กมธ.ทหาร จ่อเรียก 3 ผบ.เหล่าทัพ แจงปมจัดซื้อจัดจ้าง รพ.ทหาร

วันที่ 23 ก.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงาน ความเคลื่อนไหวในการตรวจสอบการทำงานของหน่วยงานภาครัฐและกองทัพ เมื่อคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร นัดประชุม ที่ห้องประชุมกรรมาธิการ N 404 อาคารรัฐสภา เพื่อเดินหน้าพิจารณาศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินงานของโรงพยาบาลในสังกัดกองทัพ พร้อมเปิดเอกสาาสอบประเด็นร้อนเกี่ยวกับระบบการบริหารงานบุคคล การจัดซื้อจัดจ้าง และระบบการเบิกจ่ายงบประมาณของโรงพยาบาลทหาร ซึ่งกำลังเป็นที่จับตาของสังคม

ในการประชุมครั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯ ได้ตรวจสอบเชิงลึกถึงโครงสร้างการบริหารจัดการโรงพยาบาลเหล่าทัพ โดยเตรียมเชิญผู้บัญชาการทหารบก, ผู้บัญชาการทหารเรือ และผู้บัญชาการทหารอากาศ เข้ามาร่วมเสนอข้อมูลและชี้แจงด้วยตนเอง ขณะที่ทางฝั่งกองทัพบกและกรมแพทย์ทหารบก รวมถึงกรณีของโรงพยาบาลค่ายวชิราวุธ ได้ทำหนังสือแจ้งขอเลื่อนการเข้าชี้แจงออกไปก่อน โดยเจ้ากรมแพทย์ทหารบกและคณะทหารที่เกี่ยวข้องมีกำหนดจะเดินทางเข้าให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการฯ อีกครั้ง

อย่างไรก็ดี ในส่วนของกองทัพเรือและกองทัพอากาศ ได้ส่งตัวแทนระดับผู้บริหารและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างพร้อมเพรียง นำโดย นาวาเอก พัลลภ สุภากรณ์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์, นาวาเอกหญิง จันทราภรณ์ เคียงเส็ง รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า, พลอากาศโท จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย รองเสนาธิการทหารอากาศ, พลอากาศโท นคร บุญมี เจ้ากรมแพทย์ทหารอากาศ และ พลอากาศตรี สยม บุนนาค ผู้อำนวยการโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช พร้อมคณะฝ่ายเสนาธิการ ยุทธการ และฝ่ายบริหารด้านสิทธิประโยชน์ เพื่อร่วมถกปัญหาสภาพการทำงานจริงในระบบสุขภาพของกองทัพ
นอกจากประเด็นเรื่องโรงพยาบาลเหล่าทัพแล้ว ที่ประชุมยังได้เปิดพื้นที่รับฟังเสียงสะท้อนจากกลุ่มผู้เสียหาย ซึ่งมีตัวแทนประชาชนและเจ้าหน้าที่เข้าร่วมร้องเรียนและให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการฯ กว่า 15 ราย อาทิ นางสาวชัชฎา อภิชาสุทธากุล, นางสาวจริยา แป้นสุข, นายวรพงศ์ จิรยุทธนศักดิ์ และว่าที่ รต. วีรยุทธ พิกุลงาม เพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความผิดปกติในระบบการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารงานบุคคลภายในโรงพยาบาลทหาร ซึ่งถือเป็นมูลเหตุสำคัญที่นำไปสู่การตรวจสอบอย่างเข้มข้นในครั้งนี้

ไม่เพียงเท่านั้น คณะกรรมาธิการการทหาร ยังเตรียมลงพื้นที่จริงเพื่อเกาะติดปัญหา โดยมีมติอนุมัติกำหนดการเดินทางไปศึกษาดูงานด้านกิจการทหารและความมั่นคง ที่กระทรวงกลาโหม รวมถึงผนึกกำลังกับคณะอนุกรรมาธิการฯ เดินทางไปลงพื้นที่ศึกษาดูงานการบริหารจัดการพื้นที่ท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ และความมั่นคงด้านพลังงาน ที่ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี และจังหวัดระยอง ในช่วงเดือนสิงหาคมนี้

พร้อมกันนี้ ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาแนวทางการถ่ายโอน ยุบ เลิก หรือแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของกองทัพ เพื่อย้ายไปอยู่ในความดูแลของหน่วยงานอื่นที่เหมาะสม ออกไปอีก 30 วัน เนื่องจากยังคงรอเอกสารหลักฐานสำคัญจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาสรุปรายงานผลการศึกษาให้มีความสมบูรณ์ รอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประโยชน์สาธารณะ ก่อนที่จะสรุปเล่มรายงานเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรต่อไป

You May Also Like