกในวันเดียวกัน ก่อนจะพบผู้ประกอบการรายย่อยที่ประกอบกิจการลักษณะคล้ายกัน โดยมีการทอดพริก หอม และกระเทียม ด้วยหม้อทอดประมาณ 4-5 หม้อ ซึ่งคาดว่าอาจเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ก่อให้เกิดผลกระทบด้านกลิ่นในพื้นที่ ภายหลังการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้สั่งระงับการผลิตของผู้ประกอบการรายดังกล่าวทันที พร้อมนัดหมายเข้าตรวจสอบซ้ำภายใน 7 วัน ทั้งนี้ ในเบื้องต้นผู้ประกอบการได้เคลื่อนย้ายหม้อทอดและอุปกรณ์การผลิตออกจากพื้นที่ไปยังสถานที่อื่นแล้ว และปัจจุบันไม่มีการดำเนินการผลิตในพื้นที่ดังกล่าวแล้ว
ส่วนทางด้าน นางสาวนิภา ธาตุไพบูลย์ เจ้าหน้าที่ดูแลศูนย์รักบ้านพักคนชรา หลังจากเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบเมื่อวันที่ 8 และพบว่าต้นเหตุของกลิ่นมาจากโรงงานข้างเคียง โดยทางเจ้าหน้าที่ได้สั่งระงับและปรับปรุงการดำเนินงานแล้ว สถานการณ์โดยรวมดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งบรรยากาศภายในศูนย์และการดูแลผู้สูงอายุ
กลิ่นรบกวนเบาบางและจางลงมาก ผู้ดูแลและผู้สูงอายุที่นั่งอยู่บริเวณภายนอกอาคารแทบไม่ได้รับผลกระทบจากกลิ่นเหมือนที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้สูงอายุสามารถออกมานั่งพักผ่อนด้านนอกได้มากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเวลารับประทานอาหาร แม้ว่าผู้สูงอายุส่วนใหญ่จะเป็นผู้ป่วยติดเตียงและไม่ค่อยออกมาภายนอกอยู่แล้ว ในส่วนของการประสานงาน เจ้าของโรงงานมีการติดต่อกับศูนย์อย่างต่อเนื่อง พร้อมแจ้งว่าหากมีกลิ่นรบกวนเกิดขึ้นอีกสามารถแจ้งหรือเรียกเข้าไปตรวจสอบได้ทันที เพื่อเร่งดำเนินการแก้ไขและปรับปรุงไม่ให้เกิดผลกระทบ

