
เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.30 น. ภายใต้อำนวยการ พล.ต.ต.ดเรศ กัลยา ผบก.จ.น่าน
,พ.ต.อ.สุริยา ขุนโต ผู้กำกับการ สภ.ท่าวังผา พร้อมด้วย พ.ต.ท.ประทีป แปงเขียว รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม พ.ต.ต.ธนวัฒน์ เชียงพรหม สารวัตรป้องกันปราบปราม เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ท่าวังผา พร้อมด้วย ร.ต.อ.ธรรณรงค์ อินต๊ะกัน พนักงานสอบสวน สภ.ท่าวังผา จ.น่าน พ.ต.ท.สุรชัย บริบูรนางกุล นวท.(สบ 3) พฐ.จว.น่าน ได้ลงพื้นที่ทำการเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุบ้าน หมู่ 6 ตำบลผาทอง อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน สืบเนื่องจาก เวลา 22.30 น. วันที่ 28 กรกฎาคม 2569 ได้เกิดเหตุชายใช้อาวุธปืนยิงแฟนสาวภายในบ้านพัก ได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยผู้บาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลท่าวังผาและได่ส่งต่อมารักษาตัวต่อที่ โรงพยาบาลน่าน นั่น ส่วนผู้ก่อเหตุหลบหนีเข้าไปในป่า
สภาพบ้านเป็นบ้านไม้ชั้นครึ่ง บริเวณภายในบ้านมีร่องรอยคราบเลือดและสิ่งของกระจัดกระจายภายในบ้าน และพบปอกกระสุนบริเวณท้ายรถกระบะที่จอดอยู่ภายในบ้านหลังเกิดเหตุ จำนวน 4 ปลอก ส่วนปืนSmith And Wesson เป็นอาวุธปืนพก สั้นยี่ห้อ ซิกซาวเออร์ รุ่น p320 อยู่ในที่ก่อเหตุ และมอบให้ผู้ใหญ่บ้านเก็บไว้ก่อนนำมามอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
เมื่อถึงบ้านหลังที่เกิดเหตุ พบนายชูชาติ แซ่ลี ซึ่งเป็นพ่อของผู้ก่อเหตุได้ให้การว่า บ้านหลังดังกล่าว ได้อาศัยอยู่ด้วยกัน 4 คน ในขณะที่เกิดเหตุนั้นตนและภรรยา ได้ไปนอนอยู่ที่ไร่กาแฟ ได้มีแฟนของลูกชายอยู่ที่บ้าน กับลูกชาย จนกระทั่งได้มีชาวบ้านโทรหาว่าลูกชายได้ใช้อาวุธปืนยิงแฟนสาวได้รับบาดเจ็บสาหัส ตนก็เลยรีบลงมาจากไร่กาแฟก่อนที่จะช่วยแฟนสาวของลูกชายนำส่งโรงพยาบาล และตนก็ไม่เจอลูกชาย อยู่ภายในบ้านจากการสอบถามชาวบ้านทราบว่าลูกชายได้ก่อเหตุเสร็จแล้วได้ใช้จักรยานยนต์ออกจากบ้านแต่ไม่ทราบว่าไปหลบที่ใด ในส่วนสาเหตุดังกล่าวนั้นตนไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะไม่ได้อยู่ในที่บ้านขณะเกิดเหตุ จากนั้นเช้าวันนี้ (29 ก.ค.)ตนเองก็ได้ตื่นนอนแต่เช้า เพื่อออกไปตามหาลูกชาย บริเวณไร่กาแฟ ก็ไม่พบและได้โทรคุยกับลูกชายให้มามอบตัวกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจตอนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุดังกล่าว
จากนั้นเวลาประมาณ 12.30 น. นายอรรถสิทธิ์ อายุ 27 ปี ตำบลผาทอง อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน ได้ ขับรถจักรยานยนต์ฮอนด้า Wave ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เข้ามาในบ้าน เพื่อมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังจากที่ได้ก่อเหตุ ใช้อาวุธปืนยิงเข้าบริเวณศรีษะของแฟนสาวจน ได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนได้หลบหนี
ในเบื้องต้นจากการสอบถามนายนัท ผู้ก่อเหตุได้ให้การว่า แฟนสาวตนได้อยู่ด้วยกันฉันสามีภรรยามานานกว่า 2 ปีแล้ว ก่อนเกิดเหตุตนเองได้ไปทำงานที่ไร่กาแฟ พอเข้ามาถึงบ้านก็ประมาณ 2-3 ทุ่ม เห็นแฟนได้นอนอยู่บริเวณเตียงนอนผ้าใบพับภายในบ้านแล้ว มีอาการเมาสุรา และได้บ่นให้ตนเอง เชิงหึงหวง ว่ากลับบ้านค่ำไปมีผู้หญิงคนอื่นหรือเปล่า เพราะแฟนสาว เป็นคนหึงหวงตน ก็เลยมีปากเสียงกันจากนั้นจึงตนก็โมโหเพราะทำงานมาเหนื่อยๆจึงได้เอาอาวุธปืนเข้ามาข่มขู่ แฟนสาวและได้มีการแย่งปืนกันทำให้ปืนลั่นใส่แฟนสาวจำนวน 1 นัด จากนั้น ตนก็ได้ออกมานอกบ้าน เพื่อตระโกนขอความช่วยจากเพื่อนบ้านให้มาช่วยนำแฟนส่งโรงพยาบาล แต่ไม่มีใครมาช่วยตนเลยโมโห จึงได้ใช้ อาวุธปืนกระบอกที่ก่อเหตุ ยิงบริเวณหน้าบ้านอีก 3 นัด ก่อนที่จะมีคนมาช่วยนำแฟนขึ้นรถไปส่งโรงพยาบาล ตนเห็นแฟนได้รับบาดเจ็บสาหัส เลยตกใจ เลยคว้าจักรยานยนต์ หนีออกจากบ้านเพื่อพยายามไปทำใจจนกระทั่งช่วงสายวันนี้พ่อและญาติได้โทรหาให้มามอบตัว ตนจึงให้ญาติขึ้นไปรับบริเวณไร่กาแฟ เพื่อจะทำการมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สำหรับอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุนั้นตนได้ซื้อมาจากเพื่อนบ้านจังหวัดพะเยา ไม่ทราบชื่อ แต่ไม่ได้โอนเป็นชื่อของตนเองซื้อมาในราคา 50,000 บาท และตนเองมีความรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้พลาดพลั้งทำร้ายแฟนสาวในครั้งนี้
ด้าน ร.ต.อ.ธรรณรงค์ อินต๊ะกัน พงส.สภ.ท่าวังผา จ.น่าน ได้ทำการเก็บหลักฐานบริเวณ ที่เกิดเหตุภายใน บ้านและได้ควบคุมตัวนายอรรถสิทธิ์ ผู้ต้องหาที่ใช้อาวุธปืนยิงแฟนสาวจนได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงได้พานายนัท มาทำแผนที่เกิดเหตุ เพื่อประกอบรับคำสารภาพ
ในเบื้องต้นพร้อมตรวจยึดอาวุธปืนจำนวนหนึ่งกระบอกและปลอกกระสุนจำนวนสี่ปลอก ไว้เป็นหลักฐาน เบื้อง แจ้งข้อกล่าวหาพยายามฆ่0าผู้อื่น. เพื่อดำเนินคดี ตามกฎหมายต่อไป
นาย ประสิทธิ์ สองเมืองแก่น จังหวัดน่าน

